“เครื่องสำอางซอง” สะดวกซื้อ ไม่เกี่ยงแบรนด์ แต่ต้องรีวิวให้แมส วางขายให้เด่น

0

SMmagonline- นับวันร้านสะดวกซื้อจะเป็นช่องทางที่ทรงอิทธิพลมากขึ้นทุกขณะ เนื่องจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ในปีที่ผ่านมามีจำนวนถึง 15,694 สาขา เพิ่มขึ้น 3.4% โดยสาขาเหล่านั้นซอกซอนเข้าสู่ย่านชุมชน ย่านธุรกิจ-การค้า ที่พักอาศัย สถานที่ราชการ สถานศึกษา ฯลฯ

จึงสามารถประชิดตัวผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม สินค้าหลายประเภทจึงปรารถนา ที่จะยืนหนึ่งในร้านสะดวกซื้อ โดยเฉพาะเซเว่น อีเลฟเว่นที่ทำให้ภาพของร้านสะดวกซื้อ ไม่ได้มีสินค้าเด่นแค่สเลอปี้หรือ ซาลาเปาอีกต่อไป และครั้งนี้จะพาไปดูเชลฟ์เครื่องสำอาง ที่ทำให้ตลาดเครื่องสำอางซองทั้งแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ ต่างแย่ง กันเบียดพื้นที่ที่เด่นที่สุดให้ได้

Demand+Convenience สมการลงตัว

การมีผิวพรรณที่ดี หน้าตาดูดีมีสีสัน ไร้สิว เป็นสุดยอดของความต้องการของผู้บริโภคยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย โดยช่วงวัยของการเริ่มต้นดูแลผิวและแต่งหน้าเริ่มลดลงจาก 20 ปีมาเป็น 14-15 ปี และส่งผลให้มูลค่าตลาดเครื่องสำอางเติบโตสูงกว่า 1.8 แสนล้านบาท

ทั้งยังสามารถเติบโตได้ในทุกสภาวะเศรษฐกิจที่ระดับ 7.8-7.9% ต่อปี อีกทั้งผู้บริโภคมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความต้องการใหม่ๆ ตลอดเวลา

ที่สำคัญคือ ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ (Brand loyalty) ของผู้บริโภคเริ่มลดลง โดยผู้บริโภคหันไปอยากลองสิ่งใหม่ๆ จากการกล่าวถึงกันในสังคมออนไลน์ ทำให้การซื้อเครื่องสำอางแบรนด์เดิมหรือขนาดใหญ่ค่อยๆ ลดบทบาทลง และหันมาซื้อขนาดเล็กลง ในราคาที่สามารถซื้อหาได้ตั้งแต่ระดับล่างถึงกลาง มิหนำซ้ำยังสะดวกสบาย ซื้อได้ทันทีเมื่อต้องการ หรือเพื่อทดลองใช้และพร้อมที่จะเปลี่ยนเมื่อไม่ถูกใจ โดยไม่ต้องกังวลกับเงินที่เสียไปเพียงเล็กน้อย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว เป็นช่องว่างสำคัญให้เครื่องสำอางซอง ซึ่งจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะปัจจัยจากทำเลที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่าย มีสินค้าแบบซองหรือขนาดเล็กหลากหลายให้เลือกจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คุณภาพดี ในบรรจุภัณฑ์ที่เบา พกพาง่าย อีกทั้งหลายผลิตภัณฑ์ออกแบบได้ทันสมัย สื่อสารได้กับผู้บริโภคเป้าหมายที่แตกต่างกัน ไม่ว่าวัยเรียนหรือวัยทำงาน จนถึงวัยผู้ใหญ่ รวมถึงการมีแบรนด์ใหม่ๆ ให้เลือกทำความรู้จักจำนวนมาก

เครื่องสำอางซอง ยึดพื้นที่แถวหน้าร้านสะดวกซื้อ

ปัจจุบันกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางแบบซองจึงสามารถขยายกินพื้นที่ในร้านสะดวกซื้อได้มากขึ้น โดยเฉพาะเซเว่น-อีเลฟเว่น ที่เริ่มจากจากกลุ่มสินค้าสกินแคร์ กลุ่มบำรุงทั่วไปไม่กี่แบรนด์

แต่ขณะนี้ขยายสู่เวชสำอาง ครีมป้องกันแสงแดด และมาถึงกลุ่มเมคอัพที่เข้ามาเสริมทัพมากขึ้นเรื่อยๆ หลากหลายประเภท ตั้งแต่

  • รองพื้น
  • AA ครีม
  • BB ครีม
  • CC ครีม
  • แป้ง
  • ลิปสติก
  • ดินสอเขียนคิ้ว
  • อายไลเนอร์

และที่โดดเด่นมาก คือกลุ่มสกินแคร์จากธรรมชาติซึ่งปกติจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ในร้านสะดวกซื้อผู้บริโภคสามารถซื้อหาได้ในราคาสบายกระเป๋า

นั่นคือเหตุผลว่า บนเชลฟ์เครื่องสำอางซองในร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่ แต่ละสาขาจะมีสินค้ากลุ่มนี้เรียงรายอยู่ไม่ต่ำกว่า 50-60 ผลิตภัณฑ์ ที่น่าสนใจคือร้านสะดวกซื้อหลายสาขาจะวางตำแหน่งของเชลฟ์ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ด้านหน้าของร้านบริเวณจุดเข้า-ออก เรียกว่าจะเป็นจุดแรกที่ผู้บริโภคมองเห็นเพื่อดึงความสนใจ

โอกาสเกิดของแบรนด์ทั้งใหม่และเก่า เล็กและใหญ่

สำหรับแบรนด์ที่วางจำหน่ายนั้นพบว่า ส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ไทยของผู้ประกอบการขนาดเล็ก ซึ่งหลายแบรนด์สามารถแจ้งเกิดได้จากช่องทางนี้ และมีการเติบโตของระดับรายได้อย่างมีนัยสำคัญ อาทิ

  • สมูทโตะ
  • นามิ
  • ฟูจิ สเนล
  • โซลา
  • แคร์ที ดอร์

จากนั้นจึงได้เห็นรายใหญ่ ทั้งจากไทย เกาหลี และอินเตอร์แบรนด์แทรกเข้ามา โดยอาศัยความแข็งแกร่งของแบรนด์ อาทิ

  • โอเลย์
  • พอนด์ส
  • นีเวีย
  • การ์นิเย่
  • ยันฮี
  • โรจูคิส
  • คิวเพรส
  • ยูสตาร์

รวมถึงแบรนด์ของดารานักแสดงหรือช่างแต่งหน้าที่มีชื่อเสียง ที่ต่างพาเหรดนำสินค้าเข้าสู่ร้านสะดวกซื้อกันมากขึ้น โดยราคาของกลุ่มจะเกาะกลุ่มกันไป 29/39/49/79 บาท

ล่าสุด บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ร่วมกับ วายจี เอนเตอร์เทนเมนต์ ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่จากเกาหลี ร่วมกันทำตลาดเครื่องสำอางในไทยแบรนด์ “moonshot” ซึ่งมี ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล จากแบล็คพิ้งค์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งแน่นอนช่องทางหลักคือการเลือกเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นช่องทางในการขายคอลเลคชั่นลิมิเต็ดอิดิชั่นในไทยกว่า 7,000 สาขาทั่วประเทศ

อ่านข่าวลิซ่าเพิ่มเติมคลิก:

ปรากฏการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น เพราะ ชาวเอเชียไม่ว่าเกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ต่างคุ้นเคยดีกับการที่ได้ เห็นสารพัดเครื่องสำอางและสกินแคร์ให้เลือกซื้อหลากหลาย ตั้งแต่ ขนาดเล็ก แพ็กเกจแบบซอง รวมถึงวิตามินเพื่อความงามมากมายที่มา อยู่รวมกันในร้านสะดวกซื้อ

ที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือ เซเว่น อีเลฟเว่นในฮ่องกง ล้ำหน้าไป อีกขั้นเมื่อมีการนำแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเองออกมาทำตลาด ในชื่อ Simply Me Beauty มีสินค้ามากกว่า 40 ไอเทม เช่น พาเลท อายแชโดว์ บลัชออน รองพื้นแบบบีบี ฯลฯ เพื่อตอบรับความต้องการ และชีวิตที่เร่งรีบของสาวๆ มิลเลนเนียลให้สวยครบแบบซื้อหาสะดวก ได้ไม่แพ้ขนมจีบซาลาเปา

Moonshot lisa sm

Review ปฏิกิริยาเร่งชั้นดี

สำหรับกลยุทธ์ที่มีบทบาทมากที่สุดในการกระตุ้นความนิยมให้กับ เครื่องสำอางซอง คือการรีวิวสินค้าผ่านโซเซียลมีเดีย เพราะการได้เห็น ภาพการใช้สินค้าที่ถ่ายออกมาสวยงามจากนักรีวิวมืออาชีพ

ส่งผลให้เกิด ความรู้สึก “กระตุ้น” สัญชาตญาณความ “อยากซื้อ” ของลูกค้า

เมื่อบวกกับผลิตภัณฑ์แบบซองราคาไม่สูงก็ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจทดลองได้ง่าย อีกด้วยสำหรับลูกค้าใหม่ ส่วนลูกค้าเก่าแน่นอนได้ความสะดวกที่เพิ่มขึ้น ชนิดสวยได้ทุกที่ทุกเวลานั่นเลย

เครื่องสำอางในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นหนึ่งในคอนเทนต์ยอดนิยม ที่บรรดาบิวตี้บล็อกเกอร์ชั้นนำระดับที่มียอดการติดตามเป็นหลักแสน ต้องมีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในหัวข้อ “เครื่องสำอางหรือสกินแคร์ ในเซเว่น อีเลฟเว่น” เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึง ง่าย ขณะเดียวกันก็ทำให้บิวตี้บล็อกเกอร์เองสามารถเรียกยอดวิวได้สูง

ทำให้บิวตี้บล็อกเกอร์ต่างพร้อมใจกันนำเสนอถึงเครื่องสำอางซอง ในเซเว่น อีเลฟเว่นบ่อยครั้ง โดยกระจายไปในหลายๆ ประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์กันแดด ครีมรองพื้น เซรั่มบำรุงผิว ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็น

  • เพจ Beauty Mouthsy ที่มียอดการติดตามกว่า 940,000
  • เพจ Amy Kitiya ยอดผู้ติดตามกว่า 850,000
  • เพจ Archita Station ที่มียอดการติดตาม กว่า 610,000

โดยคอนเทนต์ที่นำเสนอไม่ได้พูดแค่เรื่องสวย แต่จะเน้นที่คุณภาพ ที่ใกล้เคียงกับเครื่อง สำอางเคาน์เตอร์ บวกกับการใช้งานที่ง่ายๆ ในราคาที่สามารถตัดสินใจซื้อมาทดลอง ใช้ได้เลย แถมมีจุดขายสำคัญตรงที่สามารถเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์ใหม่ได้เรื่อยๆ อีกด้วย ซึ่งเหมาะกับผู้บริโภคยุคนี้ที่ต้องการแบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้น

เมื่อผู้บริโภคได้รับการบอกต่อจากคอนเทนต์ของบิวตี้บล็อกเกอร์เหล่านี้แล้ว เมื่อเกิด ความต้องการซื้อ ดีมานด์ที่เกิดขึ้นนี้เมื่อสามารถที่จะจัดหาสินค้าได้ทันใจจากร้านสะดวก ซื้อใกล้ๆ ไม่ว่าจะเพื่อทดลองใช้ตามคำแนะนำหรือใช้ซ้ำแบรนด์เดิม เครื่องสำอางซอง ที่วางเรียงแน่นอยู่ในชั้นวางในร้านสะดวกในจุดที่เข้าถึงง่าย จึงสามารถตอบสนองความ ต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการสวยเร็ว สวยสะดวกได้เป็นอย่างดี

รู้จักมั้ย!? สมูทโตะ-นามิ เครื่องสำอางยืนหนึ่งในเซเว่น อีเลฟเว่น

สมูทโตะ

ถือเป็นแบรนด์แรกๆ ในกลุ่มสกินแคร์ที่เลือกเข้าสู่ช่องทาง เซเว่น อีเลฟเว่น วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2556 และสามารถขยายจาก 100 สาขา สู่ 8,400 สาขาได้ในเวลา 1 ปี จนถึงปัจจุบันเซเว่น อีเลฟเว่น ยังเป็นช่องทางหลักในการกระจายสินค้าในสัดส่วนรายได้ถึง 65% จากรายได้รวม

จุดเด่นของสมูทโตะมาจากการเป็นผลิตภัณฑ์จากส่วนผสมจากธรรมชาติ ใช้ สารสกัดจากผักและผลไม้ ซึ่งพัฒนาจากสูตรของญี่ปุ่น นำเสนอภายใต้บรรจุภัณฑ์ ที่ออกแบบให้น่ารักสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น

นามิ

เริ่มจากนำผลิตภัณฑ์รองพื้นบีบี เนื้อครีม เข้าจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่นตั้งแต่ปี 2559 ในราคา 49 บาท แต่มีนวัตกรรมด้วยการรวมข้อดีของ บีบี ครีม ซึ่งทาง่ายมาผสมกับแป้งพัฟเนื้อแมทท์ที่ช่วยควบคุมความมัน ตอบโจทย์ สีผิวของผู้หญิงไทยซึ่งส่วนใหญ่เป็นสีผิวโทนเหลือง นอกจากนี้ยังเด่นในเรื่องบรรจุ ภัณฑ์ที่ปิดด้วยจุกแบบ Magic Lock ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ซื้อเป็นคนแรกที่เปิดใช้เพราะ ก่อนใช้จะต้องหักจุกออกจากซองเมื่อใช้เสร็จสามารถนำจุกมาหมุนปิดได้ จึงได้รับ ความนิยมมาก

ขณะนี้บีบี ครีมของนามิถือเป็นแฟล็กชิปโปรดักส์ ที่ทำให้แบรนด์นามิเป็น ที่ยอมรับจากการที่มีกลุ่มซึ่งมีกำลังซื้อสูงเข้ามาใช้เพิ่มมากขึ้น และนามิสามารถ ต่อยอดขยายฐานผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของเมคอัพที่เป็นชิ้น จากเดิมที่ผลิตภัณฑ์ จะจำหน่ายในรูปแบบซอง อีกทั้งยังจะดำเนินการออกผลิตภัณฑ์ประเภท อายไลเนอร์ ดินสอเขียนคิ้ว หรือเครื่องสำอาง ประเภทของการตกแต่งใบหน้าเพิ่ม มากขึ้นภายใต้แบรนด์ “นามิ” เพิ่มขึ้นด้วย

บริษัท โกลบอลมาร์เกตดิคัล (ประเทศไทย) จำกัด

ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561
รายได้รวม 350,991,772.39 417,556,312.10 515,887,263.70
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 14,323,456.31 19,905,000.08 30,103,65228

 

บริษัท เคแอนด์บีคอสเมติก จำกัด

ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561
รายได้รวม 221,480,418.47 349,309,385.82 397,889,320.62
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 50,748,817.05 105,369,879.99 124,077,885.77

อ่านข่าวธุรกิจและการตลาดเพิ่มเติม คลิก

 

Share.