แพทย์บำรุงราษฎร์ รับรางวัล “Heroes of Humanity” ในฐานะตัวแทนสู้โควิด-19

0

SMmagonline – แพทย์ในนามโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ รับรางวัลเกียรติยศ Heroes of Humanity จากสภามวยแห่งเอเชีย ในฐานะนักรบชุดขาวสู้โควิด-19 ผู้ดูแลกรักษา แมทธิว ดีน และ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ รวมทั้งผู้ป่วยโควิด-19 จากหลายเชื้อชาติ

Bumrungrad-WBC-smmagonline (2)

ผศ. นพ. วิชัย เตชะสาธิต แพทย์ผู้ชำนาญการด้านอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในนามโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้รับรางวัล ‘Heroes of Humanity’ จากสภาพมวยโลก (WBC) โดยโรงพยาบาลถือว่ารางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามตลอดกว่า 40 ปี ในการยึดหลักความปลดภัยของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ แม้การมอบรางวัลครั้งนี้จะเกี่ยวพันกับวงการมวยจากจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งคุณหมอในฐานะนักรบชุขาว เป็นผู้ดูแลรักษาอาการของ แมทธิว ดีน และ ลิเดีย ศรัณย์รัชต์ และผู้ป่วยโควิด-19 จากหลายเชื้อชาติตามหลักมาตรฐานสากล รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการตระหนักรู้ในการป้องกันตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการรับเชื้อโควิด-19

โดยการมอบรางวัลครั้งนี้มี พล.ต.อ. โกวิท ภักดีภูมิ ประธานสภามวยแห่งเอเชีย (WBC Asia) และรองประธานสภามวยโลก (WBC) เป็นผู้มอบ

Bumrungrad-WBC-smmagonline (1)จากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 บำรุงราษฎร์ได้มีการปรับแผนการทำงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 โดยเริ่มจากจัดตั้งศูนย์บัญชาการ COVID-19 เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นทั่วโลก และออกมาตรการการควบคุมการติดเชื้อออกมาเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง

อาทิ การนำร่องติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ (Thermal Imaging Cameras) มาใช้ในมาตรการคัดกรองทุกทางเข้าอาคาร (point of entry) มีการเตรียมพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ (LAB) โดยได้รับการรับรองให้เป็นเครือข่ายของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ในการตรวจเชื้อไวรัส SARS CoV-2 ด้วยวิธี Real time PCR ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ฃ

ถือเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกที่ได้รับการรับรองในการตรวจเชื้อ COVID-19

Bumrungrad-WBC-smmagonline (4)

ล่าสุดโรงพยาบาลได้มีการนำ Rapid Test ในการตรวจหาภูมิของการติดเชื้อ COVID-19 ที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจาก อย. เข้ามาใช้ภายในโรงพยาบาล โดยใช้เลือดเพียง 2-3 หยด และใช้เวลาเพียง 10 นาทีก็จะทราบผล

นอกจากนี้ ยังมีการปรับพื้นที่ในโรงพยาบาลฯ เพิ่มจำนวนห้องแยกโรคความดันลบ (negative pressure room) ที่มีระบบควบคุมความดันภายในห้องเป็นลบ เพื่อไม่ให้อากาศภายในห้องออกไปปนเปื้อนกับอากาศภายนอกห้อง มีการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีแคปซูลความดันลบที่ใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมถึงได้นำนวัตกรรมหุ่นยนต์ Pulsed Xenon UV Robot ทำความสะอาดด้วยแสงยูวี เพื่อฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรีย และไวรัส ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทิ้งสารปรอทตกค้าง เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย และบุคลากรในโรงพยาบาลทุกคน

อ่านเพิ่มเติม

ผศ. นพ. วิชัย เตชะสาธิต กล่าวปิดท้ายว่า

“ปัจจุบันประเทศไทยยังสามารถควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อ รวมถึงมีสถิติผู้ที่รักษาหาย และสถิติผู้เสียชีวิตได้เป็นอย่างดี ทำให้กลายเป็นประเทศที่จับตามองของนานาประเทศ วิกฤตในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีในการยกระดับและพัฒนาวงการแพทย์ไทย เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ต่อผู้ป่วยต่างชาติ นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการแบบ new normal ให้สะดวก เข้าถึงง่ายขึ้น แต่ยังคงมาตรฐานความปลอดภัย และโปร่งใส จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติ และทำให้ประเทศไทยก้าวสู่หนึ่งในประเทศที่มีความโดดเด่นในด้าน Medical Tourism อย่างยั่งยืน”

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.