ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้เศรษฐกิจติดไวรัส ฉุด GDP ไทยคาดดิ่งเหลือ 0.5%

0

SMmagonline-ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดจีดีพีไทยปี 2563 เหลือ 0.5% จากเหตุไวรัสโควิด-19 ย้ำหากสถานการณ์คลี่คลายตามสมมติฐาน 3 ข้อ 1-จีนไม่มีการระบาดรอบใหม่ 2-จำนวนผู้ติดเชื้อนอกจีนทยอยลดลง และ3-จำนวนผู้ติดเชื้อในไทยไม่เพิ่มแบบมีนัยสำคัญระดับหลักหลายสิบราย จีดีพีจะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง   

ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้เงื่อนไข หรือสมมติฐานที่ตั้งไว้ 3 ข้อว่า 1-สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในจีน สามารถควบคุมจำนวนการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อได้ในระยะ 1-2 เดือนข้างหน้า 2-สถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะประเทศอิตาลีและเกาหลีใต้สามารถควบคุมได้ในไตรมาส 2 และ 3-สถานการณ์ในไทย ยังไม่ปรากฏเหตุการณ์ที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาสั้น ๆ นั้น

คาดว่าจะทำให้เห็นจีดีพีในปีนี้ขยายตัวเหลือ 0.5% จาก 2.7% ที่ประมาณการไว้ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ดูเหมือนว่าตัวเลขนี้จะปรับลดค่อนข้างมาก แต่ก็เป็นการประเมินตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนค่อนข้างเร็ว และหากการระบาดมีสัญญาณคลี่คลายลงภายในช่วงครึ่งปีแรกตามสมมติฐาน คงจะทำให้เห็นจีดีพีที่กลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส 4

k research GDP Covid-19

(จากซ้าย) ธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ และ
ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ

“อยากย้ำว่าสถานการณ์รอบนี้ไม่เหมือนปี 2540 เนื่องจากรอบนี้เป็นเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดจากปัจจัยภายนอก ขณะที่ปี 2540 มาจากปัญหากลไกเศรษฐกิจและภาคธุรกิจที่ไม่สมดุลซึ่งแก้ยากกว่าและฟื้นตัวได้ช้ากว่ามาก” ณัฐพร กล่าว

ไวรัส Covid-19 กับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หายไป

สำหรับการปรับลดประมาณการ GDP ที่หายไปนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมิไว้ดังนี้

  • ผลกระทบหนักสุดคงอยู่ที่ภาคการท่องเที่ยวซึ่งคาดว่ารายได้ของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหายไป 4.1 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.4% ของจีดีพี
  • ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะหายไป 8.3 ล้านคน หรือหดตัว -20.8% จากปีก่อนหน้า
  • ภาคการค้าระหว่างประเทศของไทยที่การส่งออกจะหดตัวลึกขึ้นเป็น  -5.6% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ -1.0% เนื่องจากการแพร่ระบาดที่ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจโลกทรุด และความต้องการต่อสินค้าออกไทยลดลง ตลอดจนกระทบห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะของจีนที่กระทบต่อเนื่องมายังภาคการผลิตของไทย
  • ส่วนการบริโภคและลงทุนในประเทศมีแนวโน้มชะลอตัวลงเช่นกัน เพราะผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายและเดินทางออกนอกบ้าน อันทำให้ธุรกิจค้าปลีกไทยในปีนี้น่าจะได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท ทั้งหมดนี้ทำให้ต้องจับตาปัญหาสภาพคล่องของธุรกิจและสถานการณ์การจ้างงาน ซึ่งเป็นประเด็นเฉพาะหน้าที่ภาครัฐต้องเข้าไปดูแลเป็นลำดับแรก ๆ อีกทั้งยังต้องติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะออกงบประมาณเพิ่มเติมด้วย

มั่นใจธปท. ปรับนโยบายการเงินรับผลกระทบ

ส่วนนโยบายการเงินนั้น คาดว่าผลกระทบที่จะทยอยปรากฏชัดเจนขึ้นผ่านโอกาสการหดตัวชั่วคราวของจีดีพีในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปี จะทำให้ ธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 0.25-0.50% ในระยะที่เหลือของปีนี้

จากนั้นคาดว่า จะตามมาด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์

“การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจไม่ใช่ยาวิเศษที่พลิกฟื้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วในจังหวะไม่ปกติเช่นนี้ แต่ก็คงช่วยบรรเทาภาระต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือนลงได้บางส่วน สำหรับทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนั้น คาดว่าหากสถานการณ์การระบาดของไวรัสฯ เป็นไปตามสมมติฐานคือเริ่มดีขึ้น อาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและจีดีพีกลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้ง”

ผลกระทบ Covid-19 ต่อธนาคารพาณิชย์ในภาพรวม

สำหรับธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทย สถานการณ์การชะลอตัวลงแรงของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก จะส่งผลกระทบต่อรายได้ ทั้งรายได้จากดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยหลักจากเงินให้สินเชื่อที่จะเผชิญทั้งผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม และสินเชื่อ ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดประมาณการของอัตราการเติบโตลงมาที่ระดับไม่เกิน 1% ในปี 2563 (เดิมมองกรอบล่างไว้ที่ 3.0%) เทียบกับ 2.2% ณ สิ้นปี 2562

ขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้ด้อยคุณภาพอาจเพิ่มขึ้นตามทิศทางเอ็นพีแอลที่มีโอกาสขยับขึ้นจาก 2.98% เมื่อสิ้นปี 2562 โดยต้องรอดูสถานการณ์และตัวเลขไตรมาสแรกที่จะออกมาภายใต้มาตรฐานบัญชีใหม่ด้วยเพื่อประเมินทิศทางที่ชัดเจนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญกว่าของธนาคารพาณิชย์ไทย ณ ขณะนี้ คือการช่วยเหลือลูกค้าผ่านมาตรการต่าง ๆ ที่ร่วมมือกับทางการ เพื่อให้ลูกค้าผ่านพ้นช่วงยากลำบากนี้ไปก่อน ขณะที่ผลกระทบต่อผลประกอบการในปีนี้ เป็นสิ่งที่นักลงทุนรับรู้ไประดับหนึ่งแล้ว และเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสถาบันการเงินทั่วโลก

ทิ้งท้ายต่อประเด็นที่รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง มีนโยบายเยียวยา เตรียมแจกเงินแสนล้าน ต้านผลกระทบ Covid-19 ต่อเศรษฐกิจ โดยแจกเงินให้กับประชาชนที่จะเข้าข่าย 14 ล้านคนนั้น ณัฐพร ให้ความเห็นต่อประเด็นนี้ว่า

เนื่องจากผลกระทบของ Covid-19 ต่อเศรษฐกิจเป็นเหตการณ์ฉุกเฉิน ที่ส่งผลกระทบลึกและแรง จึงต้องอาศัยนโยบายทางเศรษฐกิจช่วยผ่อนภาระหนี้ก่อน มีกลุ่มคนไม่มีรายได้เพราะตกงาน ฉะนั้นต้องทำอย่างไรก็ตามให้คนมีเงินในกระเป๋า เพื่อลดผลกระทบ มิฉะนั้นผลกระทบที่่มีจะเริ่มจากเล็กกระจายวงกว้างไปสู่ขนาดกลาง และใหญ่ เพื่อจำกัดผลกระทบที่จะขยายใหญ่ขึ้นต้องมีนโยบายที่ส่งเงินลงไปในระบบให้เร็วและในปริมาณที่มากพอ

อ่านข่าวธุรกิจและการตลาดเพิ่มเติม คลิก

Share.

mother-day-2563-smmagonline