อมาโด้ กรุ๊ป ชูจุดแข็งกลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ เจาะตลาดบิวตี้คอลลาเจน

0

SMmagonline : การใช้กลุยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ในการสร้างการรับรู้แบรนด์นั้น เป็นสูตรการตลาดที่คลาสสิกและเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างจุดเปิดใจรับผลิตภัณฑ์นั้นๆ จากผู้บริโภค อมาโด้ กรุ๊ป หนึ่งในผู้เล่นของตลาดวิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มโตต่อเนื่องอย่างน่าจับตามอง

ด้วยตลาดกลุ่มนี้มีผู้เล่นจำนวนมากและมีทั้งรายใหญ่ รายเล็ก การสร้างความเชื่อใจระหว่างผู้บริโภคกับสินค้าจึงเป็นสิ่งที่ท้าทาย และในช่วงวิกฤต COVID-19 จะเห็นได้ว่า ตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพคึกคัก ยอดการสั่งซื้อออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่ง อมาโด้ กรุ๊ป ได้รับอานิสงส์ทำให้รายได้ 7 เดือนแรก เติบโตแตะ 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้มีการปรับเป้าหมายรายได้สิ้นปีจาก 1,200 ล้านบาท เป็น 1,800 ล้านบาท

หลังจากที่อมาโด้ กรุ๊ป มีการทำตลาดด้วยกลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2560 ก็ยังคงชูจุดแข็งด้านนี้ในการสร้างการรับรู้แบรนด์แก่ผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากปีที่ผ่านมาในการเลือก “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” เป็นพรีเซ็นเตอร์ ในผลิตภัณฑ์ คอลลิจิ คอลลาเจน ซึ่งเป็นกลุ่มเฮลท์ตี้คอลลาเจน และล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เฮช-คอลลาเจนไตรเปปไทด์ โดยคว้า “ฮยอนบิน” นักแสดงเกาหลีใต้ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์หลักเจาะตลาดบิวตี้คอลลาเจน

เปิดตัวคอลลาเจนสูตรใหม่ คว้า “ฮยอนบิน” พรีเซ็นเตอร์หลัก 

amado1

ธนา ลิมปยารยะ

ธนา ลิมปยารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เฮช-คอลลาเจนไตรเปปไทด์  ได้รับการรับรองจากซัมซุงมารีน แอนด์ อินชัวรัน บริษัทในเครืออุตสาหกรรมที่โดดเด่นของซัมซุง ซึ่งให้ความคุ้มครองในด้าน Product Liability  จึงมีความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดจากประเทศเกาหลี โดยเจาะกลุ่มผู้บริโภคอายุตั้งแต่ 23-32 ปี

ทั้งนี้หลังจากเปิดให้จองสินค้าก็ได้รับผลตอบรับดีเกินคาดด้วยยอดจอง 100,000 กระป๋อง มูลค่า 50,000,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สินค้าใหม่โดยเลือก ฮยอนบิน ที่เป็นเมกะสตาร์ระดับเอเชีย มีผลงานโด่งดังล่าสุดคือ ปักหมุดรักฉุกเฉิน (Crash Landing on You) ซีรี่ย์เกาหลีทาง Netflix ก็เพื่อสื่อถึงภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำทางสุขภาพผิวของสินค้าและตอกย้ำความน่าเชื่อถือของแบรนด์และผลิตภัณฑ์อมาโด้ โดยตั้งเป้ายอดขายผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ 300 ล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้

amado

ฮยอนบิน

“สุดท้ายแล้วพรีเซ็นเตอร์สตาเทจี้ยังคงสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้ แต่เราก็จะต้องเลือกคนที่ใช้สินค้าของเราจริงๆ ทุกคนที่มาเป็นพรีเตอร์ผ่านกระบวนการทดลองใช้ ทดลองรับประทานและรู้สึกถึงผลลัพธ์ สุดท้ายก็ได้มาเป็นพรีเซ็นเตอร์”

อีกทั้ง ในช่วงครึ่งปีแรกภาพรวมธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและวิตามินเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งการแพร่ระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่ปลายปี 2562 เป็นปัจจัยเร่งผู้คนทั่วโลกรวมถึงคนไทยหันมาดูแลรักษาสุขภาพ ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องสรรหาอาหารเสริมและวิตามินเพื่อทดแทน ในขณะเดียวกันผู้บริโภคมีความฉลาดซื้อและเลือกสรรอาหารและวิตามินที่มีคุณภาพได้มาตรฐานมากขึ้นตามไปด้วย

3 ผลิตภัณฑ์ใหม่สร้างรายได้ครึ่งปีแรก

  • อมาโด้ โกลด์ คาร์เวียร์ เซ็ต
  • อมาโด้ มิลค์ เซ็ต
  • อมาโด้ ไฮ-ทัช แอลกอฮอล์ เจล

โดยเป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มบิวตี้ซึ่งมียอดขายกว่า 100,000 เซ็ต เป็นมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท และบริษัทยังได้ขยายช่องทางขายสินค้าไปยัง เซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างเร่งด่วน และให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ได้มีโอกาสทดลองตลาด พร้อมทั้งเน้นหนักการทำตลาดผ่านช่องเทเลเซลล์ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนในช่วงล็อกดาวน์ที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน

ปรับปรับโตตามตลาด

พร้อมวุฒิ อัศวโสภณกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท อมาโด้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2563 บริษัทมียอดขายทะลุ 1,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้กว่า 50% โดยยอดขายดังกล่าวมาจาก
ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านดีลเลอร์บิวตี้ทั่วประเทศจำนวน 600 ล้านบาท คิดเป็น 60% จากช่องทางออนไลน์ของบริษัท ทั้ง
เฟซบุ๊กแฟนเพจ และไลน์จำนวน 160 ล้านบาท คิดเป็น 16% ยอดขายผ่านเทเลเซลล์ 200 ล้านบาท คิดเป็น 20% ในช่องทางนี้เติบโตอย่างมีนัยยะ

amado 2

พร้อมวุฒิ อัศวโสภณกุล

“จากยอดขายที่เติบโตเกินกว่าเป้าหมายส่งผลให้มีการพิจารณาปรับเป้าหมายยอดขายทั้งปีเป็น 1,800 ล้านบาท เติบโตถึง 160% จากปี 2562 เพิ่มขึ้นจากเป้ายอดขายเดิม 1,200 ล้านบาท”

ทั้งนี้ ส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดอาหารเสริมและวิตามินเพิ่มขึ้นเป็น 7% จากปีที่ผ่านมา มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 2% เนื่องจากแนวโน้มธุรกิจสุขภาพเติบโตกว่า 15% โดยมีมูลค่าการตลาดสูงถึง 280,000 ล้านบาท และแบ่งเป็นธุรกิจอาหารเสริม 8-10% คิดเป็น 24,000 ล้านบาท และตลาดสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น 10-15%

 

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.