เหตุใดเทคโนโลยีเสียงถึงมาแรงในปี 2020

0

SMmagonline-สิ่งที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคตคือ ไม่มีใครรู้ได้อย่างแน่ชัดว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีการคาดการณ์เทรนด์ในแต่ละปีกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การพูดถึง AI, VR และผลลัพธ์ที่ล้ำสมัยที่สุดของเทคโนโลยีที่ผู้บริโภคใช้งานทุกวัน

อย่างไรก็ตาม อนาคตที่น่าตื่นเต้นของเสียงนั้นจะถูกพูดถึงมากกว่าเดิม ตั้งแต่แอพพลิเคชั่นเสียงใหม่เปิดตัวที่ Siri และมันถึงเวลาแล้วที่จะเติบโต และมีการใช้งานในหลายรูปแบบ ผ่านแพลตฟอร์ม Alexa, Google Home และ Apple homePod

และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องจับตาเทคโนโลยีนี้และมันมีประโยชน์อย่างไร

การจัดซื้อในเชิงทักษะ (ISP) จะสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน ISP จะช่วยให้ขายคอนเท็นต์พรีเมี่ยมและการโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงดึงดูดผู้คนใช้จ่ายเงินใน Alexa Skill ที่อีกไม่นานจะเปิดตัวใน Google ช่องทางดังกล่าวจะเพิ่มศักยภาพในการซื้อขายและเปิดแพลตฟอร์มให้บริษัทมาสนใจลงทุนด้านการเงิน

โดยคาดการณ์ว่า ในปี 2020 ช่องทางการชำระเงิน กระแสงานและรูปแบบการทำงานต่างๆ จะมีมาตรฐานมากขึ้นโดยเฉพาะเสียงจะกระตุ้นให้แบรนด์ใช้เป็นช่องทางในการขายผลิตภัณฑ์และสร้างบริการที่สะดวกมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน

สกิลด้านต่างๆ จะทุ่มงบทำตลาดเพิ่มขึ้น

ในช่วงห้ 5 ปีที่ผ่านมา มีแบรนด์และ Start-up จำนวนมากเรียนรู้ว่า การเปิดตัวแอปพลิเคชั่นมือถือนั้น ไม่เพียงพออีกต่อไป แต่ยังต้องโฆษณาและทุ่มงบไปที่แคมเปญการตลาดมากขึ้น รวมไปถึงสกิลต่างๆ อาทิ Alexa ซึ่่งเป็น ระบบผู้ช่วยเสมือนของ Amazon ที่ใช้การสั่งงานด้วยเสียงจากผู้ใช้ไปยังอุปกรณ์หรือลำโพง เพื่อทำหน้าที่ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกได้มีการใช้งานถึง 70,000 ครั้งแล้ว บริษัทต่างๆ ต้องเข้าใจถึงความสำคัญทางการตลาดและเปิดตัวกลยุทธ์หลากหลายซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

“ระบบสั่งการด้วยเสียง” จะถูกพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ

เทคโนโลยีที่มีการใช้งานอยู่ทั่วไปบนสมาร์ทโฟน อย่างที่รู้จักกันดีก็คือ Siri ในแอปเปิ้ล รวมถึง Alexa, Google จะไม่ถูกจำกัดแค่ที่บ้านอีกต่อไป

ดังจะจากการเปิดตัว หูฟังระบบบลูทูธ JBL Live Series ผสมเทคโนโลยีการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่านระบบ Google Assistant  หรือ Google เปิดตัว Pixel Buds แบบไร้สาย ปรับเสียงให้อัตโนมัติตามสภาพแวดล้อมซึ่งมันยังเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของมนุษย์อีกด้วย

ในปี 2020 เราอาจเห็นผู้คนบนท้องถนนคุยกับตัวเองถามพื้นที่ว่างเปล่าที่อยู่ด้านหน้าพวกเขาว่า อากาศจะเป็นอย่างไรในตอนบ่าย หรือถามว่าการประชุมครั้งต่อไปของพวกเขาคือเรื่องอะไร

Home integration

อุปกรณ์อัจฉริยะทั้งหมดในบ้านจะทำงานรวมกันมากขึ้นในปี 2020 “ระบบสั่งการด้วยเสียง” จะเป็นหัวใจของการรวมเข้าทุกอย่างด้วยกัน และผู้คนจะคุ้นเคยกับอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านมากขึ้นด้วยระบบจัดการผ่านระบบนิเวศ เช่น Google NowGoogle ประกาศในเดือนนี้ที่งาน CES ว่า พวกเขาขอให้ผู้ผลิตทีวีเริ่มติดตั้งไมโครโฟนสำหรับการจดจำเสียงในระยะไกลเพื่อให้ลำโพงของทีวีสามารถทำงานในลักษณะเดียวกับที่ลำโพงอัจฉริยะทำงานช่วยเหลือในการดำรงชีวิต

นั่นแสดงให้เห็นว่า เสียงกำลังสร้างระดับการเข้าถึงสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือให้ได้มากที่สุด อย่างที่เราเคยได้ยินข่าวว่า โรงพยาบาลใน LA ทดลองใช้ Alexa สั่งการอุปกรณ์ในห้องและใช้ติดต่อกับพยาบาล หรือ Alexa เพิ่มความสามารถใหม่ Show and Tell ช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา และอุปกรณ์นี้จะเชื่อมต่อช่วยเตือนผู้สูงอายุให้ทำทุกอย่างได้ตั้งแต่น้ำดื่มจนถึงการช่วยสื่อสารกับพยาบาลและทำให้พวกเขาสามารถติดต่อกับสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น

ข้อมูลที่ใหญ่และดีกว่าเดิมจะทำให้เราก้าวหน้าขึ้น

ในปี 2020 เทคโนโลยีด้านเสียงจะทำให้เราทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ความสามารถนี้ไม่จำเป็นต้องถูกขับเคลื่อนด้วยทักษะที่เป็นเอกลักษณ์ และแอพพลิเคชั่นด้านเสียงอีกต่อไป  แต่เป็นไปในรูปแบบเชื่อมต่อกับข้อมูลขนาดใหญ่ ดังที่ Bruce Jaffes จาก Donut Domains เคยอธิบายว่า

“เรากำลังจะเข้าถึงข้อมูลขององค์กรผ่านทางเสียงที่ทำให้ผู้ใช้สามารถถามคำถามในภาษาพูดขั้นพื้นฐาน และมีแพลตฟอร์มเพื่อดึงคำตอบ ซึ่งทั้งหมดจะรวมอยู่ในแอพพลิเคชั่นขององค์กร ยิ่งไปกว่านั้นในปี 2020 จะเห็นเทคโนโลยีที่เปิดใช้งานเสียงในสถานที่ทำงานมากขึ้น”

ความหลากหลายยังคงเป็นประเด็น

ในปี 2020 ความหลากหลายและอคติที่นำเสนอโดยปัญญาประดิษฐ์ยังคงเป็นปัญหาและมีประเด็นอยู่ Alexa และ Google Assistant มีแนวโน้มที่จะเข้าใจสำเนียงที่ไม่ใช่อเมริกันน้อยลง 30% และอัตราความแม่นยำเฉลี่ยของชายผิวขาวที่ใช้ Alexa คือ 92% – หญิงต่างเชื้อชาติ 69%

ตัวเลขเหล่านี้ อาจอธิบายได้ว่า แรงงานจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีนั้นเป็นคนผิวขาว และอาจนำไปสู่อคติของผู้สร้าง ขณะนี้เทคโนโลยีเสียงได้พัฒนาองค์กรที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น  เช่น บีบีซีเริ่มมุ่งเน้นไปที่ปัญหาดังกล่าว และอยู่ในระหว่างการเปิดตัวผู้ช่วยด้านเสียงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองและสร้างรูปแบบการบริการใหม่โดยเชิญพนักงานจากทั่วโลกเข้าอบรมโปรแกรมเพื่ออ่านภาษาในสำเนียงที่แตกต่างกัน

ความเป็นส่วนตัวจะยังคงเป็นปัญหา แต่จะมีการปรับรูปแบบที่รัดกุมมากขึ้น

เช่นเดียวกับ AI ลูกค้าจำนวนมากแสดงความกังวลด้านความปลอดภัยว่า Google หรือ Amazon อาจฟังบทสนทนาในห้องนอนของคุณ หรืออื่นๆ อีกมากมาย Google ได้ตอบสนองต่อความสงสัยที่งาน CES ว่าถ้าผู้ใช้แจ้งว่า “สวัสดี Google คุณฟังฉันหรือไม่” พวกเขาจะได้รับลิงก์นำไปสู่การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในแอปพลิเคชั่น Home mobile ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของพวกเขา

การดูแลสุขภาพจะกลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากขึ้น

ในปี 2019 เทคโนโลยีที่สั่งงานด้วยเสียงได้เปิดตัวสู่โลกการแพทย์ด้วยโซลูชั่นมากมาย ที่ทำให้การสื่อสารระหว่างผู้ป่วยและผู้ให้บริการเป็นไปโดยอัตโนมัติหรือง่ายขึ้น การสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ เช่น Aiva และ Merit.ai สามารถประหยัดเวลาอันมีค่าของเจ้าหน้าที่คลินิก เช่น การกำหนดตารางนัดหมายและเตือนความจำหรือการประสานงานของทีมดูแล โดยเชื่อว่าปี 2020 จะเป็นปีที่เสียงจะกลายเป็นเรื่องทั่วไปและกลายเป็นอีกตัวเลือกสำหรับการรักษาผู้ป่วย

เราจะได้กลับไปติดต่อสื่อสารกับธนาคารอีกครั้ง

เทคโนโลยีเสียงจะช่วยให้ธนาคารมีโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่แข็งแกร่งมากขึ้น อย่างเช่น บริษัท เครดิตยูเนี่ยนกำลังร่วมมือกับ Amazon ทำธุรกรรมผ่านธนาคารที่สามารถดำเนินการผ่านผู้ช่วยเสียงในปี 2020 ผู้บริโภคจะเริ่มเห็นบริการเหล่านี้มากขึ้น และคาดว่าจะมีการถ่ายโอนเงินสดและนวัตกรรมความปลอดภัยที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่สาขาและสนทนากับตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้า

แค่ตัวอย่างที่เล่ามาทั้งหมด คงถึงเวลาแล้วจริง ๆ ที่ปีนี้เทคโนโลยีการสั่งงานด้วยเสียง น่าจะเข้ามามีบทบาทกับที่ชีวิตของผู้คนมากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ

ที่มา

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่ได้รับในนิตยสารและ
www.smmagonline.com

Share.