ไทยเบฟเวอเรจ PASSION 2025 มุ่งมั่นเป็นหนึ่งในอาเซียน

0

SMmagonline – “ไทยเบฟเวอเรจ” เป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหารที่สามารถขยายการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพียงแค่ได้รับการยอมรับในไทย แต่ยืนหยัดเป็นธุรกิจแถวหน้าบนเวทีใหญ่ระดับอาเซียนได้อย่างแข็งแกร่ง

แม้ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจครั้งใหญ่กลุ่มไทยเบฟฯ ก็ประคับประคองจนสร้างรายได้กลับมาได้อย่างสวนกระแสเศรษฐกิจ เพราะมี Vision การทำธุรกิจที่ชัดเจน ในขณะเดียวกันก็มุ่งเดินหน้าพัฒนาธุรกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ PASSION 2025 ในการมุ่งมั่นสู่ชัยชนะ ก้าวไปสู่ผู้นำทางด้านเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนให้ได้

ก่อนเจาะลึกถึงแนวคิดใหญ่ในการทำธุรกิจจากนี้ไปของ ไทยเบฟฯ ที่เตรียมนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจในเครือ ทั้งกลุ่มสุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหาร ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เผยถึงการปรับตัว และเตรียมตัวครั้งสำคัญที่ทำให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิดมาได้ว่า “เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาตนเองได้รับเกียรติเป็นประธานกรรมการจัดงานตรุษจีนเยาวราช จึงได้มีการร่วมพูดคุยกับตัวแทนจากทางรัฐบาลจีน ซึ่งก็ได้ยินเรื่องของการระบาดของโควิด-19 มาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม และในเดือนถัดๆ มาก็เริ่มเห็นสถานการณ์ที่มีแนวโน้มน่าจะไม่ดีจึงได้มีการเตรียมทีม เตรียมความพร้อมอย่าง ThaiBev Situation Room (TSR) ขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์ติดตามข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวทางธุรกิจและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงติดตามการดำเนินงานของกลุ่มไทยเบฟให้สามารถผลิตและจัดส่งสินค้าได้ตามจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

พร้อมกันนี้ก็ให้ความสำคัญในการดำเนินการดูแลสุขภาพของพนักงาน ซึ่งถือเป็นบุคลากรกลุ่มสำคัญในการสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง และมีการนำรูปแบบการปฏิบัติงานในระบบดิจิทัลมาเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มากกว่า 95% ของพนักงานบริษัทฯ สามารถเข้าสู่กระบวนการทำงานของระบบดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม รวมถึงให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน เครือข่ายคู่ค้าบุคลากรแนวหน้าทางการแพทย์ และบุคลากรภาครัฐโดยได้ลงทุนในการผลิตและจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อมจัดตั้งศูนย์ตรวจโควิด-19 แบบ PCR ดำเนินการแจกจ่ายแอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัยเพื่อให้ความปลอดภัยกับทุกภาคส่วน

“ไทยเบฟฯ ได้เตรียมการรับมือในวิกฤตครั้งนี้มาตั้งแต่ช่วงมีนาคม ทำให้เมื่อมีการปิดเมือง จนกลับมาเปิดได้ใหม่บริษัทฯ จึงมีความพร้อมทั้งในแง่ของฐานข้อมูล และการกลับมาของธุรกิจเพื่อสร้างให้เกิดความเข้มแข็งอีกครั้ง ซึ่งการเตรียมตัวตามที่กล่าวไปเบื้องต้นเหล่านี้เอง ทำให้แม้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ -มีนาคม ธุรกิจจะมียอดขายตกลงมาเช่นเดียวกับที่ทุกธุรกิจประสบพบเจอ แต่พอเข้ามาสู่เดือนเมษายน – มิถุนายน กลุ่มธุรกิจไทยเบฟฯ ก็เริ่มฟื้นกลับคืนมาได้อีกครั้ง”

การทำธุรกิจในยุคนี้หลายคนพูดถึงการทรานส์ฟอร์เมชัน แต่สำหรับไทยเบฟฯ ฐาปน ย้ำว่า เป็นหนึ่งในองค์กรที่ทำเรื่องนี้มานานแล้ว เพราะย้อนกลับไปกว่า 10 ปีที่แล้ว ไทยเบฟฯ ยึด 3 Vision อย่าง Premiumization, Internationalisation และ Professionalisation ในการดำเนินธุรกิจมาตลอด หรือ ในช่วง 6 ปีผ่านมา (ปี ค.ศ. 2014-2020) ก็ได้มีการกำหนด VISION 2020 ที่เคยประกาศชัดเจนถึง 5 กลยุทธ์หลักที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติ อย่าง Growth, Diversity, Brand, Reach และ Professionalism ซึ่งผลลัพธ์ของการทำงานตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ทำให้กลุ่มธุรกิจไทยเบฟฯ เติบโตขึ้นทั้งในแง่ของรายได้และกำไร และเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน

“ตัวอย่างความสำเร็จในธุรกิจเบียร์ คือ เมื่อรวมยอดขายของเบียร์ในประเทศไทย และในประเทศเวียดนามมีปริมาณยอดขายเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน หรือหากโฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจสุราในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง แสงโสมเติบโตกว่า 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในส่วนของ เบลนด์ 285 ซิกเนเจอร์ และ เมอริเดียนบรั่นดีโตราว 37% และ 50% ตามลำดับส่วนในธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ ชาเขียวโออิชิ น้ำดื่มคริสตัล และธุรกิจอาหารก็เติบโตได้ดีจนทำให้เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทย”

ส่วนก้าวต่อไปของไทยเบฟฯ ฐาปน ย้ำว่าจะมุ่งไปที่ PASSION 2025 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สานต่อความสำเร็จจาก Vision 2020 พร้อมเผยแนวคิดการบริหารธุรกิจยักษ์ใหญ่นี้ว่า การทำธุรกิจของกลุ่มไทยเบฟฯ จะเน้นไปที่การสร้างและผลักดันให้ธุรกิจเกิดการเติบโตอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนไม่ซับซ้อน คือพุ่งเป้าสู่ Stable and Sustainable ASEAN Leader หรือเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารในอาเซียน

หัวเรือใหญ่แห่งไทยเบฟฯ กล่าวว่า การทำธุรกิจในยุคที่โลกธุรกิจและลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป ตัวธุรกิจเองก็ต้องปรับแผนดำเนินการต่างๆ ให้สอดรับมากยิ่งขึ้น สำหรับไทยเบฟฯ วันนี้ก็ต้องปรับ และขับเคลื่อนไปสู่ PASSION 2025 ซึ่งเป็นแนวคิดในการทำธุรกิจภายใต้ 3 แก่นหลัก ได้แก่ BUILD (สรรสร้างความสามารถ) คือ สรรสร้างความสามารถและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่ ถัดมาคือ STRENGTHEN (เสริมแกร่งความเป็นหนึ่ง) คือ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพื่อรักษาและก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน และสุดท้ายคือ UNLOCK (สุดพลังศักยภาพไทยเบฟฯ) คือ นำศักยภาพของไทยเบฟที่มีอยู่มาก่อให้เกิดพลังสูงสุด

ทั้งนี้ ภายใต้กรอบแนวคิดแต่ละส่วนก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย อย่างในส่วนของ BUILD จะเน้นไปที่การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เช่นการพัฒนาทางด้าน Product Innovation, Channelinnovation, Service& Business Model innovation ฯลฯ เพราะวันนี้ต้องยอมรับว่า ดิจิทัลแพลตฟอร์มสำคัญ เนื่องจากตอนนี้คือยุคของ Smart Consumer คือ เป็นผู้บริโภคที่มองหาสิ่งที่คุ้มค่า และก็เป็นประโยชน์สูงสุด วันนี้ไม่ได้มองแค่ Quality แต่คำนึงไปถึง Value, Promotion และเรื่องของ Convenience ควบคู่ไปด้วย ซึ่งการทำธุรกิจ ทำสินค้า ต้องสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าเหล่านี้ให้ได้

ส่วน STRENGTHEN ก็มีเป้าหมายเพื่อเป็น Market Leadership ทั้งในไทย เวียดนาม พม่า และมาเลเซีย พร้อมพัฒนาทางด้าน Supply Chain Innovation เน้นเรื่อง Process innovation & Digitalization เหล่านี้เป็นต้น ในขณะที่ UNLOCK คือ เน้นสร้าง Value ทั้งทางด้าน Enhancing Shareholders Value, Group Governance & Role of Center รวมไปถึง Asset Value Creation และเรื่องของ World Class Workforce นั่นเอง

“วันนี้การทำธุรกิจต้องหันมากระตุ้นความคิด จะประกอบธุรกิจกันไปเหมือนเดิมอย่างนั้นหรือ หรือต้องมีอะไรที่ต้องปรับเปลี่ยน ซึ่ง PASSION 2025 ไม่ใช่แค่ผลักดัน แต่เป็นการมองตัวเองด้วยว่า ต้องปรับต้องเปลี่ยนสิ่งใดบ้าง ต้องเน้นกระบวนการสำคัญไปที่การบริการจัดการ ต้องเปลี่ยน MINDSET ต้องปรับต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิมๆ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ”

PASSION 2025 ที่กำหนดขึ้นมานี้ ฐาปน ย้ำว่า สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจและทุ่มเทของทุกคนในกลุ่มไทยเบฟฯ และเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ต้องการร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโตไปด้วยกัน กับก้าวที่แข็งแกร่งมั่นคง และยั่งยืน เพื่อบรรลุเป้าหมายของการเป็น Stable and Sustainable ASEAN Leader

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.