EPSON ส่งเลเซอร์โปรเจคเตอร์ ทรานส์ฟอร์มกลุ่มฉายหนังกลางแปลง สู่คุณภาพพรีเมี่ยม

0

SMmagonline-เอปสัน เจาะตลาดกลุ่มฉายหนังกลางแปลง หวังทรานส์ฟอร์มผู้ใช้เครื่องโปรเจคเตอร์ธรรมดาสู่เลเซอร์โปรเจคเตอร์ ชูกลยุทธ์ลงทุนคุ้มทุน คุณภาพคมชัดสู้แสงจ้ากลางแจ้งสบาย

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผู้ประกอบการธุรกิจฉายหนังกลางแปลงมีอยู่กว่า 3,000 รายทั่วประเทศ เป็นอีกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของผลิตภัณฑ์เลเซอร์โปรเจคเตอร์ของเอปสัน โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจนี้ก็ได้เปลี่ยนผ่านจากการฉายฟิล์มที่เป็นระบบอนาล็อกมาสู่ระบบดิจิทัลแล้ว ผู้ประกอบการกว่า 95% ได้หันมาใช้โปรเจคเตอร์ในการทำธุรกิจ

ทั้งนี้ นอกจากภาพยนตร์ที่จะนำมาฉายจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบฟิล์ม 35 มม. อีกต่อไป แต่เป็นไฟล์ดิจิทัลแทน เรื่องของคุณภาพในการฉายหนังให้ได้เต็มอรรถรส ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้โปรเจคเตอร์ประสิทธิภาพสูงกลายเป็นที่ต้องการมากขึ้น และทำให้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โปรเจคเตอร์ของเอปสันจึงได้รับความไว้วางใจจากวงการธุรกิจนี้

ยรรยง มุนีมงคลทร

โดยเครื่องโปรเจคเตอร์โดยส่วนมากจะเป็นรุ่นความสว่างไม่เกิน 10,000 ลูเมน และเป็นแบบใช้หลอดไฟที่มีอายุการใช้งานจำกัด  เอปสันจึงได้นำเสนอเลเซอร์โปรเจคเตอร์เข้ามาใช้ทดแทน ซึ่งมีตั้งแต่รุ่นที่มีระดับความสว่าง 6,000-30,000 ลูเมน สำหรับจอหนังกลางแปลงขนาดประมาณ 10-30 เมตร มีระดับความละเอียดที่หลากหลาย ทั้ง SXGA+, WUXGA และ 4K แท้

ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฉายภาพที่มีความสว่างคมชัด ความละเอียดสูง และประหยัดค่าบำรุงรักษาและค่าอะไหล่ได้มากกว่าในระยะยาว เนื่องจากเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของเอปสันมีอายุการใช้งานยาวนาน 20,000 ชั่วโมง สามารถเปิดใช้งานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง โดยที่คุณภาพของภาพไม่เสื่อมลง และเรามีรุ่นที่เป็นโปรเจคเตอร์ระยะฉายสั้นพิเศษ สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องวางเครื่องห่างจากจอหนัง ช่วยลดปัญหาการจัดงานในพื้นที่ที่จำกัด

“แม้ว่าเลเซอร์โปรเจคเตอร์ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในธุรกิจฉายหนังกลางแปลง แต่เราร่วมกับตัวแทนจำหน่ายให้ความรู้และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาสนใจเครื่องเลเซอร์ เพราะผลิตภัณฑ์เอปสันมีความคุ้มค่าในการลงทุน  มีอายุการใช้งานยาวนาน และที่สำคัญคือมีบริการหลังการขายที่ให้คำปรึกษา เชื่อว่าโอกาสทางการตลาดในธุรกิจนี้ยังเปิดกว้างให้กับเลเซอร์โปรเจคเตอร์ของเอปสันเป็นอย่างมาก”

เตชธรรม เลิศลบ

เตชธรรม เลิศลบ หรือ เอนก เลิฟซินีม่า ตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ในระบบหนังกลางแปลง กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะลงทุนกับเครื่องมือสองเพราะต้องการประหยัดต้นทุน แต่ต้องประสบปัญหาในเรื่องของคุณภาพของภาพ และใช้งานได้ระยะสั้นๆ ก็ต้องซ่อมหรือซื้อเครื่องใหม่ ทั้งยังไม่มีประกันและบริการหลังการขายคอยดูแล จึงมีผู้ประกอบการไม่น้อยที่ตัดสินใจเริ่มลงทุนกับโปรเจคเตอร์จากค่ายแบรนด์ดังที่มีมาตรฐาน

เอปสันเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมที่มีชื่อเสียงในเรื่องความคุ้มค่า เห็นได้จากเลเซอร์โปรเจคเตอร์ที่กล้ารับประกันการใช้งานนานถึง 20,000 ชั่วโมง และในงานมหรสพทุกงานจะมีการจัดแสงสว่างหลากสีสันในทุกพื้นที่ ซึ่งถ้าใช้โปรเจคเตอร์มือสองที่ให้แสงสว่างไม่ได้เต็มที่ หนังที่ฉายก็จะถูกรบกวน อีกทั้งผู้ประกอบการที่ใช้เลเซอร์โปรเจคเตอร์ จะได้รับความนิยมจากผู้จ้างมากขึ้น เพราะเป็นเหมือนการรับประกันคุณภาพของหนังที่ฉายว่าภาพสวย คมชัด ดูเต็มอรรถรส

“ธุรกิจฉายหนังกลางแปลงยังเป็นธุรกิจที่มีการเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงออกพรรษายาวไปจนถึงหลังวันสงกรานต์ แต่เนื่องจากในปีนี้ ได้รับผลกระทบหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพิ่งจะเริ่มฟื้นตัว หลัง จากที่รัฐบาลประกาศคลายล็อกดาวน์ ผู้ประกอบการก็เริ่มกลับมาลงทุนอัพเกรดโปรเจคเตอร์ที่ใช้อยู่ เพื่อให้ทันรับงานในช่วงเดือนตุลาคมนี้ และเลเซอร์โปรเจคเตอร์ก็เป็นทางเลือกที่ผู้ประกอบการหลายรายให้ความสนใจอย่างมาก”

ล่าสุด เอปสันได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมไดร์ฟอินดูหนังกลางแปลงวัดลานตากฟ้า ซึ่งเป็นไดร์ฟอินงานวัดครั้งแรกของเมืองไทย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 16 กันยายนที่ผ่านมา มีผู้สนใจขับรถมาจอดดูหนังกลางแปลงจอยักษ์ขนาด 16 เมตร ที่ฉายหนังด้วยเครื่องเลเซอร์โปรเจคเตอร์รุ่น Epson EB-L20000UNL ของเอปสัน ซึ่งมีความสว่างถึง 20,000 ลูเมน และความละเอียดสูงกว่า Full HD ในระดับ WUXGA สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ที่คมชัดทุกรายละเอียด สมจริง มีชีวิตชีวา

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.

mother-day-2563-smmagonline