เมียนมา 2020 : มิติการเปลี่ยนแปลงกับโอกาสของธุรกิจไทย

0

SMmagonline-สภาธุรกิจไทย-เมียนมา จัดงานสัมมนา เมียนมา 2020: มิติการเปลี่ยนแปลงกับโอกาสของธุรกิจไทย 

สภาธุรกิจไทย-เมียนมา ภายใต้กรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย กำหนดจัดงานสัมมนา “เมียนมา 2020 : มิติการเปลี่ยนแปลงกับโอกาสของธุรกิจไทย” เวลา 13.00-17.00 น. ณ ห้องประชุม Passion 802 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยมี สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา และ กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา เป็นผู้บรรยายพิเศษภายใต้หัวข้อหลัก “มิติการเปลี่ยนแปลงของเมียนมา” โดยเจาะลึกมิติต่างๆ ทั้งหมด 10 ด้าน และช่วงเสวนาพิเศษเรื่อง “เรียนรู้ประสบการณ์กับการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ” โดยมีผู้ประกอบการนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ด้านการลงทุน และกลยุทธ์ที่สำคัญในการประกอบธุรกิจในเมียนมา

กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ กล่าวว่า ประเทศไทยและเมียนมาซึ่งมีพรมแดนติดกันร่วม2,000กิโลเมตร แต่นักธุรกิจไทยเข้าใจและรู้จักเมียนมาน้อยมาก และมักจะอนุมานว่าประเทศเมียนมายังขาดแคลนทุกอย่าง

แต่ปัจจุบันนี้ประเทศเมียนมาได้เปลี่ยนแปลงขึ้นมาก ทั้งในด้านการพัฒนาเมืองหลวง กรุงย่างกุ้ง ด้านการปรับปรุงกฎหมายการลงทุน การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานเพื่อการพัฒนาประเทศ และการเพิ่มขีดความสามารถแรงงาน เป็นต้น

มิติด้านการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สภาธุรกิจไทย-เมียนมาเล็งเห็นและคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยอย่างยิ่ง จึงได้จัดงานสัมมนาในครั้งนี้เพื่อเป็นเวทีและโอกาสในการบอกกล่าวถึงผู้ประกอบการไทยให้จับตามองประเทศเมียนมาให้ดีๆ วันนี้มิติของการเปลี่ยนแปลงของเมียนมาได้เห็นชัดเจนขึ้นทุกขณะ การเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างในเมียนมาเช่น การเปลี่ยนแปลงด้านการพัฒนาบ้านเมือง การเปลี่ยนแปลงด้านกฏหมาย การเปลี่ยนแปลงด้านสาธารณสุข การเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา การเปลี่ยนแปลงด้านไอทีและการสื่อสาร การเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างพื้นฐาน ฯลฯ

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงหลายๆด้านดังกล่าว ทำให้โอกาสทางการค้าและการลงทุนย่อมมีมากขึ้น หากมองตามกลุ่มธุรกิจต่างๆ มีหลากหลายธุรกิจที่เหมาะสมที่จะเข้าไปบุกตลาดเมียนมาในปัจจุบันนี้ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เพราะปัจจุบันนี้แรงงานรายวันของเมียนมามีค่าแรงเพียงวันละประมาณ 90 บาทเท่านั้น

ผลของการประหยัดค่าแรง จะส่งผลให้เป็นกำไรได้อย่างมากมายมหาศาลต่อกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป

และเกษตรอุตสาหกรรม เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำที่มีแม่น้ำสองสายใหญ่ผ่ากลางประเทศทำให้ไม่ขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก รวมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมประมงแปรรูป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการศึกษาและการฝึกอบรมอาชีพ อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและความงาม และอุตสาหกรรมอื่นๆอีกมากมาย

จะเห็นว่าโอกาสของนักธุรกิจไทยที่มีความชำนาญด้านต่างๆ สามารถใช้ประโยชน์ในรูปของการค้าและการลงทุน อีกทั้งยังสามารถที่จะใช้ที่ประเทศเมียนมาเป็นฐานการผลิตและใช้ประเทศไทยเป็นฐานของการตลาดได้อย่างดี นี่จึงเป็นโอกาสทองของนักธุรกิจไทยทั้งสิ้น

ติดตามข่าวธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดที่ได้รับในนิตยสารและ
www.smmagonline.com

Share.