หัวเว่ยผสาน CLOUD+AI+IoT สร้างอีโคซิสเต็มระบบหนุน “ธุรกิจอัจฉริยะ”

0

SMmagonline – หัวเว่ย พร้อมผลักดันทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วประเทศสู่ยุค “อัจฉริยะ” อย่างสมบูรณ์แบบ เร่งเดินหน้าพัฒนาอีโคซิสเต็มของเทคโนโลยี Cloud ผสานนวัตกรรม AI และ IoT ยุคใหม่

เป้าหมายดังกล่าวเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ช่วยลดต้นทุน เสริมประสิทธิภาพ และพัฒนาคุณภาพบริการแก่ธุรกิจไทยให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และยังคงรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้อย่างสูงสุด

Mr. Abel Deng 1

อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด

“การร่วมกันผลักดันเทคโนโลยีทั้งด้านนโยบายภาครัฐและการสนับสนุนจากเอกชน มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่ทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่เป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน อาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวพร้อมย้ำว่าเทคโนโลยี Cloud ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการรองรับเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AI, IoT, VR/AR, 5G และเพื่อสร้างนวัตกรรมโครงข่ายแห่งอนาคต หัวเว่ยจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเทคโนโลยี Cloud โดยได้ลงทุนจัดตั้งศูนยข้อมูลสำหรับให้บริการ Cloud ในประเทศไทยโดยเฉพาะเป็นแห่งแรก รวมถึงเน้นใช้กลยุทธ์ Cloud First ที่มุ่งเน้นพัฒนาอีโคซิสเต็มสำหรับประเทศไทย เพื่อการส่งมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย”

Mrs. Piyatida Itiravivongs and Mr. Surasak Wanichwatphibun

ทางด้าน ปิยะธิดา อิทธิระวิวงศ์ ประธานกรรมการ แผนกธุรกิจคลาวด์ ประเทศไทย เผยถึงความสำคัญของ Cloud ต่อการทำธุรกิจวันนี้และในอนาคตว่าจากรายงาน Huawei GIV คาดการณ์ว่ากลุ่มธุรกิจองค์กรทั่วโลกทั้งหมดจะหันมาใช้เทคโนโลยี Cloud และแอปพลิเคชันต่างๆ ภายในปี ค.ศ. 2025 ส่วนเทรนด์การใช้ Cloud ขององค์กรในประเทศไทยจะให้ความสำคัญกับบริการ Public Cloud เพราะสะดวกกว่า ให้ผลตอบแทนการลงทุน (RoI) ที่คุ้มค่ากว่า ที่สำคัญคือ การผสานเทคโนโลยี Cloud, AI และ IoT จะช่วยผลักดันให้เกิดกระบวนการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจในหลายมิติ โดยระบบเครือข่ายรวมไปถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Internet of Things (IoT) และช่วยส่งเสริมให้เกิด Smart City ในระดับประเทศ เช่น ระบบการจัดการเมืองอัจฉริยะ การจัดการจราจรแบบอัจฉริยะ หรือการตรวจสอบภาคสนามทางไกลผ่านหุ่นโดรน เป็นต้น

จุดเด่นของ “HUAWEI CLOUD” ที่ สุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีแผนกธุรกิจคลาวด์ ประเทศไทย มั่นใจว่าแตกต่างไปจากระบบอื่นๆ เพราะ “HUAWEI CLOUD” ถือเป็นผู้ให้บริการระดับโลกรายแรกและเป็นรายเดียวในปัจจุบันที่มีศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยสองศูนย์เพื่อรองรับการให้บริการ Cloud ทั้งในแง่ของการให้บริการ Public Cloud และ Hybrid Cloud ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องความหน่วง (Latency) ต่ำ ข้อมูลได้รับการปกป้องจากกฎหมายของประเทศไทย มีทีม R&D ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Cloud จากสำนักงานใหญ่ได้อย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง โดยบริการ Cloud ของ หัวเว่ยได้รับใบรับรองมาตรฐานระดับโลกกว่า 50 รายการ ซึ่งรวมถึงมาตรฐาน ISOA27701 และมีการออกเอกสารแนะนำในการใช้งานเพื่อให้เป็นไปตาม “พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” (PDPA) ของประเทศไทยอีกด้วย

ปัจจุบัน Cloud ของหัวเว่ยให้บริการครอบคลุมทั้งในภาคอุตสาหกรรมค้าปลีกการเงินการธนาคาร รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิตรายใหญ่ของประเทศและจากประสบการณ์ที่หัวเว่ย ประเทศไทย ทำงานร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ ในไทยมานานกว่า 21 ปี เข้าใจความต้องการความท้าทายที่องค์กรธุรกิจในไทยต้องเผชิญเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ หัวเว่ยเจ้าของเทคโนโลยีทั้งอีโคซิสเต็ม ครอบคลุมเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์รอบด้าน ให้ระบบหลังบ้านบริการ Cloud พร้อมแล้ว ที่จะส่งมอบสมรรถภาพการทำงานแบบประสานกัน (Synergy) ที่ให้ประสิทธิภาพในการทำงานสูงกว่าบริการ Cloud ทั่วไปถึง 30% รวมถึงช่วยธุรกิจไทยประหยัดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 30% สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มทุกระดับอย่างแน่นอน

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.