BMW สปอยล์ Concept i4 ก่อนผลิตจริง 2021

0

SMmagonline- บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป (BMW Group) เปิดตัวรถพลังงานไฟฟ้าล้วน ตระกูล Gran Coupe ผ่านรถคอนเซ็ปต์ BMW Concept i4 ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ากลายเป็นแกนหลักของแบรนด์

เริ่มต้นยุค Sheer Driving Pleasure BMW Concept i4 แสดงให้เห็นความล้ำของ BMW i4 ซึ่งจะเข้าสู่การผลิตจริงในปี 2021

การเปิดตัวนี้เกิดขึ้นในรูปแบบ Virtual World Premiere เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 หลังจากที่ทางการสวิสเซอร์แลนด์ประกาศยกเลิกการจัดงาน Geneva Motor Show 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ก่อนที่รถจะอวดโฉมเป็นแบ็กกราวด์ในการแถลงข่าว BMW Group Annual Accounts Conference ในวันที่ 18 มีนาคมที่ผ่านมา

Adrian van Hooydonk BMW Concept i4 smAdrian van Hooydonk รองประธานอาวุโส BMW Group Design กล่าวว่า “BMW Concept i4 นำพลังงานไฟฟ้ามาสู่หัวใจหลักของแบรนด์ BMW ผ่านการออกแบบที่ไดนามิกไม่หยุดนิ่ง การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และความสง่างามหรูหรา ทำให้ BMW Concept i4 เป็นยานยนต์ไฟฟ้าสมบูรณ์แบบซึ่งปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ (zero local emissions)”

มอเตอร์ไฟฟ้าและพลังงาน

BMW Concept i4
  • ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้ถึง 530 แรงม้า เร่งจาก 0-100 กม. ได้ภายใน 4 วินาที (0 – 60 ไมล์ต่อชั่วโมง)
  • อัตราเร่งสูงสุด 200 กม.ต่อชั่วโมง (124 ไมล์ต่อชั่วโมง)
  • ในการชาร์จแต่ละครั้งสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 600 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
  • ระบบการส่งพลังเสมือนที่ทำงานได้อย่างเงียบสนิท

ดีไซน์

ดีไซน์ภายนอกของรถแตกต่างจาก Gran Coupe ทั่วไปอย่างชัดเจน ดีไซน์ใหม่นี้ดูน่าเชื่อถือ ทันสมัย และมั่นใจ ขณะที่ฐานล้อยาวเป็นพิเศษทำให้มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารเหลือ ส่วนหลังคาที่ค่อยๆ ลาดลงด้านหลังทำให้ดูหรูหรา รถยนต์ 4 ประตูนี้ไม่เพียงเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางเกินคาดสำหรับรถดีไซน์ล้ำแบบนี้

รูปลักษณ์

รูปลักษณ์ของ BMW Concept i4 โดดเด่นที่องค์ประกอบทั้งลายเส้นคมชัดลื่นไหล เฉดสีภายนอกรถดูทันสมัยด้วยสี Frozen Light Copper เหมือนรถ BMW Vision iNEXT ยังมีการดึงดูดสายตาด้วยเส้นสายสีฟ้าทั้งด้านหน้าและด้านข้างของรถที่ตอกย้ำความเป็น BMW i ยังมีดีไซน์ตามหลัก aerodynamic อีกหลายอย่างที่ช่วยให้ BMW Concept i4 ขับขี่ได้ระยะทางไกลขึ้น ตั้งแต่กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ไปถึงขอบล้อที่ออกแบบตามหลักพลศาสตร์อย่างลงตัว
BMW Concept i4 smBMW Concept i4 ยังมีกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW แม้ว่ารถคันนี้จะไม่มีการเผาไหม้และไม่ต้องระบายความร้อนแล้ว โดยกระจังหน้านี้ทำหน้าที่เป็น “แผงอัจฉริยะ” ที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ แทน นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ผสานไว้อย่างแนบเนียน อาทิ คลิปประตูที่สเกิร์ตข้างที่หุ้มแบตเตอรี่ไว้ รวมถึงดิฟฟิวเซอร์ (Diffuser) ขนาดใหญ่ที่ช่วยเติมเต็มงานดีไซน์ และให้ผลดีตามหลักหมุนเวียนอากาศ Aerodynamic หรืออากาศพลศาสตร์

โลโก้ใหม่

อ่านเพิ่มเติม: BMW ปรับใหญ่ เปลี่ยนโลโก้เป็น Minimal Look เริ่มปี 2020

BMW Concept i4 ยังมาพร้อมโลโก้ใหม่ โดยตราสัญลักษณ์ BMW Concept i4 ถูกเปลี่ยนเป็นรูป 2 มิติและโปร่งใสช่วยสื่อถึงความมั่นใจในการรวมระบบต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างราบรื่น
แม้รถรุ่นนี้จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ทำให้เดินเครื่องได้เงียบกริบ แต่ BMW ยังให้ความสนใจกับเรื่องสุนทรียภาพการขับขี่ จึงจับมือกับนักแต่งเพลงระดับตำนานอย่าง Hans Zimmer ร่วมกับดีไซเนอร์ด้านเสียงของ BMW อย่าง Renzo Vitale มาออกแบบเสียงต่างๆ ตั้งแต่เสียงเมนูควบคุมไปจนถึงเสียงในโหมดขับขี่ต่างๆ ที่ช่วยสร้างอารมณ์และความตื่นเต้นให้กับยานยนต์ไฟฟ้าของ BMW

การตกแต่งภายนอก

ด้านหลังของรถโดดเด่นด้วยไฟท้ายรูปตัว L (L-shape) กับขอบบนฝากระโปรงท้ายที่ยื่นออกมาเล็กน้อยเพื่อให้เป็นสปอยเลอร์หลังในตัว การออกแบบที่ตรงตามหลักอากาศพลศาสตร์ยังมีการรวมช่องระบายอากาศแนวตั้งที่เป็นจุดโฟกัสของรถสปอร์ต ขณะที่ส่วนชายล่างติดตั้งดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยแถบสีฟ้า BMW i Blue บ่งบอกถึงการมีอยู่ของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจาก BMW i Vision Dynamics

การตกแต่งภายใน

แผงคอนโซลถูกปรับเป็นแผงควบคุมแบบหน้าจอดิจิทัลโค้งแนวนอนขนาดใหญ่ที่ทำงานร่วมกับพวงมาลัย ซึ่งจะแสดงส่วนข้อมูลและส่วนควบคุมแบบผสมเข้ากันเป็นยูนิตเดียวเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน รองรับการทำงานที่มีความซับซ้อน ทำให้หน้าจอนี้เป็นศูนย์รวมทุกฟังก์ชั่นการทำงาน ลดความจำเป็นในการเอื้อมมือให้เหลือน้อยที่สุด แม้แต่ระบบควบคุมอุณหภูมิก็จะเป็นระบบสัมผัสทั้งหมด โดยตัวหน้าจอใช้กระจกไม่สะท้อนแสง ช่วยลดความจำเป็นในการขยับหรือปรับเงาของจอแสดงผล แถมยังช่วยให้ห้องโดยสารโปร่งโล่งมากขึ้น
BMW Concept i4 sm 2ภายใน BMW Concept i4 เน้นสีบรอนซ์ทองผสมกับโครเมี่ยมเพื่อให้การตกแต่งภายในสะท้อนความไฮคลาสเหนือระดับ แผงควบคุมกลางถูกหยิบเข้ามาใช้แทนที่คันเกียร์แบบดั้งเดิม องค์ประกอบต่าง ๆ เช่นตัวควบคุม iDriveController และปุ่มหน่วยความจำเพื่อปรับที่นั่งนั้นถูกวางในครอบแก้วคริสตัลได้อย่างสวยหรู เบาะนั่งผสมผสานระหว่างผ้า/หนัง ตกแต่งด้วยลายเส้นกราฟฟิค และหนังฟอกสีธรรมชาติโดยใช้ใบมะกอก ทั้งหมดนี้การันตีได้ถึงการตกแต่งภายในที่ใช้วัสดุคุณภาพสูงและยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อม

ห้องโดยสาร

ห้องโดยสารด้านหลังมีขนาดใหญ่ พื้นที่วางขากว้างเป็นพิเศษ พนักพิงศีรษะเป็นแบบรวมเป็นชิ้นเดียวกับที่นั่งทั้งส่วนด้านหน้าและด้านหลังห้องโดยสารช่วยเพิ่มความรู้สึกถึงรถสปอร์ต ผู้นั่งเบาะหลังจะเห็นภาพกราฟิกแนวนอนที่เกิดขึ้นจากประตูรถ ทำให้สร้างความรู้สึกเหมือนอยู่ในเลานจ์หรู

เทคโนโลยี

เทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 เป็นคุณสมบัติที่จะมาใน BMW i4 และถูกวางตัวให้ใช้กับรถพลังงานไฟฟ้ารุ่นอื่นด้วยในอนาคต มอเตอร์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นสำหรับ BMW i4 สามารถส่งกำลังสูงสุด 390 กิโลวัตต์ / 530 แรงม้า เทียบเท่าเครื่องยนต์สันดาปภายใน (combustion engine) BMW V8 ในปัจจุบัน
โดย BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5 ยังใช้แบตเตอรี่แรงสูงที่ออกแบบใหม่พร้อมเทคโนโลยีเซลล์แบตเตอรี่ล่าสุด โดยมาพร้อมรูปลักษณ์บางเฉียบแต่ยังคงความหนาแน่นของเซลล์พลังงานเอาไว้อย่างเต็มที่ กับน้ำหนักแบตเตอรี่ประมาณ 550 กิโลกรัม ให้พลังไฟ 80 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงและมีช่วงการใช้งานสูงสุด 600 กม. ในวงจร WLTP

ชุดการผลิต

ชุดการผลิต BMW i4 ใหม่จะเริ่มขึ้นในปี 2021 ที่โรงงานหลักของ BMW Group ในมิวนิค ซึ่งหมายความว่าในอนาคต ยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เผาไหม้ ระบบไฮบริด และยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดจะผลิตในสายการประกอบเดียวกันที่มิวนิค ซึ่งนับเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากจำเป็นต้องรองรับแบตเตอรี่แรงสูง และต้องสร้างเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างรถบางส่วนขึ้นใหม่ทั้งหมด โดย BMW อยู่ระหว่างปรับปรุงและลงทุนเพิ่มเติมให้กับโรงงานที่มิวนิคด้วยเงินลงทุนประมาณ 200 ล้านยูโร

ข่าวธุรกิจและการตลาดเพิ่มเติม คลิก

Share.