BLACKPINK vs Kbank e-Girls บทบาทที่แตกต่างสำหรับธนาคารกสิกรไทย

0

SMmagonline – K-Wave ยังเป็นคลื่นหลักในโลกเอ็นเตอร์เทนเมนต์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กระแสนิยมของแบล็คพิ้งค์ (BLACKPINK) วงเกิร์ลกรุ๊ปจากเกาหลีใต้ สร้างปรากฏการณ์ให้เป็นที่จับตาไปทั่วโลกจากการที่สามารถทำให้สมาชิก Kpop เข้ามาอยู่ในลิสต์ Forbes Asia’s 30 under 30 เป็นที่เรียบร้อย

โดยแบล็คพิ้งค์เป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกในโลก ที่เข้ามาในรายชื่อของ Forbes ซึ่งคงไม่ต้องพูดถึงกระแสในเอเชียเลยว่า จะพุ่งกระฉูดขนาดไหน แต่ยิ่งโด่งดังมากเท่าไร ก็จะเป็นที่จับจ้องของบรรดาแบรนด์ต่างๆ มากขึ้น เพราะเป็น “โอกาส” ที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือส่งให้แบรนด์เข้าไปในกระแสที่กำลังร้อนแรงได้ ที่สำคัญเข้าไปในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มการรับรู้ในแบรนด์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น และที่เด็ดกว่านั้นสำหรับพรีเซ็นเตอร์ยุคนี้ต้องช่วยแบรนด์วัดผลในเรื่องของผลตอบแทนกับการทุ่มทุนจ้างมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ได้อีกด้วย

เคแบงก์แบรนด์แอมบาสเดอร์ อาชีพสงวนสำหรับ KBank e-Girls เท่านั้น

ที่ผ่านมา ธนาคารกสิกรไทยใช้การพัฒนาพรีเซ็นเตอร์ขึ้นเอง ตั้งแต่ปี 2544 ภายใต้โครงการประกวด KBank e-Girls ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งจะคัดเลือกจากผู้หญิงที่มีบุคลิกภาพดี สวย อยู่ในวัยทำงาน มีความรู้ความสามารถ ปราดเปรียว เมื่อได้รับการคัดเลือกเข้ามา จะต้องผ่านการอบรมด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินในรูปแบบของบริการอิเล็กทรอนิกส์ 8 ด้าน เพื่อทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์โดยสมบูรณ์ ไม่ว่าบทบาทพรีเซ็นเตอร์ หรือการร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ

โดยในปีที่ผ่านมา โครงการนี้ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากจำนวนผู้เข้ามาสมัครถึง 600 คน

ขณะที่ปี 2562 แนวคิดการประกวด KBank e-Girls มีการปรับให้สอดคล้องกับกระแสดิจิทัลดิสรัปชั่นซึ่งมีเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในทุกอณูของธุรกิจธนาคาร ด้วยการกำหนดให้สามารถช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำDigital Banking ของกสิกรไทยให้ชัดขึ้น จึงเปลี่ยนชื่อเป็น KBank e-Girls The 10thGeneration

จะเห็นว่า KBank e-Girls จะเข้ามาส่งเสริมให้ธนาคารกสิกรไทยในฐานะสถาบันการเงิน มีภาพลักษณ์ที่ทันสมัย น่าเชื่อถือ มีความเป็นทางการ ซึ่งจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวัยทำงานจนถึงวัยสูงอายุได้ดี

แต่ในบริบทของการแข่งขันในธุรกิจการเงินที่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ธนาคารพาณิชย์อีกต่อไป อีกทั้งเทคโนโลยีดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขณะที่ผู้บริโภคทุกช่วงวัยสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของดิจิทัลได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ ที่จะเป็นฐานลูกค้าในอนาคต ดังนั้น การทำให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มนี้ได้เร็วจะถือเป็นความได้เปรียบ

แบล็คพิ้งค์: พรีเซ็นเตอร์ประวัติศาสตร์ เพื่อ New Gen, New Economy

ปรากฏการณ์การเลือกใช้พรีเซ็นเตอร์จากลุ่มศิลปินไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือนักร้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นตลอด 74 ปีของธนาคารกสิกรไทย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้

มิหนำซ้ำการประเดิมครั้งแรก สามารถสร้างกระแสถล่มทลายด้วยการทุ่มทุนครั้งใหญ่ จากการเลือกใช้เกิร์ลกรุ๊ปที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง แบล็คพิ้งค์ (BLACKPINK) โดยเป็นการใช้สมาชิกครบทั้ง 4 คนในวงเป็นครั้งแรก เพื่อใช้เป็นพรีเซ็นเตอร์สำหรับบริการบัตรเดบิต KBank x BLACKPINK

จึงถือได้ว่า ครั้งนี้ นอกจากเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์แล้ว แบล็คพิ้งค์ ยังถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับธนาคารกสิกรไทยด้วย

กสิกรไทยคาดหวังว่าจะใช้ปรากฏการณ์ครั้งนี้ ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้ากลุ่มใหม่ หรือ New Gen อายุ 15-25 ปี ซึ่งจะเป็นลูกค้าหลักในอนาคต โดยปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีจำนวนประมาณ 10 ล้านคน เป็นกลุ่มที่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้ามาเป็นแรงขับในระบบเศรษฐกิจใหม่หรือ New Economy ของประเทศในอนาคตอันใกล้

พฤติกรรมของ New Gen เติบโตมากับโลกดิจิทัล มีไลฟ์สไตล์ในแบบที่ใกล้ชิดกับดนตรี กีฬา การท่องเที่ยว ความสวยความงามอย่างเหนียวแน่น โดยมีสื่อออนไลน์เป็นช่องทางหลักในการรับรู้ แลกเปลี่ยนพูดคุยกับกลุ่มคนที่ไลฟ์สไตล์เดียวกัน รวมถึงมีการติดตามไอดอลที่ชื่นชอบผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น IG, Twitter, Facebook

ทำไมต้อง BLACKPINK

ประการแรก มาจากความโด่งดังเปรี้ยงปร้างของแบล็คพิ้งค์ ซึ่งสะท้อน ได้จากยอดการติดตามในไอจีขณะนี้อยู่ที่ 21.5 ล้านคน บวกกับเรื่องราว (Story) ของวงเกิร์ลกรุ๊ปวงนี้ คือทุกคนมีความสามารถโดดเด่น มีเอกลักษณ์ เฉพาะตัว สวย มีความอดทนและพยายามสูงมาก จากการฝึกซ้อมมาอย่าง หนัก กระทั่งเป็นที่ยอมรับจากสื่อชั้นนำระดับโลกและได้รับการตอบรับจาก แฟนเพลง ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอเมริกา ยุโรป และโดยเฉพาะเอเชีย

เรื่องราวดังกล่าว ถูกส่งต่อและเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่จำนวน มาก ตั้งแต่วัยเด็กเล็กจนถึงวัยทำงาน รวมถึงแบรนด์ที่สามารถนำมา เชื่อมโยงเข้ากับแนวคิดทางการตลาด ผ่านการนำเสนอแคมเปญในการ ขับเคลื่อนทางการตลาด โดยเรื่องราวนั้นจะสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ที่ชื่นชอบหรือติดตามแบล็คพิ้งค์และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แบรนด์เล็ง เห็นว่า จะมีความสำคัญต่อระดับรายได้ของธุรกิจ รวมถึงการสะท้อน ภาพลักษณ์ไปในทิศทางเดียวกับแบล็คพิ้งค์ได้ง่ายขึ้น

ที่น่าสนใจคือ การพัฒนาศิลปินของเกาหลีใต้จะถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อ ให้สามารถเข้าไปทำตลาดเพลงได้ในหลายประเทศทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป ทำให้แบรนด์ที่สามารถคว้าศิลปินเกาหลีมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ ขับเคลื่อนแบรนด์ได้ แม้จะยังไม่มีสินค้าหรือบริการในบางประเทศก็ตาม แต่สามารถสร้างการจดจำในฐานะผลงานการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของศิลปิน ที่ชื่นชอบโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ แฟนคลับส่วนใหญ่ของศิลปินเกาหลีส่วนมาก เป็นกลุ่ม ที่พร้อมจ่ายเพื่อสนับสนุนศิลปินที่รักที่ชอบในทุกโอกาส รวมถึงการซื้อ สินค้าที่ศิลปินเป็นพรีเซ็นเตอร์ เช่น การที่หลายแบรนด์มีแคมเปญพิเศษ สำหรับ Top Spender เพื่อได้สิทธิ์เข้างานแฟนมีตติ้งแบบวีไอพี ที่ทำให้ เห็นผลถึงการเคลื่อนตัวของยอดขายอย่างชัดเจน หลายแบรนด์จึงยอม ลงทุนเพราะเห็นถึงศักยภาพที่มากพอ

สำหรับกรณีของกสิกรไทยนั้น หลังจากปล่อยภาพยนตร์โฆษณา ชุดใหม่และเผยแพร่ภาพบัตรเดบิต KBank x BLACKPINK Collection #แค่เชื่อก็เป็นได้ Empowers Your Belief ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของ แคมเปญนี้ ก็ใช้เวลาเพียงแป๊บเดียว ทำให้แบรนด์สามารถไต่ขึ้น อันดับ 1 เทรนด์ Twitter อย่างรวดเร็ว รวมถึงแฮชแท็กอื่นอย่าง #KBankxBLACKPINK #EmpowerYourBelief ก็ติดเทรนด์ฮิตบน Twitter เช่นกัน รวมถึง ยอดวิวสูงในยูทูบที่ทะยานขึ้นถึง 20 ล้านครั้งภายใน 10 วัน และถ้าค้นหาคำว่าแบล็คพิ้งค์ เคแบงก์ หรือกสิกรไทย ในกูเกิล ก็จะมีคำแนะนำที่ต่อท้ายด้วยชื่อของอีกรายทันที ซึ่งเป็น ดัชนีชี้วัดที่แสดงผลความนิยมได้ชัดเจน

บัตรเดบิต KBank x BLACKPINK Collection

KBank x BLACKPINK Collection เป็นบัตรเดบิตแบบชิปการ์ด กำหนดค่าแรกเข้าหรือ ออกบัตรใหม่อยู่ที่ 750 บาท ราคาสูงที่สุดในกลุ่มบัตรเดบิตสำหรับลูกค้ารายย่อยของ กสิกรไทย ไม่คิดค่าบริการรายปีในปีแรก แต่ปีต่อไปคิดค่าบริการปีละ 350 บาท สามารถ สมัครผ่านแอพพลิเคชั่น K PLUS หรือสาขาใดก็ได้ มีบัตร 5 แบบ ซึ่งเป็นการสื่อสารถึง คาแร็กเตอร์ของแต่ละคน และให้แต่ละคนเลือกบัตรของเมนู (สมาชิกหลักในวงที่ชื่นชอบ ที่สุด) ตัวเองไปครอบครองได้เลย แต่ถ้าชอบทั้งวันก็เลือกแบบที่รวมไปได้

  • เจนนี่: Beyond Yourself ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย
  • โรเซ่: Never Stop อย่าหยุดที่จะเรียนรู้และฝึกฝน อย่ายอมให้อะไรมาหยุดความสำเร็จ
  • ลิซ่า: Keep Winning เอาชนะทุกบททดสอบด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท
  • จีซู: Beat the Impossible สนุกกับความท้าทายใหม่ๆ และทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้ เป็นจริง
  • BLACKPINK: รวมทั้ง 4 สาว

กสิกรไทยตั้งเป้าหมายแคมเปญ KBank x BLACKPINK Collection ไว้ที่ 1 ล้านใบ สำหรับจำนวนผู้ถือบัตรเดบิตของธนาคารกสิกรไทยในปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 59 ล้านใบ คิดคร่าวๆ ถ้าได้ตามเป้าก็เท่ากับ 750 ล้านบาท หักค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ยังไงก็คุ้ม

ธนาคารกับการเลือกไอดอลเป็นพรีเซ็นเตอร์

ปัจจุบันธุรกิจธนาคารให้ความสนใจกับการเลือกลุ่มไอดอลจากกลุ่ม ศิลปินเกาหลีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์มากขึ้น โดยทุกธนาคารคาดหวังให้ แบรนด์เป็นที่รู้จักของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในเกาหลีและการทำให้แบรนด์เป็นที่ รับรู้มากขึ้น ทั้งในตลาดเกาหลีและต่างประเทศ

สำหรับแบล็คพิ้งค์นั้น การเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับธนาคารไม่ใช่ครั้งแรก โดย ก่อนหน้านี้ ธนาคาร Woori เคยเลือกแบล็คพิ้งค์เป็นพรีเซ็นเตอร์ จากการที่เล็ง เห็นว่าแบล็คพิ้งค์จะเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จได้ในระดับโลกและสามารถ ที่จะสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นสากลมากขึ้น ทั้งตลาดในเกาหลีใต้และต่าง ประเทศ

ขณะที่ KB Kookmin Bank เลือก BTS เป็นพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่ง ที่ผ่านมา คลิปการส่งเสริมการขายของ KB Kookmin Bank มีผู้เข้าชมมากกว่า 10 ล้านครั้งในช่องทางโซเชียลมีเดีย ขณะที่ Shinhan Bank เคยเลือก วง Wanna One เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับบริการบัตรเดบิต Shinhan Bank x #WANNAONE ใน บัตรเครติตคอลเลคชั่น SOL Deep Dream ซึ่งจะมีสมาชิกของแต่ละคนอยู่ที่บัตร

สำหรับโมเดลของธุรกิจธนาคารกับการใช้ศิลปินนักร้องเกาหลี หรือ Kpop มา เป็นพรีเซ็นเตอร์ แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่กับกระแสซึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ อย่างไรก็ตาม ธนาคารสามารถจะใช้ประโยชน์จากพรีเซ็นเตอร์เหล่านั้นได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นรวมถึงการขยายฐานลูกค้า ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มเป็นเป้าหมายของภาคธุรกิจทั่วโลก รวมถึงการ ดึงลูกค้าใหม่ๆ ซึ่งเป็นแฟนคลับของศิลปินมาจากคู่แข่งขันนั่นเอง

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่ได้รับในนิตยสารเอสเอ็มเอ็มและ
www.smmagonline.com

Share.