5 แนวคิดจากสตาร์ทอัพ 5G Deep Tech

0

SMmagonline-สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ หัวเว่ย ประเทศไทย ผู้จัดหาโซลูชั่นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT ชั้นนำระดับโลก จัดการอบรมบ่มเพาะสตาร์ทอัพ 5G Deep Tech ขึ้นเป็นปีที่ 2 ในโครงการพัฒนาวิสาหกิจเริ่มต้นเทคโนโลยีเชิงลึกด้าน 5G

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมทั้งยังเป็นตัวเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคอีกด้วยทำให้ธุรกิจก็ต้องปรับตัวตามให้ทัน ดังนั้น การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้องค์กรธุรกิจได้ และยังช่วยให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ง่ายต่อการบริหารจัดการ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

โดยเรียกได้ว่าเป็นอาวุธที่สำคัญในการทำธุรกิจในยุคนี้ ใครใช้เทคโนโลยีเป็น หรือเข้าถึงเทคโนโลยีได้มาก คนนั้นได้เปรียบแน่นอน เราจึงเห็นผู้ประกอบการหลายราย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งส่งเสริม สนับสนุนให้ธุรกิจหันมาใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

ปริวรรต วงษ์สำราญ

ปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม NIA กล่าวว่า เราเคยร่วมงานกับ หัวเว่ย ประเทศไทย พัฒนาด้าน IoT Cloud มาแล้ว ซึ่งตอนนี้ 5G เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาและสามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์ การท่องเที่ยวและเอนเตอร์เทนเมนท์ นับเป็นการเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่หน้าใหม่นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ทำผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น โดยเรามีผู้บริหารจาก 5 บริษัทที่เข้าร่วมในโครงการซึ่งมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่พร้อมนำความรู้ไปต่อยอดได้จริง

มุมคิดพัฒนา IoT

ดร.สกล กงแก้ว

ดร.สกล กงแก้ว CEO บริษัท แอคทีฟ อินเทลลิเจนซ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทเกิดจากการวมตัวของวิศวกรด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาเทคนิคด้าน IoT ที่ยกเอาทุกโหมดมานำเสนอผ่านหน้าจอเดียว ลูกค้าส่วนใหญ่คือองค์กร บริษัทที่ต้องการนำระบบ IoT ไปใช้ลดต้นทุนในการดำเนินงาน หรือนำไปประยุกต์กับผลิตภัณฑ์เดิมทำให้เกิดสินค้านวัตกรรมใหม่

ส่วนการเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่ออัพเดทความรู้เรื่อง 5G ที่กำลังจะมาในเร็วๆ นี้ เพื่อนำความรู้มาพัฒนาธุรกิจในยุคดิจิทัล เพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าโลกเปลี่ยนไปธุรกิจต้องเปลี่ยนตาม สิ่งหนึ่งที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ นอกจากความรู้แล้ว ยังได้มาพบเจอกับนักธุรกิจจำนวนมากที่มีแนวธุรกิจเดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนต่อยอดในธุรกิจ

ธีระเดช กุศลธรรมรัตน์

ธีระเดช กุศลธรรมรัตน์ COO and Co-Founder บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจระบบอ่านหมายเลขทะเบียนรถ และอ่านเลขตู้คอนเทนเนอร์อัตโนมัติโดยเทคโนโลยี AI กล่าวว่า ความรู้ทางด้าน 5G เป็นสิ่งจำเป็นมากๆ กับบริษัท เพราะจะช่วยในเรื่องของการลดต้นทุนในการติดตั้งฮาร์ดแวร์ต่างๆ ที่อยู่หน้าไซต์งานจำนวนมาก สามารถบริหารจัดการได้ที่ส่วนกลางแบบรวดเร็ว ประหยัดต้นทุนได้ ทำให้เรียลไทม์ สะดวก รวดเร็ว ขึ้นด้วย ที่สำคัญ บริษัทเตรียมตัวขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศด้วยจึงเข้าร่วมโครงการกับ NIA เพื่อเสริมความรู้ก่อนขยายธุรกิจจริง

สิ่งที่เราตัดสินใจเข้าร่วมโครงการเพราะอยากรู้ว่า 5G มีหลักการทำงานอย่างไร มีอะไรดีขึ้นกว่า 4G เราจะนำความรู้มาต่อยอดงานของบริษัท ผมเชื่อว่ามันเป็นประโยชน์อย่างมากกับธุรกิจเพราะทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ดังนั้น ธุรกิจต้องพร้อม ทำการบ้านก่อนที่ 5G จะมาในเร็วๆ นี้ ผมเชื่อว่าใครพร้อม ใช้ประโยชน์เป็น จะทำให้แข่งขันได้

ศรายุทธ์ ศุภโชคภากร

ศรายุทธ์ ศุภโชคภากร Managing Director บริษัท บลูชาร์ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทคือ tech company ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน software development ลูกค้าคือผู้ให้บริการมือถือ และอินเทอร์เน็ต และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มพลังงาน ได้กล่าวเสริมว่า 5G จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมมากขึ้น มอร์นิเตอร์ได้ง่ายขึ้น IoT แพลตฟอร์มสามารถดึงข้อมูลอื่นๆ จากหลายที่มารวมไว้ที่ส่วนกลางได้ สามารถวิเคราะห์ พยากรณ์กระบวนการผลิตต่างๆ ล่วงหน้าได้ อย่างเช่นประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ดังนั้น 5G มีส่วนสำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจทำงานง่ายขึ้น จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการกับ NIA

ดร.คุณานนต์ กิตติพุฒิ

ดร.คุณานนต์ กิตติพุฒิ Chief Operating Officer บริษัท เรบุส จำกัด กล่าวว่า บริษัทคือผู้ให้บริการฮาร์ดแวร์ เทคสตาร์ทอัพ สาเหตุที่มาเข้าร่วมโครงการเพราะว่าต้องการหาแนวร่วมลงทุนเครื่องตรวจจับโควิด-19 แบบเรียลไทม์ รวมถึงการพัฒนาเลเซอร์ห้ามเลือด และเลเซอร์ให้ยาชา ต้องการความรู้โซลูชั่นใหม่ๆ เพิ่ม ด้วย และอยากนำความรู้เรื่อง 5G ไปพัฒนาธุรกิจให้เรียลไทม์ขึ้น

อนวัช โชคดีเป็นเลิศ

อนวัช โชคดีเป็นเลิศ Product Owner จากบริษัทบิลค์ วันกรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า บริษัทให้บริการซอฟต์แวร์ในงานก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงบริการแบบ B2B ด้วย โดยใช้โปรแกรมที่เรียกว่า Pojjaman2 (พจมาน 2) ในการบริหารจัดการ ข้อดีของการมาเติมความรู้ 5G กับโครงการของ NIA คือ ช่วยหน้าง่ายในการอัพเดทความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินไปตรวจงานที่หน้างานสารมารถใช้ 5G ในการตรวจงานผ่านวิดีโอคอลได้เลย รวมถึงใช้ในการเก็บข้อมูลออนไลน์ได้ บริหารต้นทุนได้ บัญชี การเงิน เป็นต้น

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.