5 เทรนด์ Influencer marketing ที่ยังน่าจับตามองในปี 2020

0

SMmagonline-งบประมาณการตลาดของอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มสูงมากขึ้นในแต่ละปี และจะเห็นได้ว่าหลายแบรนด์กำลังมองหาผู้อินฟลูเอนเซอร์เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายและขายสินค้ามากขึ้น ควบคู่ไปกับกลยุทธ์ทางการตลาดอื่นๆ และนี่คือการรวบรวม 5 เทรนด์ Influencer marketing ที่ยังใช้การได้ดีในปีนี้ พร้อมเทคนิคการใช้

จากข้อมูลปี 2019 พบว่า Instagram และ IG Story นั้นเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในส่วนของ influencer marketing และที่มาแรงไม่แพ้กันคือ TikTok ที่เจาะตลาดเฉพาะกลุ่มด้วยวิดีโอแบบสั้นๆ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชมที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี

ส่วน Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มอันทรงพลัง และเหมาะที่สุดสำหรับโฆษณาที่มีค่าใช้จ่าย องค์ประกอบโฆษณาของพวกเขานั้นมีประสิทธิภาพสูงมากทั้งยัง สามารถเข้าถึงคอมมูนิตี้ขนาดเล็ก มีบทบาทสำคัญกับแพลตฟอร์มทางสังคม

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงงบประมาณด้านการตลาด แล้ว แบรนด์ต้องประเมินว่า แพลตฟอร์มใดดีที่สุดสำหรับกลุ่มเป้าหมาย เพราะ แคมเปญที่ประสบความสำเร็จจะรวมวิธีการหลายช่องทางกับเนื้อหาที่ปรากฏในบล็อกโซเชียลมีเดียและโปรไฟล์ของอินฟลูเอนเซอร์

และนี่คือ 5 แนวโน้มที่สำคัญในปี 2020 ทีแบรนด์ควรพิจารณาเมื่อคิดจะทำ Influencer Marketing

1. Micro Influencers มีอิทธิพลและสร้างการมีส่วนร่วมได้มากกว่า Macro Influencers

ข้อมูลไม่ได้โกหกเพราะ Micro Influencer ที่มีผู้ติดตามต่ำกว่า 25,000 คน จะสามารถสร้างความสัมพันธ์กับ Follower ได้อย่างแข็งแกร่ง รวมไปถึงสร้างโลยัลตี้ได้มากกว่า เพราะส่วนหนึ่งมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า Macro Influencers อาจถูกมองว่าได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์และไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้ใช้งานจริงๆ จนมีผล ให้สูญเสียความไว้ใจได้

จากการศึกษาโดย SocialPubli พบว่า Micro Influencers สามารถสร้างการมีส่วนร่วม ได้มากกว่าถึง 7 เท่า เพราะผู้ติดตามสนใจเนื้อหาคล้ายกัน มีความชอบเหมือนกันจึงมีแนวโน้มที่จะมีส่วนร่วมกับเนื้อหาที่โพสต์ได้มากกว่า

แต่แบรนด์ก็ต้องเลือกไปตามความเหมาะสมเพราะ Micro Influencer นั้นเหมาะกับแคมเปญขนาดเล็กและใช้งบไม่สูงมาก เราอาจเลือกใช้ Macro Influencers เพียงโพสต์เดียว เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างหรือสามารถลงทุนแบบเดียวกันกับ Micro Influencer ถึง 20 คนเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีส่วนร่วมและเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

2. แบรนด์ต่างๆ กำลังสานสัมพันธ์ระยะยาวกับอินฟลูเอนเซอร์

แบรนด์มีความสนใจที่จะร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเวลาหรือเงินเพื่อใช้พัฒนาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยาวนานขึ้น วิธีนี้จะช่วยยกระดับความเชื่อมั่นระหว่างอินฟลูเอนเซอร์กับผู้บริโภครวมถึงระหว่างแบรนด์ด้วยกัน จนนำไปสู่ผลตอบแทนและการลงทุนที่มากตามไปด้วย  โดยผ่านวิธีการต่างๆ

2.1 ทำความรู้จักกับอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น

ถ้ารักษาความสัมพันธ์กับอินฟลูเอนเซอร์ในรูปแบบทางธุรกิจก็จะได้รับผลลัพธ์ระยะสั้นเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าแบรนด์มีความสนใจอย่างจริงใจที่จะทำงานร่วมกันไม่ว่าจะเป็น คอย ติดตามโซเชียลมีเดียของพวกเขาและใช้เวลาในการดูเนื้อหาจากการอ่านโพสต์ บล็อกหรือดูYouTube มีการทำความรู้จักกับอินฟลูเอนเซอร์ในหลายแง่มุมก็จะช่วยให้แบรนด์ตัดสินใจได้ว่าอินฟลูเอนเซอร์รายใดที่สอดคล้องกับเป้าหมายและค่านิยมของแบรนด์ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดความสัมพันธ์ที่แท้จริงอีกด้วย

2.2 ให้อิสระกับอินฟลูเอนเซอร์

จากการวิจัยของ Crowdtap พบว่านี่คือเหตุผลหลักของอินฟลูเอนเซอร์ที่พัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวกับแบรนด์ เกือบครึ่งของการสำรวจพบว่าอินฟลูเอนเซอร์ไม่ต้องการเป็นพาร์ทเนอร์กับแบรนด์ที่มีแนวทางที่เข้มงวดและ จำกัด ในการสร้างสรรคอนเทนต์ต่างๆ ดังนั้นแบรนด์ควรเขียนบรีฟให้เข้าใจตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย แต่ก็ยังครอบคลุมในส่วนที่แบรนด์ต้องการ

3.โลกาภิวัตน์ของแบรนด์และอินฟลูอินเซอร์ที่มีอิทธิพลมากขึ้น

อินเทอร์เน็ตทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกันได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว ในทุกที่ ทุกเวลา การเข้าถึงอินฟลูเอนเซอร์ในระดับท้องถิ่นจะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจทันทีเมื่อขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ ทั่วโลก พวกเขาเหล่านี้ยังสามารถเป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่มีประโยชน์ในเรื่องของการวางโพสิชั่นของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีอยู่สำหรับผู้บริโภคหน้าใหม่ภายใต้บริบททางวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย

อ่านเพิ่มเติม

4. คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาขนาดยาวนั้นมีความเชื่อมโยงและตรงใจกับผู้บริโภคมากขึ้น

การพัฒนากลยุทธ์ด้านคอนเท้นต์เพื่อการแข่งขัน ฟังดูแล้วอาจดูไม่ยากนัก แต่เมื่อทุกคนพยายามทำเหมือนกันทั้งหมด มันจึงกลายเป็นความท้าทาย นักการตลาดส่วนใหญ่จะเข้าใจตรงกันว่าเนื้อหาแบบยาวหมายถึงเท็กซ์มีตัวอักษร 1,200 -1,500 คำ อย่างไรก็ตามการนับจำนวนคำไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญ แต่ควรจะวัดจากคุณภาพและความลึกของชิ้นงานที่กำหนดว่ามีคุณสมบัติเนื้อหาแบบ Long-Form

จากการวิเคราะห์ของ BuzzSumo พบว่ามากกว่า 100 ล้านบทความขนาดยาวที่ปรากฎอยู่บนโลกออนไลน์มีแนวโน้มที่จะถูกแชร์มากกว่าเนื้อหาขนาดสั้น โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการแสดงคุณภาพและความต้องการฐานการตลาดโดยที่ผู้รับสารก็ยังไม่เข้าใจหรือรู้จักในตัวแบรนด์ดี

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเขียนแคปชั่น Instagram การโพสต์วิดีโอ YouTube หรือทวีตเนื้อหาแบบยาวที่กำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าผู้บริโภคนั้นต่างคาดหวังว่าจะมีการโพสต์ข้อความที่ตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์และจริงใจที่มาจากตัวผู้เขียนอย่างแท้จริง

5. มูลค่าของแพลตฟอร์มในส่วนของอินฟลูเอนเซอร์จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเสียงรอบตัวจากบรรดาอินฟลูเอนเซอร์ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้อย่างรวดเร็ว นั้น จึงกลายเป็นช่องทางที่ทรงพลังมากที่สุดในยุคดิจิทัล หนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุด ซึ่งสามารถเห็นการเติบโตของตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นคือการเปรียบเทียบขนาดของตลาดอุตสาหกรรม

เมื่อย้อนกลับไปในปี 2016 พบว่า มีมูลค่าเพียง 1.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่อมาได้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดการณ์ว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% ในแต่ละปี หมายความว่าการเติบโตในตลาดอินฟลูเอนเซอร์ในปี 2019 -2020 นั้น ได้เติบโตจาก 6.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2019 เป็น 9.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2020

อ้างอิง (1), (2), (3)

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.