BMW Driving Experience สอนทักษะให้ “ขับรถเป็น” ไม่ใช่แค่ “ขับรถได้”

0

SMmagonline – “ขับรถได้แล้วทำไมยังต้องเรียนขับรถ” อยากรู้คำตอบชัด ๆ ต้องมาทำความรู้จักกับ คอร์ส อบรมการขับขี่ BMW Driving Experience กิจกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ของบีเอ็มดับเบิลยู ที่ไม่เพียงตั้งใจผลิตรถสมรรถนะสูง แต่ยังต้องการให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อให้เกิดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ไป พร้อมกัน แถมยังเกิดผลพลอยได้ในการช่วยลดปัญหาการขับขี่บนท้องถนนที่พบเห็นกันบ่อยในประเทศไทย และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่ทุกคนควร “ขับรถเป็น” มากกว่าแค่ “ขับรถได้”

หากใครไม่เห็นด้วย ก็ลองนึกดูไม่ต้องจินตนาการไปไหนไกล แค่เมืองไทย หากทุกคน “ขับรถเป็น” เราคงไม่เห็นปัญหาบนท้องถนนเกิดขึ้นมากมายดังที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ หรือแม้แต่ปัญหาการขับขี่ส่วนตัว ก็อาจจะทำให้เราสามารถลดข้อจำกัดในการขับรถในสภาพถนนที่แปลกใหม่ต่างจากที่คุ้นเคย เพราะนั่นเท่ากับปิดโอกาสหาประสบการณ์และความสนุกใหม่ ๆ ให้กับตัวเองไปแล้วเช่นกัน

จุดเริ่มต้นของ BMW Driving Experience

ย้อนกลับไปในปี 1976 กรรมการบริหารของ BMW ตัดสินใจที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการควบคุมและขับขี่รถอย่างถูกต้องเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่คับขันบนท้องถนนสำหรับนักขับทุกคน พร้อมกับสอนให้คนขับรู้ถึงวิธีสังเกตอันตรายบนท้องถนนในช่วงเวลาที่เหมาะสม และในวันที่ 22 เมษายน 1977 ได้เริ่มมีการจัดคอร์สอบรมจากทาง BMW ขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่เมือง Manching โดยมี BMW Motorsport GmbH เป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมที่มีอายุระหว่าง 22-45 ปี

BMW-Driving-Experience-smmagonline4

คอร์สนี้เป็นโปรแกรมฝึกอบรมคนขับ ที่จัดขึ้นโดยผู้ผลิตรถยนต์เป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างรถที่สมบูรณ์แบบกับความชำนาญในการขับขี่ให้เท่าเทียมกัน และให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของบีเอ็มดับเบิลยูในการผสานความเชี่ยวชำนาญด้านมอเตอร์สปอร์ตที่สั่งสมมา ให้เข้ากับความสนุกเร้าใจในการขับขี่ได้อย่างลงตัว

จากนั้น บีเอ็มดับเบิลยู ได้พัฒนาคอร์สการฝึกอบรมการขับขี่เรื่อยมา จนถึงวันนี้มีผู้ที่มีโอกาสผ่านคอร์ส BMW Driving Experience มาแล้วจำนวนมาก และเป็นกลุ่มนักขับที่สามารถเพิ่มทักษะจนเห็นความแตกต่างชัดเจนว่า การพัฒนาทักษะให้อยู่ในระดับการ “ขับรถเป็น” นั้น ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่รถที่ให้ความรู้สนุก ท้าทาย และปลอดภัยกว่าเพียงแค่การ “ขับรถได้” เพียงใด

เพราะเพียงการรู้จักรถที่ขับ และวิธีการควบคุมที่ถูกต้อง ทำให้ทุกจังหวะขณะขับขี่รถยนต์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจให้ได้กับทั้งตัวเองและเพื่อนร่วมทาง

BMW-Driving-Experience-smmagonline2

ขับรถเป็นต้องสนุกและปลอดภัย

โปรแกรม Driving Experience หรือโปรแกรมเพิ่มทักษะการขับรถ เป็นสิ่งที่บีเอ็มดับเบิลยูจริงจังมากพอ ๆ กับการผลิตรถยนต์ จนเป็นค่ายรถที่ได้รับการยอมรับเรื่องมาตรฐานการให้ความรู้และประสบการณ์การขับขี่ผ่านโปรแกรม BMW Driving Experience ที่จัดมายาวนาน

เพราะนอกจากเป้าหมายที่อยากให้คน “ขับรถเป็น” ที่มาของโปรแกรม BMW Driving Experience แท้จริงแล้ว มาจากแนวคิดของบีเอ็มดับเบิลยูที่ว่า

“แค่ตั้งใจผลิตสุดยอดรถที่มีสมรรถนะสูงนั้นยังไม่พอ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรจึงจะสนับสนุนให้คนขับสามารถใช้งานยานพาหนะนั้นอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ได้มากที่สุดด้วย”

จากคอร์สอบรมที่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก ที่เมือง Manching ประเทศเยอรมนี นับจากนั้นบีเอ็มดับเบิลยูยังคงจัดการอบรมทักษะการขับขี่ต่อเนื่องเรื่อยมา แม้กระทั่งการดำเนินธุรกิจในเมืองไทย BMW Driving Experience ก็มีส่วนเข้ามาเป็นส่วนการขับเคลื่อนทักษะการขับขี่ของนักขับในสังคมไทยด้วยเช่นกัน

ระหว่างทางนับจากปีแรกที่เริ่มต้นนานมาถึงวันนี้กว่า 40 ปี BMW Driving Experience มีการเพิ่มรูปแบบและกระบวนการฝึกทักษะการขับขี่ในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเพิ่มเรื่องความสนุกสนานตื่นเต้นของการขับขี่ในสภาพภูมิประเทศและพื้นผิวที่แตกต่าง จากการอบรมในสนามทดสอบก็ขยายมาเป็นโปรแกรมการขับขี่ฤดูหนาวบนพื้นหิมะและน้ำแข็ง ไปจนถึงการพาผู้ขับขี่ลงสนามแข่งระดับตำนาน เช่น สนามนูร์เบิร์กริง ไปจนถึงการพาลุยสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในแอฟริกาแบบออฟโรด

ส่วนรถที่ใช้อบรม ก็ได้ขยายจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นล่าสุดไปถึงรถตระกูล M ตระกูล i และตระกูล X ให้ผู้ขับขี่ได้ทดสอบสมรรถนะของเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้พาเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูไปสัมผัสประสบการณ์ BMW Driving Experience ในต่างประเทศมาแล้วหลายคอร์ส

BMW-Driving-Experience-smmagonline8

ขณะที่ในประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดกิจกรรม BMW Driving Experience มาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ผู้ฝึกสอนที่ได้รับการรับรองจากบีเอ็มดับเบิลยู หรือ BMW Certified Instructor ควบคู่ไปกับการตรวจสอบมาตรฐานโครงสร้างของสนามเพื่อสร้างความมั่นใจว่า จะมอบความปลอดภัยและคุณภาพขั้นสูงสุดตามมาตรฐานการจัดกิจกรรมฝึกอบรมการขับขี่ของบีเอ็มดับเบิลยู จนได้รับรองเป็น “Official Partner of M” ในการจัด BMW Driving Experience เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน BMW Driving Experience โดยบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย มีกิจกรรมทั้งหมด 4 คอร์ส ได้แก่ คอร์สระดับเริ่มต้น Basic Training ที่ผู้อบรมจะได้ผ่านด่านทดสอบต่างๆ อย่างการเบรกแล้วต้องหักหลบ การแก้อาการแหกโค้ง และไฮไลต์คือการแก้อาการรถหมุน

แต่ละทักษะที่เลือกจัดอบรม ล้วนหาเรียนได้ยาก โดยเฉพาะคอร์สระดับสูง Advanced Training ซึ่งจะฝึกเทคนิคพื้นฐานในระดับความเร็วที่สูงขึ้น และเพิ่มการฝึกขับ J-Turn หรือการกลับรถแบบ 360 องศา รวมถึงคอร์สสำหรับผู้หลงใหลความเร็ว M Experience ที่พาไปลุยกันที่สนามพีระเซอร์กิตด้วยรถแรงตระกูล M และคอร์สตะลุยออฟโรด BMW xDrive Experience

ด้วยคุณภาพของการสอนและความตื่นเต้นเร้าใจที่ได้รับ ทำให้ผู้ผ่านการอบรมในแต่ละคอร์สจำนวนไม่น้อย กลับมาเรียนคอร์สต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งเรียนซ้ำคอร์สเดิมเพราะติดใจในความสนุก

BMW-Driving-Experience-smmagonline9

หลายคนยังแนะนำเพื่อนและสมาชิกครอบครัวมาร่วมกิจกรรม เพราะอยากแบ่งปันประสบการณ์สนุกที่เคยผ่านมากับตัวเอง แถมยังเป็นประโยชน์ในชีวิตจริง ทำให้ทุกวันนี้ BMW Driving Experience เปิดรับผู้สนใจทุกคนทุกเพศ ทุกวัย และไม่ว่าจะมีรถคู่ใจเป็นแบรนด์ไหน ขอแค่มีใบขับขี่ก็สามารถมาร่วมกิจกรรมได้

หากถามว่าอะไรที่เป็นเครื่องการันตี ความสนุกและประโยชน์ของกิจกรรมได้ดีที่สุด ก็คงจะต้องบอกว่า นอกเหนือจากประวัติการเปิดอบรมที่ยาวนานมากกว่า 40 ปีแล้ว การที่ผู้มีประสบการณ์ชุดเดิมยอมบอกต่อและชวนคนใกล้ชิดมาร่วมกิจกรรมด้วยกันนี่แหละ ถือเป็นมาตรฐานที่น่าเชื่อถือที่สุดแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจ อยากมาพิสูจน์ว่า BMW Driving Experience จะเปลี่ยนทัศนคติต่อการขับขี่รถยนต์ของคุณได้อย่างไร สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ได้ที่  www.bmw.co.th

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.

mother-day-2563-smmagonline