อีเอสอาร์ไอ ชูเทคโนโลยี GIS ช่วย 4 ธุรกิจรีเทล-ซัพพลายเชน-แบงก์กิ้ง-เฮลธ์แคร์ ยุค New Normal

0

SMmagonline – บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้ทำธุรกิจด้าน Location Intelligence เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เผยร้อยละ 53 ของผู้ประกอบการมอง Location Intelligence เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจปี 2563 แนะ 4 ธุรกิจรีเทล-ซัพพลายเชน-แบงก์กิ้ง-เฮลธ์แคร์ ปรับใช้เทคโนโลยี GIS เครื่องมือในการจัดการ Location Intelligence มาตอบโจทย์วิถีชีวิตใหม่เพิ่มรายได้ลดต้นทุนและช่วยให้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ

ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากรายงานของ Forbes ระบุร้อยละ 53 ของผู้ประกอบการมีความเห็นตรงกันว่า Location Intelligence จะมีบทบาทสำคัญในการปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อให้ธุรกิจบรรลุเป้าหมายปี 2563 ปรับวิกฤตให้เป็นโอกาสพาธุรกิจเดินหน้า แนะ 4ธุรกิจ ได้แก่ รีเทล ซัพพลายเชน แบงก์กิ้ง และเฮลธ์แคร์ ตั้งรับ New Normal โดยใช้ GIS มาเป็นเครื่องมือตอบโจทย์ธุรกิจยุคหลังวิกฤต

Thanaporn Thitisawat GM Esri Thailand_smmagonline

ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด

GIS เป็นเทคโนโลยีที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงพื้นที่และแสดงผลที่เข้าใจง่าย สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งวิเคราะห์ที่ตั้งสาขาดูตำแหน่งและพฤติกรรมของผู้บริโภค จัดการเส้นทางขนส่ง เปรียบเทียบข้อมูลอดีตและปัจจุบัน รวมถึงคาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อประกอบการตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดค่าใช้จ่ายหรือกระบวนการที่ซ้ำซ้อน

“New Normal หลังวิกฤตโควิด-19 ทุกธุรกิจจะหันมาใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ถ้าเรานำ Technology ที่มีประสิทธิภาพในการทำ Location Intelligence จะช่วยให้เราวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เห็นมุมมองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดย Location Intelligence จะไม่เพียงแค่ตอบคำถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป แต่ยังหาคำตอบได้มากกว่าเดิมว่าเกิดขึ้นที่ไหน สามารถนำไปสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ทำให้มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ รวมทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อนของธุรกิจได้เร็วขึ้น”  ธนพร กล่าว

Esri-GIS-smmagonline

ทั้งนี้ ธนพร กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ธุรกิจทุกประเภทสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี GIS โดยเฉพาะ 4 กลุ่มธุรกิจที่บริษัทแนะให้นำเทคโนโลยี GIS มาปรับใช้กับเป็นกลยุทธ์เชิงรุก ได้แก่

หนึ่ง-ธุรกิจค้าปลีก (Retails)

จะเห็นได้ว่าธุรกิจนี้มีการปรับตัวค่อนข้างมากในช่วงสถานการณ์ที่ผ่านมาโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) แต่ความต้องการซื้อสินค้ายังมีอยู่ ทำให้ธุรกิจเริ่มขยายการให้บริการขายสินค้าทางออนไลน์ (E-commerce) และ Delivery มากยิ่งขึ้น ธุรกิจจึงต้องมีเครื่องมือเข้ามาช่วยในการวิเคราะห์พื้นที่การบริการของสาขาที่มีอยู่ร่วมกับข้อมูลยอดขาย GISจะช่วยวิเคราะห์การจัดสรรสินค้าและเลือกที่ตั้งสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจสามารถลดต้นทุนการขนส่ง มีสาขาครอบคลุมความต้องการและจัดสินค้าได้ตรงกับกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่

สอง-Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทาน

GIS เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานแบบ End to End ตั้งแต่ตำแหน่งของแหล่งวัตถุดิบไปจนถึงตำแหน่งลูกค้าปลายทาง เพื่อติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ ทั้งยังช่วยวิเคราะห์จัดเส้นทางการขนส่งสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ (Route Optimization) และช่วยธุรกิจให้สามารถเลือกศูนย์กระจายสินค้าได้อย่างเหมาะสมตามปริมาณความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง

สาม-ธุรกิจธนาคาร (Banking)

Digital Platform จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในยุคหลังจากวิกฤตโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือQR code เพื่อลดการสัมผัสเงินโดยตรงปรับเปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) มากยิ่งขึ้นโดยสถาบันการเงินต่างๆ จะต้องมีการปรับตัวเมื่อคนใช้Digital Platform มากขึ้นความจำเป็นที่จะต้องเดินทางมาที่สาขาธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินลดลง

ธนาคารจึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการตั้งสาขา เทคโนโลยี GIS สามารถช่วยวิเคราะห์การเปิดปิดสาขาที่เหมาะสมแปรผันตามจำนวนผู้มาใช้บริการในพื้นที่รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการให้ตรงกับรูปแบบการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้ใช้บริการที่อยู่ในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น

สี่-ธุรกิจด้านสุขภาพ (Healthcare)

จากสถานการณ์โควิด-19 ภาครัฐภาคเอกชน รวมถึงประชาชนต่างให้ความสำคัญในด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น เทคโนโลยีGIS เข้ามามีส่วนช่วยอย่างมากตั้งแต่การติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ทราบการกระจายตัวของผู้ติดเชื้อในพื้นที่ สามารถนำสถิติการติดเชื้อที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์คาดการณ์การแพร่ระบาดรายวัน และแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ร่วมกับการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดการแพร่ระบาดโดยอาศัยข้อมูลกลุ่มประชากรในพื้นที่ ทำให้หน่วยงานสามารถนำข้อมูลจากการวิเคราะห์มาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ประเมินความพร้อมในการให้บริการของโรงพยาบาลในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำเทคโนโลยี GIS สนับสนุนการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เป็นการร่วมกันพัฒนาระบบติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อให้เห็นข้อมูลเชิงลึกและเตรียมการณ์รับมือได้อย่างทันท่วงทีหลังจากเหตุการณ์คลี่คลายลงการนำเทคโนโลยี GIS มาใช้วิเคราะห์และช่วยวางแผนการทำงานจะเป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นกับภาคธุรกิจ

“เมื่อธุรกิจรู้ “พิกัด” กลุ่มเป้าหมาย Where’s Next จะสามารถรู้ไปถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตรวมทั้งบริบทโดยรอบ การมีข้อมูลเชิงลึกที่มีความถูกต้องและสามารถใช้ได้จริงแบบเรียลไทม์นี้จะเป็นเครื่องมือที่จะนำไปใช้ขับเคลื่อนทุกธุรกิจให้ก้าวต่อได้อย่างรวดเร็ว” ธนพร กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.