“เชฟรอนผนึกรัฐ” แปลงขาแท่นเป็นปะการังเทียม อนุรักษ์ทะเล เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน

0

SMmagonline – พันธกิจของ “เชฟรอน” ไม่เพียงมุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับคนไทยทุกคน แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยตลอดจนปกป้องทรัพยากรและระบบนิเวศวิทยาทางทะเล ซึ่งหนึ่งในโครงการที่สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายของการทำธุรกิจควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม คือ การสนับสนุน “โครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจำนวน 7 ขาแท่น ไปจัดวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล บริเวณเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี”

ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ในการทำปะการังเทียมจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (ขาแท่น) เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลให้อุดมสมบูรณ์ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการประมงของชุมชนในระยะยาวรวมถึงเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ของประเทศในการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้ยั่งยืน

underwater

ทั้งนี้ โครงการนำร่องดังกล่าวได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ (คณะกรรมการชาติฯ) ในหลักการให้จัดทำโครงการฯ จึงเกิดเป็นความร่วมมือของ 3 หน่วยงานสำคัญ ระหว่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ผู้รับผิดชอบในการกำกับการดำเนินงาน ติดตาม ประเมิน และดูแลพื้นที่โครงการฯ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับ สำรวจและผลิต จำกัด บริษัท เชฟรอนประเทศไทย กัด (เชฟรอนประเทศไทย) ที่สนับสนุนการจัดวางขาแท่นปะการังเทียมและงบประมาณการดำเนินโครงการฯ และ ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บริหารจัดการด้านการศึกษาติดตามผลของโครงการฯ ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการของทั้งในและต่างประเทศ

โครงการนี้นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา โดยต้องได้รับการอนุมัติอนุญาตจาก 5 หน่วยงานภาครัฐ จึงจะเริ่มดำเนินการได้ ซึ่งเชฟรอนนั้นได้รับความเห็นชอบในการรื้อถอนขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเพื่อนำมาจัดวางเป็นปะการังเทียมจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ขณะที่ ทช. ได้รับการอนุมัติอนุญาตจาก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่ากรมประมง รวมถึงหน่วยงานในสังกัดกรม ทช. การดำเนินการรื้อถอนและเคลื่อนย้ายขาแท่นแรกจึงเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม 2563 และจัดวางครบทั้งหมดในปลายเดือนกันยายน 2563

Ath Tulurak, Demolition ESSO

อรรจน์ ตุลารักษ์ ผู้จัดการแผนกรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เลิกใช้งานในกิจการปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

“ที่ผ่านมา บริเวณแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมกลางทะเลอ่าวไทย มีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศใต้ท้องทะเล โดยเฉพาะส่วนของขาแท่นทำหน้าที่เสมือนปะการังเทียมอยู่แล้ว เพราะมีโครงสร้างซับซ้อน มีความคงทน เพราะทำจากเหล็กกล้า (Carbon Steel) และไม่มีส่วนใดสัมผัสกับปิโตรเลียมมาก่อน จึงเหมาะในการลงเกาะของปะการังและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เป็นอย่างดี อรรจน์ ตุลารักษ์ ผู้จัดการแผนกรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เลิกใช้งานในกิจการปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวถึงความเหมาะสมของวัสดุขาแท่น ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาก่อนหน้าว่า “เมื่อปี 2556 ทาง ทช. ร่วมกับสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการปิโตรเลียมได้ร่วมกันทดลองนำโครงสร้างเหล็กชนิดเดียวกับขาแท่นมาจัดวางเป็นปะการังเทียมที่อ่าวโฉลกหลำของเกาะพะงัน แล้วพบว่า วัสดุมีความเหมาะสมสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้จริง รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์ทางด้านการท่องเที่ยวดำน้ำ และการประมง ตลอดจนไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”

ทั้ง 7 ขาแท่นนี้ เป็นขาแท่นที่ไม่ใช้งานแล้วหนัก 300-700 ตัน สูง 70-84 เมตร ฐานกว้างประมาณ 20-22.5 เมตร เคลื่อนย้ายโดยใช้เรือยกขนาดใหญ่ที่มีสมรรถนะในการยกมากถึง 3,000 ตัน ซึ่งลากขาแท่นในแนวดิ่งที่มีบางส่วนอยู่ใต้น้ำตลอดเวลาด้วยความเร็วต่ำ ทำให้มีฝูงปลาบางส่วนว่ายตามขาแท่นมายังพื้นที่จัดวางเป็นปะการังเทียมที่เกาะพะงันด้วย จากนั้นจึงนำขาแท่นมาวางนอนบนพื้นท้องทะเลที่ระดับน้ำ 40 เมตร เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือเพราะขาแท่นต้องอยู่ลึกจากผิวน้ำมากกว่า 15 เมตร ซึ่งการเคลื่อนย้ายขาแท่นได้ดำเนินการอย่างรัดกุมและมีการกำกับดูแลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด

Sophon Thongdee, Director-General of (NTC)

โสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

โสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เล่าว่า “หนึ่งในภารกิจสำคัญของ ทช. คือการจัดทำปะการังเทียม เพื่ออนุรักษ์และพื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้วยผลสำเร็จของการทดลองทำปะการังเทียมจากขาแท่นจำลองดังกล่าว จึงต่อยอดสู่การดำเนินโครงการนำร่องฯ โดยร่วมมือกับเชฟรอนประเทศไทย นำ 7 ขาแท่นที่ปลดระวางแล้ว มาจัดวางเป็นปะการังเทียมบริเวณเกาะพะงัน บนพื้นที่ 2×2 ตร.กม. ขณะที่กองปะการังเทียมนั้นมีขนาดเพียง 0.05 ตร.กม.

“เชื่อมั่นว่า กองปะการังเทียมจากขาแท่นนี้ ไม่เพียงจะเป็นที่อยู่อาศัยของปะการังและสัตว์น้ำวัยอ่อนหลากหลายสายพันธุ์ แต่ยังช่วยเพิ่มแหล่งดำน้ำใหม่ในเขตน้ำลึก ซึ่งจะเป็นจุดรองรับเรือทัวร์ของนักท่องเที่ยวจากเกาะพะงัน เกาะสมุย และเกาะเต่าในอนาคตที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยังช่วยลดความแออัดของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาดำน้ำในแนวปะการังธรรมชาติด้วย โดย ทช. ได้เตรียมออกประกาศให้พื้นที่จัดวางปะการังเทียมดังกล่าวเป็นพื้นที่คุ้มครอง เพื่อให้เกิดการจัดการและการใช้ประโยชน์ของพื้นที่อย่างเหมาะสมในทุกภาคส่วน”

ทั้งนี้ ภายหลังภารกิจการจัดวางปะการังเทียมเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วนั้น ถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโครงการนำร่องฯ เท่านั้น เพราะทั้ง ทช. เชฟรอนประเทศไทย และจุฬาฯ จะยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไปอีก 2 ปี เพื่อร่วมกันศึกษาและติดตามการเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ นำมาซึ่งข้อมูลทางวิชาการในมิติต่างๆ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจสังคม สิ่งแวดล้อม และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาถอดบทเรียนก่อนขยายผลต่อไป

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.