อิเซตัน เมื่อ Japanese Essence ไม่ตอบโจทย์นักช้อปไทย

0

SMmagonline- คนไทยชอบสินค้าญี่ปุ่น โลกก่อนมีโควิด19 (COVID-19) ระบาด กลุ่มที่กำลังซื้อถ้าว่างก็อดไม่ได้จะต้องหาเวลาไปเที่ยวญี่ปุ่น และที่แน่ๆ คือต้องไปช้อปปิ้งหาซื้อสินค้าฮิตติดเทรนด์ ของมันต้องมี แบรนด์เนม ไปจนถึงวิตามินอาหารเสริม และสินค้าอีกสารพัดชนิด แต่แล้วทำไมห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นนับแต่อดีตถึงปัจจุบันที่พยายามจัดสรรทุกอย่างให้ครบในที่เดียวไว้ในเมืองไทย ถึงไปกันไม่ค่อยรอด เหมือนล่าสุดที่ห้างสรรพสินค้า “อิเซตัน” ก็กำลังจะปิดตัวตามกำหนดอีกราย แม้จะให้เหตุผลว่าหมดสัญญาเช่าพื้นที่ก็ตามที

ISETAN อิเซตัน sm 2ห้างสรรพสินค้าสัญชาติญี่ปุ่น “อิเซตัน” (ISETAN) ประกาศยุติกิจการในวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ด้วยเหตุผลจากการสิ้นสุดสัญญาเช่ากับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หลังจากปักหลักในตลาดค้าปลีกในประเทศไทยมาถึง 28 ปี อิเซตันเป็นกลุ่มทุนค้าปลีกจากญี่ปุ่นซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมานานในตลาด แต่เมื่อต้องเผชิญกับบริบทของตลาดเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะสนามรบ “ค้าปลีก” เมืองไทย และโถมทับเข้ามาด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ตลาดค้าปลีกดุเดือดทุกวินาที ขณะเดียวกัน การตัดสินใจครั้งนี้ อาจจะเป็นการที่อิเซตันยอมรับถึงความยากลำบาก หากจะฝืนเดินเกมต่อเนื่องจากสรรพกำลังที่มีไม่มากนัก โดยการตัดสินใจทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะได้รับการประกาศจากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นโรคแพร่ระบาดใหญ่ของโลก (Pandemic)

ลาทีกับตำนาน “Japanese Essence”

สำหรับกลยุทธ์การตลาดระยะที่ผ่านมา อิเซตัน เลือกที่จะขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความแตกต่างจากการชู “ความเป็นญี่ปุ่น” หรือJapanese Essence” ด้วยสินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มาจากญี่ปุ่นแท้ๆ

โดยต้องยอมรับว่า อิเซตัน เป็นศูนย์การค้าญี่ปุ่นที่มีความเปรียบด้านทำเล เนื่องจากอยู่ในย่านใจกลางช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ของกรุงเทพมหานคร บริเวณหัวมุมถนนหนึ่งของแยกราชประสงค์ โดยอยู่ในพื้นที่ของเซ็นทรัลเวิล์ด ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ ทันสมัยและมีฐานกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งสามารถที่จะช่วยดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่ได้

ISETAN อิเซตัน smในปี 2558 เป็นปีที่ อิเซตัน ทำการปรับพื้นที่ ฟู้ดฟลอร์ บริเวณชั้น 5 ภายใต้ชื่อ “วะโชกุ แกลเลอรี่” โซนอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นภายใต้คอนเซ็ปต์ This is Japan” เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสความนิยมอาหารญี่ปุ่นที่ขยายตัวสูง โดยสินค้าหลายอย่างในส่วนนี้ เป็นการส่งเข้ามาจำหน่ายที่อิเซตันที่เดียว ขณะนี้มีผู้บริโภคใช้บริการในส่วนนี้ประมาณ 1 ล้านคนต่อปี

ในเบื้องต้นคาดว่าภายหลังจากปิดกิจการมีแนวโน้มว่าเจ้าของพื้นที่อย่างเซ็นทรัลพัฒนามีแผนจะเก็บพื้นที่ส่วนนี้ไว้สำหรับร้านค้าและร้านอาหารเดิมบางส่วนในห้างอิเซตัน อาทิ โซนร้านอาหารสไตล์ Authentic Japanese ต้นตำรับอาหารญี่ปุ่นจากประเทศญี่ปุ่นแท้ๆ โดยอาจปรับเปลี่ยนพื้นที่และเพิ่มเติมร้านค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มฐานลูกค้าที่ยังมีจำนวนมากและเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์และอาหารแบบญี่ปุ่นแท้

แม้อิเซตันจะถอดใจกับการดำเนินธุรกิจในไทย แต่เห็นได้ขัดว่า ส่วนของร้านอาหารถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นของ อิเซตัน ที่สามารถสร้างความแตกต่างจากที่อื่นๆและมีกลุ่มลูกค้าหลักชัดเจนและถือเป็น “Niche Market” โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ สินค้า-บริการแบบญี่ปุ่น และกลุ่มคนญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานและพักอาศัยในเมืองไทย รวมถึงนักท่องเที่ยว

หลากปัจจัยลบฉุด “อิเซตัน” อ่อนแรง

ISETAN อิเซตัน smการเปลี่ยนแปลงในตลาดค้าปลีกในเมืองไทยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ประกอบกับทุนค้าปลีกท้องถิ่นมีความเข้มแข็งขึ้น ทำให้การแข่งขันดุเดือดรุนแรงขึ้นตลอดเวลา

ตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้คือความสามารถในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนไทยให้ได้ในทุกมิติ

โดยแม้ว่าเทรนด์ของคนไทยยังให้ความนิยมกับแบรนด์จากฝั่งอเมริกาหรือยุโรปมากกว่าเอเชีย ทำให้ห้างสรรพสินค้าต้องรองรับความต้องการนี้ให้พร้อม โดยเฉพาะนักช้อปไทยต้องการโปรโมชั่นลดราคา รวมถึงแคมเปญที่ต้องนำออกมากระตุ้นแรงซื้อในเทศกาลต่างๆ ทั้งยังต้องการพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าให้สามารถรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้ตลอด 1 วันในพื้นที่เดียว ทำให้คนไทยคุ้นเคยกับไลฟ์สไตล์แบบ One stop shopping ดังนั้น การชูจุดเด่น จุดขายเดียวด้วยเรื่อง “ความเป็นญี่ปุ่น” จึงอาจจะไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับคู่แข่งขัน

คนไทยเข้าถึง วัฒนธรรมญี่ปุ่นได้มากขึ้น

Don Don Donki The Market smที่มาภาพ : Sineha Bangkok

ขณะเดียวกันคนไทยที่ชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นก็สามารถที่จะเปิดประสบการณ์ตรงถึงที่ได้ง่ายกว่าในอดีตมาก ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกลงจากการแข่งขันของสายการบินโลว์คอสต์แอร์ไลน์ รวมถึงการที่ประเทศญี่ปุ่นเปิดฟรีวีซ่าให้กับชาวไทย ก็ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งมีโอกาสช้อปปิ้งไกลถึงญี่ปุ่นได้โดยตรง ในราคาสินค้าที่ต่ำกว่าการซื้อในประเทศไทย

นอกจากนี้การขยายตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นที่กระจายอยู่รอบกรุงเทพฯ ทั้งจากแบรนด์ของไทยแล้วหลายๆห้างสรรพสินค้าเลือกที่จะนำร้านอาหารที่มีเสียงของเมืองต่างๆ ในญี่ปุ่นมาให้บริการเป็นจำนวนมาก ก็มีส่วนทำให้เสน่ห์ของอิเซตันลดลง เนื่องจากคนไทยมีทางเลือกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม อิเซตันมองเห็นความท้าทายของธุรกิจห้างสรรพสินค้ามาก่อนที่ประกาศยุติการดำเนินธุรกิจ จากที่ก่อนหน้านี้มีการตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแนวคิดของธุรกิจจาก Department store” ให้เป็น Entertainment store” ซึ่งจะไม่ใช่แค่การให้บริการรวบรวมสินค้าและแยกตามหมวดหมู่อายุของกลุ่มเป้าหมายอีกต่อไป แต่จะเป็นการ “แยกสินค้าตามไลฟ์สไตล์” ภายในปี 2561 ซึ่งก็เป็นการปรับในทิศทางที่คู่แข่งขันก็ต่างพุ่งเป้าเข้าไปตอบสนองในจุดเดียวกันและสามารถดำเนินการได้ชัดเจนกว่า

Don Don Donki sm

ที่มาภาพ : Sineha Bangkok

ยิ่งไปกว่านั้นคือ การเข้ามาของ ห้างสรรพสินค้าใหม่จากญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นดองกี้มอลล์ (DONKI) หรือ สยาม ทาคาชิมายะ (SIAM TAKASHIMAYA) ที่สดใหม่ ทันสมัยมากกว่า ที่สำคัญการที่ได้ทุนไทยเข้าหนุนเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น จากปัจจัยทั้งหมดนี้ น่าจะหนักหนาสาหัสสากรรจ์เกินกว่าที่กำลังของอิเซตันจะต้านทานได้ แล้วยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับพิษเศรษฐกิจที่ตกต่ำต่อเนื่องในเมืองไทย การตัดสินใจออกจากเกมการแข่งขันที่ดุเดือดของประเทศไทยจึงอาจจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

สยาม ทาคาชิมายะ SIAM TAKASHIMAYA Sm

รายได้และกำไรบริษัท อิเซตัน (ประเทศไทย) จำกัด  (หน่วย : ล้านบาท)

ปี รายได้ กำไร
2559 1,422 5.10
2560 1,424 12.47
2561 1,454 25.49

ที่มา : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.