ฟัง “วิลเลียม ไฮเน็ค” ชวนลงทุน พูดอย่างไรให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจ “ไมเนอร์”

0

SMmagonline – เปิด 6 มุมมอง วิลเลียม ไฮเน็ค ส่งสัญญาณของธุรกิจ “ไมเนอร์” เติบโตมาดีแค่ไหนและจะไปต่ออย่างไร หลังได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นเดินหน้าแผนเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยการระดมทุนมูลค่า 25,000 ล้านบาท ไปหมาดๆ ประกอบด้วย การเพิ่มทุนโดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน มูลค่า 10,000 ล้านบาท ออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่มีกำหนดไถ่ถอน (Perpetual bond) มูลค่า 10,000 ล้านบาท และการแปลงสิทธิใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 7 (MINT-W7) มูลค่า 5,000 ล้านบาท

โดยบริษัทอยู่ในช่วงเปิดให้จองซื้อและชำระเงินสำหรับการจองหุ้นสามัญที่ออกมาใหม่ระหว่างวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2563 นี้ ในภาวะเช่นนี้ นอกจากบทวิเคราะห์จากนักลงทุน มาดูมุมมองที่ใช้เป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือต่อนักลงทุนของ วิลเลียม ไฮเน็ค ประธานกรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เขาหยิบยกประเด็นไหนมาสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อบริษัทฯ 

minor-smmagonline

ทั้งที่ตลอดครึ่งปีแรกของปี 2563 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวนมากกว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งไหน ๆ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และสงครามทางการค้าระหว่างประเทศอันดุเดือด กระทบหลายอุตสาหกรรมจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลามไปถึงภาคการลงทุน ตลาดหุ้นไทยตกลงไปกว่า 570 จุดในช่วงไตรมาสแรกของปี ก่อนที่จะเด้งกลับขึ้นมา 400 กว่าจุด ในระหว่างไตรมาสที่สอง

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้นักลงทุนเฝ้าติดตามทิศทางของตลาดอย่างใกล้ชิดเพื่อตัดสินใจเลือกลงทุนอย่างระมัดระวัง สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อพิจารณาตัวเลือกด้านการลงทุนคือ รากฐานองค์กรที่แข็งแกร่งความเข้าใจสถานการณ์เศรษฐกิจ และการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ขององค์กรถึงจะเป็นการลงทุนแบบเน้นคุณค่า

และนี่คือ มุมมองจาก วิลเลียม ไฮเน็ค ที่ออกมาบอกกล่าวเกี่ยวกับธุรกิจของไมเนอร์ที่เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับหลายธุรกิจจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้ แต่ถึงกระนั้น วิลเลียม ยังคงมั่นใจประสบการณ์และความแข็งแกร่งของไมเนอร์ที่ผ่านมา โดยเลือกสะท้อนมุมมอง 6 ประการนี้เพื่อจูงใจและสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ดังต่อไปนี้  

เป็นบริษัทที่กำไรต่อต่อเนื่องย้อนหลัง 20 ปี  

avani-Minor-smmagonline (2)

ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ไมเนอร์มีผลการดำเนินงานที่มีกำไรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 วิกฤตทางการเมืองในประเทศ และน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ซึ่งเราสามารถฝ่าฟันไปได้ และทำให้เราขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมเพิ่มความหลากหลายในธุรกิจของเรา เช่นธุรกิจร้านอาหารในประเทศจีน ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ อย่าง โอ๊คส์ โฮเทล ในออสเตรเลีย ทิโวลี โฮเทล และ เอ็นเอช โฮเทลส์ ในยุโรปและลาตินอเมริกา ปัจจุบัน ไมเนอร์เป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์มีการจ้างงาน และสร้างอาชีพร่วมหลายหมื่นคน

โควิด-19 กระทบทุกธุรกิจ มากน้อย อยู่ที่การปรับตัวของธุรกิจ

สถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลานี้ ส่งผลกระทบกับธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ใช่เพราะการดำเนินธุรกิจของบริษัท แต่ท่ามกลางผลกระทบไมเนอร์ได้ปรับตัว ทั้งการสร้างมาตรฐานสุขอนามัยสำหรับธุรกิจโรงแรม บริหารส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ที่บริษัทเป็นรายแรก ๆ ในประเทศไทย และยังเป็นผู้นำมาตลอด 20 กว่าปี ไปจนถึงการใช้ช่องทางออนไลน์ในการให้บริการ รวมทั้งการปรับธุรกิจให้เข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal การลดต้นทุนต่าง ๆ เพื่อให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์โควิด-19 ครั้งนี้ไปให้ได้

ไมเนอร์กำลัง Reopening อย่างต่อเนื่อง

dairy-queens-Minor-smmagonline (8)

องค์กรเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศแล้ว โรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ โฮเทลส์ ทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วไทย ทยอยเปิดให้บริการและพร้อมขานรับมาตรการเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยผู้ใช้บริการจะสามารถรับสิทธิ์พร้อมสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ ห้องพักราคาพิเศษ ส่วนลดอาหาร เครื่องดื่มสปา สิทธิ์อัพเกรดห้องพักในกรณีที่มีห้องว่าง สิทธิ์เช็คอิน เช็คเอ้าท์ ก่อนและหลังเวลาปกติ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีเข้าพักฟรี บริการรถรับส่งสนามบิน ฯลฯซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณอันดีของโรงแรมในประเทศไทยที่จะกลับมาครึกครื้น

ทุกโรงแรมในเครือไมเนอร์ ปลอดภัยและสุขอนามัยสูงสุด

ecolab-Minor-smmagonline (5)

นอกจาก มาตรการ “พักอย่างสบายใจ” (Stay with Peace of Mind) ของเครือโรงแรมอนันตราและมาตรการ “อวานี ชิลด์” (AvaniSHIELD) ของเครือโรงแรมอวานี ที่ได้รับประกาศนียบัตรมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจากโครงการ Amazing Thailand Safety & Health Administration : SHA ไมเนอร์ยังยกระดับมาตรฐานบริการด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสุขอนามัยสูงสุดในธุรกิจต่าง ๆ โดยทำงานกับผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่  อีโค่แล็บ (ECOLAB) กับไดเวอร์ซี่(Diversey) เป็นต้น เพื่อเพิ่มคุณค่าการเข้าใช้บริการและรับมือสถานการณ์โควิด-19

นอกจากนี้ไมเนอร์ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสอดรับกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ที่พฤติกรรมของผู้คนเอนเอียงไปทางโลกดิจิทัลที่อำนวยความสะดวกและปลอดภัยต่อการติดโรคโควิด-19 ซึ่งจะช่วยองค์กรให้ทันตามโลกเศรษฐกิจ

ไมเนอร์ แข็งแรงและเข้มแข็ง

ที่ผ่านมา ไมเนอร์ได้ประกาศแผนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ซึ่งเป็นแผนเบ็ดเสร็จในครั้งเดียว นอกจากจะทำให้ฐานะการเงินของเรามีความแข็งแกร่งขึ้น พร้อมรักษาวินัยทางการเงินแล้ว ยังสามารถรองรับวิกฤตโควิด-19และไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนในอีก 2 ปีข้างหน้าอีกด้วย

โดย วิลเลียมในฐานะผู้ก่อตั้ง และ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ MINT เผยว่าเขาจะใช้สิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้และจะจองซื้อเกินกว่าสิทธิ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นและนักลงทุน และทำให้เราได้รับเงินทุนในครั้งนี้ครบตามจำนวน

รู้จักขอบคุณ ไม่ลืมนักลงทุนที่อยู่เคียงข้างกันตลอดมา

มร. วิลเลียมขอขอบคุณผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทุกท่านที่ยังคงเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนธุรกิจของไมเนอร์มาเป็นอย่างดีและยาวนานมาร่วมกว่า 50 ปี หลายท่านถือหุ้นของไมเนอร์ ตั้งแต่เมื่อครั้งที่องค์กรนำ 3 ธุรกิจ คือ โรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก่อนที่จะรวมทั้ง 3 ธุรกิจภายใต้ ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ MINT มาจนถึงปัจจุบัน โดยไมเนอร์จะยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ดังที่ทำมา

ทั้งนี้ แผนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินซึ่งได้รับอนุมัติจากท่านผู้ถือหุ้นแล้ว ประกอบด้วย การออกหุ้นกู้ที่มีลักษณะคล้ายทุน หรือ Perpetual bond ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งประสบความสำเร็จแล้ว และการออกหุ้นเพิ่มทุนในอัตราส่วน 8.2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาเสนอขาย 17.50 บาท และการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ครั้งที่ 7 หรือ MINT-W7 ให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท ตามสัดส่วนการถือหุ้น หลังเสร็จสิ้นการขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 22 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วย โดยมีราคาใช้สิทธิแปลงสภาพ 21.60 บาท และสามารถใช้สิทธิได้ในระยะเวลา 3 ปี โดยบริษัทกำหนดช่วงเวลาจองซื้อและชำระเงินค่าจองซื้อหุ้นสามัญที่ออกใหม่ ระหว่างวันที่ 17-23 กรกฎาคม 2563 นี้ 

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.