Media Donuts ชี้ อยากสื่อสารกับผู้บริโภคยุคนี้ ต้องเน้น ME ในทุกแพลตฟอร์ม

0

SMmagonline-มีเดียโดนัทส์ มองพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค แบรนด์ต้องปรับเปลี่ยนตาม ยุคนี้เน้นการสื่อสารแบบ ME ไม่ใช่ MASS แนะควรมองหาแพลตฟอร์มใหม่ที่เป็นชุมชนเพื่อเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย วางเป้าธุรกิจปีนี้เติบโตเป็น 2 เท่าหรือกว่า 900 ล้านบาทจับกลุ่มลูกค้าเอเจนซี่โลเคิลและเอสเอ็มอี

ปีเตอร์ ฌอง เดอ ครอน ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ มีเดียโดนัทส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ปัจจุบ้นผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปมาก ในหนึ่งครอบครัวแม้จะดูคอนเทนต์เดียวกันแต่ก็ดูผ่านคนละแพลตฟอร์ม เช่น แม่ดูละครผ่านทีวี พ่อดูละครผ่านแพลตฟอร์ม ลูกดูละครผ่านสังคมออนไลน์ นั้นแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคปัจจุบัน คือ ผู้เลือกช่องทางและรูปแบบการรับสื่อ พร้อมออกแบบประสบการณ์ออนไลน์ของตนเองตามความสนใจและความชื่นชอบของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ ผู้บริโภคหนึ่งคนไม่ได้อยู่ในแค่แพลตฟอร์มเดียวแต่เขาอยู่ในหลายแพลตฟอร์มและแต่ละแพลตฟอร์มเขาก็มีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น การสื่อสารแบบ MASS จึงไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อีกต่อไป ยิ่งเมื่อมี 5G ผู้บริโภคจะเสพคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น การสื่อสารแบบ ME หรือปัจเจกชนจึงถูกเข้ามาแทนที่

คำว่า ME ไม่ได้หมายถึงความโดดเดี่ยวหรือแตกแยก จากการวิจัยของบริษัท Activate Consulting พบว่าผู้คนยังใช้ประสบการณ์การรับสื่อเพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เข้าหาแพลตฟอร์มใหม่ๆ ซึ่งเป็นชุมชนเพื่อรองรับคนที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน อย่าง วัยรุ่นแบ่งปันเพลย์ลิสต์กันบน Spotify การร่วมเล่นเกมกับผู้คนอื่นๆ ผ่านเกมออนไลน์อย่าง Call of Duty และการแลกเปลี่ยนบทสนทนากันระหว่างแฟนมังงะบน Webtoon เป็นต้น

โดยคนยุคโมบายเฟิสต์ทั้งกลุ่มมิลเลนเนียลส์ และเจนซี ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักในตลาดมีแนวโน้มเปิดรับแพตฟอร์มใหม่ๆ และตื่นเต้นกับการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เสมอ นอกจากนี้ ผู้บริโภคทั่วโลกมีการใช้งานแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์สลับไปมาถึง 6 แพลตฟอร์มและในอนาคตมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนแพลตฟอร์มมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการเข้าถึงผู้บริโภคที่มีความสนใจและต้องการสื่อสารกับคนอื่นๆ ที่มีความชอบและงานอดิเรกในเรื่องเดียวกัน ดังนั้น แบรนด์จะต้องปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับการบริโภคคอนเทนต์ยุคใหม่ และจะต้องสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับผู้บริโภคแต่ละคนแต่ครอบคลุมในทุกแพลตฟอร์ม เนื่องจากทัชพอยต์ต่างอยู่อย่างกระจัดกระจาย เพราะการรับรู้ข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลต่อการรับรู้แบรนด์และการตัดสินใจซื้อสินค้าในท้ายที่สุด

ด้วยปัจจัยที่กล่าวมานี้มีเดียโดนัทส์เห็นว่าแบรนด์จำเป็นต้องออกจากพื้นที่เดิมๆ เพื่อทดลองใช้แพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่กลุ่มเป้าหมายใช้เวลากับแพลตฟอร์มเหล่านั้นมากขึ้น เพื่อการสร้างกลยุทธ์และคอนเทนต์ของแคมเปญให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มเหล่านั้น

โดยมีเดียโดนัทส์เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแพลตฟอร์มชั้นนำต่างๆ มากมาย ได้แก่ ทวิตเตอร์ (Twitter) ทินเดอร์ (Tinder) เว็บตูน (Webtoon) สปอติฟาย (Spotify) แอคทิเวชัน บลิซซาร์ด (Activision Blizzard) และติ๊กต็อก (TikTok) เป็นต้น ร่วมถึงมีบริการ Private Marketplace (PMP) และแพ็กเกจต่างๆ เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถเลือกทำโฆษณาเฉพาะบนแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของตัวเอง

นอกจากนี้ มีบริการติดตามผลการดำเนินงานผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ใช้โฆษณาได้แบบเรียลไทม์โดยได้ทำการรวมข้อมูลจากแพลตฟอร์มต่างๆ ของสังคมออนไลน์ให้มาอยู่บน Dashboard ของบริษัทเพื่อให้นักการตลาดได้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนและสามารถเปลี่ยนแปลงการทำตลาดไปยังแพลตฟอร์มหรือสังคมออนไลน์อื่นได้ทันทีโดยยังไม่ต้องรอให้จบแคมเปญเหมือนอย่างในอดีต

จากความเชี่ยวชาญด้านการวางแผนการใช้สื่อ ประกอบกับการเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้มีเดียโดนัทส์สามารถนำเสนอโซลูชันที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละรายได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์สามารถเห็นผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงและบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้

ปัญชรี สิทธิเสนี Country Head ประจำประเทศไทย มีเดียโดนัทส์ กล่าวว่า ในปีนี้มีเดียโดนัทส์มีเป้าหมายที่จะจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นเอเจนซี่โลเคิลและกลุ่มเอสเอ็มอีเพื่อให้ครอบคลุมลูกค้าทั้งหมด โดยวางเป้าว่าปี 2563 จะสามารถสร้างรายได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าหรือกว่า 900 ล้านบาท

อ่านข่าวธุรกิจและการตลาดเพิ่มเติม คลิก
Share.