เคทีซีมั่นใจมาตรฐาน TFRS 9ไม่กระทบต่อการปฎิบัติงานจริง

0

SMmagonline- เคทีซีมั่นใจเมื่อมาตรฐาน TFRS 9 เข้ามาส่งผลให้การตัดหนี้สูญมีความเข้มข้นกว่ามาตรฐานเดิม แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงด้านตัวเลขทางการเงินเท่านั้น ไม่กระทบกับการปฎิบัติงานจริง คาดปีนี้ยอดการทำบัตรใหม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 300,000 ใบ

KTC ชุติเดช ชยุติ TFRS9 smชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส คอร์ปอเรท ไฟแนนซ์เคทีซีหรือบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับเคทีซีบนมาตรฐาน TFRS9 ว่า การนำมาตรฐาน TFRS9 มาใช้สำหรับงบการเงินเคทีซีจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในการรายงานตัวเลขทางการเงินมากกว่าที่จะเป็นผลกระทบต่อการปฏิบัติงานจริง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดจากการนำมาตรฐาน TFRS9 มาใช้ คือ การตัดหนี้สูญที่เข้มข้นกว่ามาตรฐานเดิม โดยรายงานตัวเลขทางการเงินตามมาตรฐาน TFRS9 จะแตกต่างไปจากเดิม 4 เรื่องด้วยกัน คือ

1.การเปลี่ยนแปลงการตัดหนี้สูญ (Write off)

กับการบันทึกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระเกินกว่า 90 วัน ตามมาตรฐาน TFRS 9 จะทำให้การตัดหนี้สูญทำได้ช้าลงเนื่องจากหนี้สูญที่ตัดออกเพื่อการใช้สิทธิทางภาษีจะยังไม่ถูกตัดออกจากรายงานจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถเรียกเก็บหนี้ได้อีกต่อไป ดังนั้น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) บนมาตรฐาน TFRS 9 จะเทียบเคียงได้กับ Write off + NPL ตามมาตรฐานเดิม เช่น เดิมบริษัท A ตัดหนี้สูญปีละประมาณ 7-8% คงเหลือ NPL ประมาณ 1% แต่มาตรฐาน TFRS 9 จะรายงานประมาณ 8-9% ทำให้เห็นว่าตัวเลข NPL ตามมาตรฐานใหม่ดูสูงขึ้นแต่จริงๆ แล้วเท่าเดิม

2.การเปลี่ยนแปลงการบันทึก NPL

กับตัวชี้วัดสำคัญทางการเงิน ด้วย NPL ที่รายงานตามมาตรฐาน TFRS 9 มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราส่วนที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลงไเช่น ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อลูกหนี้รวม (Allowance/Port) ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อลูกหนี้ที่อายุเกิน 90 วัน (NPL Coverage)  แต่ภายใต้มาตรฐาน TFRS 9 อัตราส่วนของ Allowance/Port ตามตัวเลขฐานใหม่อาจจะอยู่ประมาณ 9%-11% และ NPL Coverage อาจจะเป็นประมาณ 100%-200% ทั้งนี้ เมื่อมีการนำมาตรฐาน TFRS 9 มาใช้เต็มรูปแบบจะทำให้สามารถประมาณการอัตราส่วนดังกล่าวได้ชัดเจนขึ้น

3.การเปลี่ยนแปลงการบันทึกรายได้ 

มาตรฐานบัญชี TFRS 9 ได้กำหนดให้บริษัทยังคงต้องรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจาก NPL ไปจนกว่า NPL ดังกล่าวจะถูกตัดเป็นหนี้สูญ แม้ว่าจะอยู่ใน Stage 3 แล้วก็ตาม

4.การบันทึกกำไรทางบัญชีเพิ่มขึ้น

มาตรฐานบัญชี TFRS 9 กำหนดให้บริษัทต้องตั้งสำรองสำหรับ NPL ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ตามจำนวนที่ได้จากการคำนวณตาม ECL Model (Expected Credit Loss Model) ซึ่งจะไม่ใช่การตั้งสำรองเต็ม 100% เหมือนเดิม และด้วยมาตรฐาน TFRS 9ที่กำหนดไว้ในกรณีที่มีส่วนต่างของรายได้ดอกเบี้ยและสำรองในส่วนของดอกเบี้ยที่น้อยกว่า 100% ให้รับรู้ผลตามนั้นในงบกำไรขาดทุนด้วยซึ่งมีผลให้กำไรทางบัญชีเพิ่มขึ้น

“จากจำนวนของสำรองหนี้สงสัยจะสูญของเคทีซี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีการนำมาคำนวณตาม ECL Model แล้วพบว่ามีส่วนที่เกินอยู่จำนวนหนึ่ง ฝ่ายจัดการของบริษัทฯ จึงพิจารณา Management Overlay จำนวนหนึ่งเพิ่มเติมตามกำหนดในมาตรฐาน TFRS 9 ทำให้เมื่อเข้าสู่มาตรฐาน TFRS 9 จะไม่มสำรองส่วนเกิน

มาตรฐาน TFRS 9 แบ่งลูกหนี้เป็น 3 Stage

KTC ดร.ศุภมิตร เตชะมนตรีกุล TFRS9 sm
ด้าน
ดร.ศุภมิตร เตชะมนตรีกุล หุ้นส่วนสำนักงานด้านการสอบบัญชี บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี กล่าวถึงสาระสำคัญของมาตรฐาน TFRS 9 ว่า ในต่างประเทศมีการใช้มาตรฐาน TFRS 9 มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว สำหรับประเทศไทยมีการบังคับใช้มาตรฐาน TFRS 9 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 เพื่อทดแทนมาตรฐานเก่าซึ่งใช้มา 30 ปีแล้วโดย TFRS 9 คือ มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 : เครื่องมือทางการเงินที่ใช้ลงบัญชีของกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (PAEs:Publicly Accountable Entities) อย่าง บริษัทมหาชน กิจการที่ต้องระดมเงินในวงกว้างด้วยการออกตราสารหนี้ ตราสาร ทุน หรือเอกสารแสดงสิทธิ เช่น สถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์และกองทุนรวม ฯลฯ รวมถึงกิจการที่กำลังขอจดทะเบียนออกตราสารในตลาดหลักทรัพย์

มาตรฐาน TFRS 9 ได้ปรับเปลี่ยนหลักการเกี่ยวกับการจัดประเภทและการวัดมูลค่าของเครื่องมือทางการเงิน และการด้อยค่าของเครื่องมือทางการเงิน โดยมีส่วนที่สำคัญ คือ การกันเงินสำรองเพื่อรองรับผลเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากสินทรัพย์และภาระผูกพัน เช่น เงินให้สินเชื่อ เงินลงทุนในตราสารหนี้ สัญญาค้ำประกันทางการเงิน วงเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้จากแนวคิดเดิมที่กันเงินสำรองจากความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว มาเป็นการกันสำรองเพื่อรองรับความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อให้เงินสำรองสะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตตลอดอายุของลูกหนี้ โดยกำหนดให้พิจารณาจากข้อมูลทั้งในอดีต ปัจจุบัน และเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยพิจารณากันเงินสำรองต่างกันตามสถานะหรือชั้น (Stage) ของลูกหนี้”  

มาตรฐาน TFRS 9 จะแบ่งลูกหนี้เป็น 3 Stage คือ

  • ลูกหนี้ Stage 1 เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตไม่เปลี่ยนแปลงจากวันแรกของการให้สินเชื่อ หรือมีการค้างชำระเงินไม่เกิน 1 เดือน ให้กันเงินสำรองเพื่อรองรับความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 1 ปีข้างหน้า
  • ลูกหนี้ Stage 2 กลุ่มที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มนี้มีการจ่ายเงินให้กับสถาบันการเงินบางแห่งในขณะที่บางแห่งไม่ให้
  • ลูกหนี้Stage 3 กลุ่มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เดิมเรียกกลุ่มนี้ว่า Non-performing loan หรือ NPL ให้กันเงินสำรองรองรับความเสียหายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตลอดอายุของลูกหนี้ ทำให้สถาบันการเงินรับรู้เงินสำรองเร็วขึ้นตามสถานะของลูกหนี้ที่เปลี่ยนแปลงไป และงบการเงินสะท้อนฐานะที่แท้จริงอย่างเป็นปัจจุบัน

KTC TFRS9 sm 2ชุติเดช กล่าวเสริมต่อว่า “ถ้าคุณเคยเป็นลูกหนี้ Stage 1 แล้วคุณตกไปที่ Stage 2 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องให้คุณต้องพิสูจน์ตัวเองก่อนว่าคุณจะจ่ายสม่ำเสมอหรือเปล่าแล้วถึงปรับมาเป็นลูกหนี้ Stage 1”

ดร.ศุภมิตร กล่าวต่อว่า สำหรับงบการเงินจะเปลี่ยนแปลงการแสดงรายการแบบใหม่ ตามแนวทางการจัดประเภทและการวัดมูลค่าที่เปลี่ยนแปลง โดยจะเพิ่มบางรายการ เช่น สินทรัพย์ หนี้สินทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน และงบกำไรขาดทุนจะมีการเปลี่ยนแปลงบางรายการ เช่น กำไร (ขาดทุน) จากการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงินประเภทต่างๆ ผ่านกำไรขาดทุนหรือกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้งบการเงินทราบถึงรูปแบบการประกอบธุรกิจ และวัตถุประสงค์ในการถือครองสินทรัพย์ของกิจการ เช่น หากมีวัตถุประสงค์ในการถือครองสินทรัพย์เพื่อมุ่งหวังกำไรระยะสั้นจะรับรู้กำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเข้างบกำไรขาดทุน

อ่านข่าวเคทีซีเพิ่มเติม:

มั่นใจยอดบัตรใหม่เป็นไปตามเป้า

KTC TFRS9 smชุติเดช กล่าวทิ้งท้ายถึงผลประกอบการของเคทีซี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ว่า ปีที่ผ่านมาเคทีซีมีกำไรสุทธิ 5,524 ล้านบาท พอร์ตลูกหนี้การค้ารวมเท่ากับ 85,834 ล้านบาท ฐานสมาชิกรวม 3.4 ล้านบัญชี แบ่งเป็นธุรกิจบัตรเครดิต 2,510,914 บัตร พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิตรวม 56,653 ล้านบาท NPL รวม 1.06% NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ 0.93% ธุรกิจสินเชื่อบุคคลมีจำนวนทั้งสิ้น 888,342 บัญชี ยอดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลรวม 28,933 ล้านบาท NPL ของสินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 0.92%

สำหรับผลประกอบการ 2 เดือนแรกของปีนี้ถือว่าใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมายอดการทำบัตรใหม่น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ 300,000 ใบ คาดว่ากำไรไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ด้านการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จากสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เคทีซีไม่มีลูกหนี้ที่เป็นเอสเอ็มอีในพอร์ต มีแต่ลูกหนี้ที่เป็นพนักงานบริษัท แต่ก็มีทำเรื่องรองรับความช่วยเหลือไว้เหมือนกันตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านข่าวธุรกิจและการตลาดเพิ่มเติม คลิก

Share.

mother-day-2563-smmagonline