5 ยุทธศาสตร์น่ารู้ที่ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ใช้เป็นคาถาเรียกความมั่นใจในการเพิ่มทุน

0

SMmagonline –  ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นบริษัทที่มีธุรกิจหลากหลายประเภท แต่เมื่อสแกนหาจุดแข็ง จุดขายขององค์กรต่อนักลงทุน ก็จะพบกับ 5 ยุทธศาสตร์สำคัญที่บริษัทฯใช้เสริมจุดแข็งให้องค์กร ซึ่งแน่นอนใช้เป็นหลักในการทำให้บริษัทรอดพ้นสถานการณ์วิกฤตรวมถึงสถานการณ์โควิดที่กำลังเผชิญอยู่นี้ด้วย และเมื่อบริษัทต้องการเพิ่มทุนยุทธศาสตร์เหล่านี้ก็ยังเป็นจุดขายที่ดีให้กับองค์การในการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน อีกทั้งเมื่อพิสูจน์ได้จากการคลี่คลายสถานการณ์วิกฤตในช่วงโควิดที่ผ่านมาได้ดีด้วยแล้ว ยิ่งตอกย้ำให้ยุทธศาสตร์เหล่านี้เชื่อถือได้ยิ่งขึ้น พร้อมผลการฟื้นตัวของ 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ในธุรกิจโรงแรม อาหาร และไลฟ์สไตล์

ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) ใช้สถานการณ์วิกฤตโควิด-19 นี้ ย้ำให้เห็นอีกครั้งว่า “ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ” ยิ่งในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดหุ้นเกิดความผันผวน ราคาหุ้นของหลายบริษัทปรับตัวลดลง ทำให้นักลงทุนอาจจะใช้อารมณ์และความรู้สึกในการตัดสินใจซื้อขาย มากกว่าการมองถึงปัจจัยพื้นฐาน และอนาคตของบริษัทเป็นสำคัญ

ในบทความนี้ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จึงนำเสนอ 5 ประเด็นสำหรับยุทธศาสตร์ที่ใช้เสริมความแข็งแกร่งให้องค์กร และรักษาความผู้นำทั้งในธุรกิจ โรงแรม อาหาร และสินค้าแบรนด์แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ต่างๆ ทั้งในประเทศไทย และในระดับโลก ผสมกับประสบการณ์ในธุรกิจและการเติบโตในอุตสาหกรรมมานานกว่า 52 ปี แน่นอนเหตุผลทั้งหมดนี้มุ่งหวังสำหรับใช้ประกอบการตัดสินใจของเหล่านักลงทุน แต่ก็อีกมุมหนึ่งก็เป็นความรู้ที่ดีด้านธุรกิจการตลาดไปพร้อมกัน

5 ประเด็นสำหรับยุทธศาสตร์ที่ใช้เสริมความแข็งแกร่งให้กับ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

1. การกลับมาของการท่องเที่ยวในภูมิภาค

Minor-business-smmagonline(6)

ถึงแม้ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มรูปแบบในทันที แต่ภาพรวมของการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียพบสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มควบคุมได้ดีในหลายๆ ประเทศ ซึ่งจะเห็นว่าหลายประเทศในเอเชียผู้คนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและมีการออกเดินทางมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้จะส่งผลดีต่อธุรกิจเครือโรงแรมของไมเนอร์ในประเทศไทย ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเป็นคนไทยและคนเอเชียกว่า 60% ตลอดจนมาตรการต่างๆ ของรัฐที่สนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศจะมาช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมด้วย ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจกลุ่มเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ของไมเนอร์ โดยเฉพาะในยุโรป มีแนวโน้มที่จะกลับมาเปิดตัวในเร็วๆ นี้เช่นกัน

จากมาตรการคลายล็อกดาวน์ในแต่ละประเทศ อันจะเห็นได้จากประเทศอิตาลี เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และสเปนที่เริ่มกลับมาเปิดประเทศแล้ว ข้อสังเกตอีกอย่างที่สำคัญคือ ลูกค้าส่วนใหญ่ในยุโรปของเอ็นเอช โฮเทลนั้น เป็นลูกค้าภายในประเทศ หรือภายในภูมิภาคยุโรปด้วยกันเอง ซึ่งนับเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะเริ่มเดินทางเมื่อสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายลง สิ่งที่จริงแท้แน่นอนคือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจและสำคัญมากของโลก

2. ร้านอาหารคือฮีโร่ของอาณาจักรไมเนอร์

Minor-International-smmagonline (1)

ในฝั่งแบรนด์อาหารของไมเนอร์มีอัตราเติบโตเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเดลิเวอรี่ ซึ่งมีการปรับกลยุทธ์ให้พร้อมแข่งขันกับแพลตฟอร์มการส่งอาหารเจ้าอื่นๆ โดยอาศัยจุดแข็งที่ไมเนอร์เป็นผู้บุกเบิกการทำตลาดเดลิเวอรี่ ที่มีมาอย่างยาวนานของเดอะ พิซซ่า คอมปะนี และร้านอาหารในเครืออีกจำนวนมาก

ด้วยจุดเด่นทั้งด้านคุณภาพพนักงานส่งอาหารและการรับประกันความรวดเร็วในการจัดส่ง ซึ่งแบรนด์อื่นๆ ยังไม่สามารถทำได้ อีกทั้งการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลการสั่งอาหาร 1112 Delivery เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งอาหารจากทุกแบรนด์ที่อยู่ภายใต้เครือไมเนอร์ เพื่อกระตุ้นยอดขายของทุกแบรนด์ร้านอาหารไปพร้อมๆ กัน และช่วยสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มฐานลูกค้าของแต่ละแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ไมเนอร์ยังเป็นพาร์ทเนอร์ที่สำคัญของทุกแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ โดยทำกลยุทธ์การตลาดให้ผู้บริโภคได้เห็นสินค้าของแบรนด์ไมเนอร์บนหน้าแรก เพื่อกระตุ้นยอดขายและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่

3. การจัดการต้องเริ่มจากภายใน

Minor-International-smmagonline (1)

ไมเนอร์มีนโยบายที่รวดเร็วและการมองการณ์ไกลจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ไมเนอร์มีการจัดการภายในอย่างบูรณาการเพื่อบริหารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ไมเนอร์บริหารจัดการลดต้นทุนต่างๆ ที่สามารถทำได้ทันที ซึ่งคิดเป็นกว่า 25% เมื่อเทียบกับต้นทุนในปีก่อนหน้า อาทิ การต่อรองค่าเช่า การลดเงินเดือนของพนักงานบางส่วน ฯลฯ เพื่อรักษาสภาพคล่องและปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กรให้พร้อมรับกับการเติบโตในอนาคต

4. การร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร

ล่าสุด ไมเนอร์มีมาตรการเสริมความแข็งเกร่งทางการเงิน ด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุน ไม่เกิน 716 ล้านหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่า 6.45 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุนใหม่ โดยคาดว่าจะได้รับเงิน 1 หมื่นล้านบาท และการออกหุ้นกู้ที่มีลักษณะคล้ายทุน หรือ Perpetual Bond 1 หมื่นล้านบาท รวมประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้ไมเนอร์สามารถลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลงมาอยู่ที่ระดับ 1.3 เท่าภายในปีนี้ ซึ่งเป็นระดับที่เป็นเป้าหมายภายในของบริษัท

5. สร้างโอกาสพิเศษเฉพาะผู้ถือหุ้น

นอกจากนี้ ไมเนอร์ยังออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ หรือ MINT-W7 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในอัตราส่วน 17 หุ้นเดิมต่อ 1 ใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือวอแรนต์ ให้กับผู้ถือหุ้นของไมเนอร์ โดยคาดว่าจะได้รับเงินอีก 5 พันล้านบาท ในช่วง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2566 ซึ่งตามแผนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินในครั้งนี้จะทำให้ไมเนอร์สามารถรองรับสถานการณ์ต่างๆ ในอนาคตอีก 3 ปีข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

สุดท้ายไม่ว่าอย่างไรธุรกิจของไมเนอร์ก็จะยังกลับมาเติบโต ตราบใดที่คนยังต้องการรับประทานอาหารที่หลากหลาย ต้องการการพักผ่อน เดินทางท่องเที่ยว หรือการช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ไมเนอร์จะยังคงอยู่ให้บริการและรอต้อนรับทุกท่านอยู่เสมอ

นี่คือโอกาสสำคัญที่จะเติบโตไปกับธุรกิจคนไทยในเวทีระดับโลก ไมเนอร์เป็นกลุ่มธุรกิจของไทยที่มีการจ้างงานรวมกว่า 8 หมื่นคนจาก 3 กลุ่มธุรกิจ ทั้งโรงแรม 530 แห่ง ร้านอาหาร 2,362 ร้าน และร้านค้า 473 แห่ง ซึ่งให้บริการลูกค้ากว่า 230 ล้านคน ใน 63 ประเทศ โดยไมเนอร์เป็นผู้ประกอบธุรกิจพักผ่อนและสันทนาการที่ใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และแวดวงธุรกิจของประเทศ

สถานการณ์ล่าสุดของบริษัทกลับมากระเตื้องหลังยืนยันจุดแข็ง

ภายหลังออกมาบอกกล่าวยุทธศาสตร์สำคัญกับนักลงทุน ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกมารายงานสถานการณ์การดำเนินงานของธุรกิจในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ล่าสุดถือว่าบริษัทผ่านพ้นจุดวิกฤติไปแล้วและเห็นสัญญาณการพื้นตัวของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจไมเนอร์ โฮเทลส์ กลุ่มธุรกิจไมเนอร์ ฟู้ด กลุ่มธุรกิจไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์

โดยเป็นผลมาจากทิศทางที่หลายประเทศเริ่มมีการเปิดเมือง และกลับมามีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การใช้ชีวิตมีความคลี่คลาย ทำให้บริษัทเห็นสัญญาณยอดขายเริ่มฟื้นตัวมีดีมานด์ทั้งยอดเข้าพักโรงแรม และร้านอาหาร รวมถึงแนวทางการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนการท่องเที่ยว

ทั้งนี้มีรายละเอียดสถานการณ์และการดำเนินงานในแต่ละกลุ่มดังนี้

กลุ่มไมเนอร์ โฮเทลส์

มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 เปรียบเทียบกับเดือนเมษายน 2563 ทำให้ธุรกิจบางส่วนในทวีปเอเชียและยุโรปของบริษัทกลับมาเปิดดำเนินการ อีกทั้งคาดว่าแนวโน้มในเชิงบวกนี้จะมีต่อเนื่องไปในเดือนมิถุนายนและในเดือนกรกฎาคม จากการเปิดให้บริการโรงแรมเพิ่มเติมทั้งในทวีปยุโรปและเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

ในส่วนของโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรมแรมหลัก (Flagship) ของบริษัทในกรุงเทพฯ ได้ก็ได้กลับมาเปิดให้บริการในปลายเดือนพฤษภาคม รวมถึงโรงแรมในหัวหินกลับมาเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ส่วนโรงแรมบางแห่งในจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย พัทยาและขอนแก่นมีกำหนดกลับมาเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2563

กลุ่มไมเนอร์ ฟู้ด

พบว่ายอดขายโดยรวมทุกสาขาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายน 2563 จากยอดขายจากการนั่งทานในร้านเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังมีการอนุญาตให้ร้านอาหารและร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าเปิดให้บริการนั่งทานในร้าน รวมทั้งกลุ่มธุรกิจไมเนอร์ ฟู้ด ยังได้รับผลบวกจากธุรกิจเดลิเวอรี่และการซื้อกลับบ้านมีการเติบโตสูงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กลุ่มไมเนอร์ ไลฟ์สไตล์

เน้นไปที่ช่องทางขายออนไลน์และการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือและน้ำยาทำความสะอาดอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการมากขึ้นในภาวะปัจจุบัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันกลุ่มธุรกิจดังกล่าวร้อยละ 98 ของจุดจำหน่ายสินค้าได้กลับมาเปิดให้บริการ มีการขยายตัวของยอดขายต่อร้านเดิมและยอดขายโดยรวมทุกสาขา โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเมษายน 2563

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.