วิริยะประกันภัย เรียนรู้ ปรับปรุง พัฒนาต่อยอด 3 เสาหลัก กำหนดอนาคตธุรกิจ

0

SMmagonline – “เรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอด” คือแนวทางที่วิริยะประกันภัย ถือปฏิบัติอย่างจริงจังตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจกว่า 73 ปี จนกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ที่เป็นรากฐานในทุกๆ การทำงาน ถือเป็นองค์ประกอบพื้นฐานในแผนการดำเนินงานของบริษัทที่ยึดมั่นในการมุ่งเน้นส่งมอบการคุ้มครอง และการบริการที่ดีที่สุดแก่ผู้เอาประกันทุกกลุ่มอย่างจริงใจ และยุติธรรม

สยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บมจ. วิริยะประกันภัย ย้ำจุดยืนของการทำธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะว่า จะคิดจะทำสิ่งใดก็ตาม ต้องยึดถึงการให้บริการผู้เอาประกันภัยเป็นอันดับแรกเพราะหากผู้เอาประกันได้รับการบริการที่ดี มีคุณภาพ สะดวก รวดเร็วเป็นธรรม ย่อมใช้บริการต่อเนื่อง และช่วยประชาสัมพันธ์ บอกต่อผู้คนรอบข้างบริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยประยุกต์นำเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เหมาะสมมาพัฒนาต่อยอดปรับปรุงการให้บริการในทุกด้าน

ในทุกอุปสรรค ย่อมมีโอกาส แม้การระบาดโรคนี้ จะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วโลก ต่อระบบเศรษฐกิจภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมทุกประเภท รวมถึงภาคอุตสาหกรรมประกันภัยทว่าถ้ามองอีกมุมหนึ่ง สถานการณ์ COVID-19 คือตัวเร่งที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจการทำประกัน ซึ่งความต้องการนี้เองทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติของธุรกิจประกันภัย ทั้งด้านการดำเนินธุรกิจ การตลาดช่องทางการขาย การบริการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์

เมื่อความต้องการในตลาดมีมากขึ้น บนเงื่อนไขที่จำกัด ในมุมของการทำงานก็ต้องปรับให้ตอบโจทย์ความต้องการฯ ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและการให้บริการลูกค้า ให้สอดรับกับวิถีชีวิตแบบปกติใหม่ หรือ New Normal โดย สยม ย้ำว่า เดินเกมปรับองค์กร ผ่าน 4 ส่วนสำคัญคือ

ปรับแผนการดำเนินธุรกิจ ต้องบทวน ปรับปรุง วางแผน บริหารจัดการ การทำงานใหม่ โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยง และแผนดำเนินการ กรณีเกิดสถานการณ์เลวร้ายเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่มีผลกระทบและความรุนแรงแตกต่างกัน เพื่อรับมือและจัดการสถานการณ์นั้นๆ ได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อบรรเทาหรือหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดกับธุรกิจ

พร้อม พัฒนาการตลาดและช่องทางการขาย จากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เห็นโอกาสที่มีอยู่อย่างมากมาย ที่ธุรกิจจะได้รับจากช่องทางการขาย ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว เช่น ประกันภัยออนไลน์ ประกันภัยที่ซื้อผ่านร้านสะดวกซื้อโดยไม่ต้องกรอกเอกสาร เป็นต้น ซึ่งสถานการณ์ COVID-19 ถือเป็นปัจจัยเร่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเตือนผู้ประกอบการ ในการพัฒนาช่องทางการขายใหม่ๆ ให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าหรือการบริการได้อย่างง่ายดาย สะดวก รวดเร็ว

ที่สำคัญคือ ถึงมีวิกฤตใดก็ตามแต่ ต้องคิดและพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ประกันภัยต้องทำต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของผู้เอาประกันภัย ที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลิตภัณฑ์ Non-Motor จะมีผลิตภัณฑ์ ความคุ้มครองใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับปัจจัยแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนไป เช่น แผนประกันสุขภาพ แผนประกันภัยโรคอุบัติใหม่ต่างๆ แผนประกันภัยรองรับความต้องการของธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นต้น

สุดท้ายคือ เรื่องของการ เพิ่มศักยภาพด้านให้บริการของบริษัทประกันภัย จำเป็นต้องได้รับการประเมิน ปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อความต้องการของลูกค้า ที่เปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นกว่าในอดีตอย่างในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 ทางบริษัทฯ ก็นำเทคโนโลยีมาช่วยให้บริการอย่าง VClaim on VCall ซึ่งเป็นการทำเคลมผ่าน Video Call เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาแจ้งเคลม สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว

การพัฒนาเหล่านี้ล้วนต่อยอดมาจาก เรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอด ซึ่งเป็น 3 แก่นคิดสำคัญนำมาใช้ในการกำหนดยุทธศาสตร์ในการทำธุรกิจทั้งในระยะสั้น และยาวพร้อมเผยถึงเคล็ดลับในการทำธุรกิจให้รอดจากวิกฤตว่าต้องเตรียมแผนมองตลาดทั้งระยะสั้น และยาว

สำหรับเป้าหมายในระยะสั้นที่ภาพรวมของธุรกิจยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนนี้ วิริยะประกันภัย เน้นทำทุกอย่างเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม ด้วยการเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการบริการในด้านต่ำงๆ ทั้งด้านสินไหมและรับประกัน

เช่น ปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและเป็นธรรม โดยนำนวัตกรรมด้านไอทีมาพัฒนาต่อยอดงานบริการสินไหมให้มีความสะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มจำนวนงานประกันภัยใหม่ด้วยการพัฒนาการเพิ่มช่องทางการขาย ให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้อย่างง่าย สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง เช่น ช่องทางการขายออนไลน์การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย และช่องทางตลาดใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน

รวมถึงการพัฒนาและต่อยอดทางเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานด้านต่างๆ ในยุคนี้สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีเพื่อการวิเคราะห์และใช้ประโยชน์จากข้อมูลการประกันภัยของบริษัท (Big Data and Data Driven Technology) เพื่อช่วยให้บริษัทฯ เข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานขายและการให้บริการ

เช่น พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อให้ คู่ค้า นายหน้า และตัวแทนใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงและให้บริการแก่ลูกค้า รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมสใช้งานด้านการเชื่อมต่อทางธุรกิจกับคู่ค้ำ (API) ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ในการเปิดกว้างให้บริษัทฯ สามารถเชื่อมโยง และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อเป็นเครื่องมือในการประเมิน แยกแยะ วางแผนบริหารจัดการความเสี่ยงต่างๆ ได้อย่างเท่าทันและมีประสิทธิภาพ

แนวทางธุรกิจประกันภัยในระยะยาวคือ การขยายตัวของธุรกิจ โดยบริษัทฯ มีแผนพัฒนาเพิ่มการคุ้มครองในส่วนของงาน Non-Motor ให้มากขึ้น อย่างประกันสุขภาพหลากหลายแผน ให้ครบทุกความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม, ประกันโรคร้ายแรง, ประกันอุบัติเหตุทั้งรายเดี่ยว และครอบครัว, ประกันการเดินทางท่องเที่ยว,ประกันภัยที่อยู่อาศัย, ประกันภัยสำหรับธุรกิจ

ซึ่งการจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันใดก็ตาม ต้องดูเทรนด์ ดูตลาดให้ออก อย่างผู้คนเริ่มหันมากังวล และสนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ เพราะนับวันค่าครองชีพ และค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ก็ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก มองไกลไปในอนาคตเมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณอายุ ไม่มีรายได้จากการทำงาน เมื่อเจ็บป่วยจะทำอย่างไร ความกังวลเช่นนี้เอง ทำให้ผู้บริโภคหันมาวางแผนและให้ความสนใจเรื่องของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพกันมากขึ้นบริษัทฯ ก็ต้องทำมาคิดค้นสิ่งที่ผู้คนต้องการจากการทำประกันสุขภาพ แล้วนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพให้ตอบโจทย์นั้นให้ได้มากที่สุด

ส่วนการพัฒนาช่องทางการขายและผลิตภัณฑ์ก็ต้องเพิ่มดีกรีทำให้หลากหลาย เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ ที่ตระหนักถึงประโยชน์ของการประกันภัยมากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาองค์กรแบบบูรณาการเพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ เพื่อเป้าหมายสำคัญคือ เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงให้กับประชาชนและสังคมไทยในอนาคต

ทั้งนี้ สยม กล่าวว่า การทำธุรกิจต้องพร้อมที่จะปรับแก้ไขสถานการณ์อยู่เสมอ ซึ่งไม่เพียงแค่เปลี่ยน วิธีคิด และวิธีทำงานให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น แต่ต้องเปลี่ยนแนวคิดพยายามมองหาโอกาสในตลาด พัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายให้สอดรับกับวิถี New Normal รอบด้าน โดยทุกสิ่งที่ทำต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับเป็นหลัก ถ้ำทำได้ธุรกิจก็จะผ่านพ้นทุกวิกฤต ทุกความท้าทายไปได้

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.