บีเอ็มดับเบิลยู ชี้ “แบตเตอรี่” คือหัวใจความยั่งยืนรถยนต์ไฟฟ้า

0

SMmagonline – จุดเริ่มต้นของรถไฟฟ้า มาจากผู้ใช้ที่เชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้า (Electromobility) จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตต่างเห็นตรงกัน ซึ่งในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยูก็จะเริ่มใช้แบตเตอรี่เจเนอเรชันที่ 5 ใน BMW iX3 ที่เปิดตัวปีนี้และรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้าสู่ตลาดในปีต่อๆ ไป เช่น BMW iNEXT และ BMW i4

โดยบีเอ็มดับเบิลยูคาดว่า จากการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเหล่านี้ จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากกว่า 10 ล้านตันภายใน 10 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่หลายคนคิดไม่ถึงคือ เกือบ 40% ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยออกมามาจากกระบวนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

นี่คือคำตอบว่า ทำไม แบตเตอรี่ จึงเป็นหัวใจของความยั่งยืนของรถพลังงานไฟฟ้าที่แท้จริง และบีเอ็มดับเบิลยูก็เลือกที่จะหันมาให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ โดยเริ่มทำสัญญาเลือกใช้เฉพาะซัพพลายเออร์ที่จะใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่เท่านั้น เพื่อให้รถยนต์ที่บีเอ็มดับเบิลยูที่ประกาศว่าจะผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าถึง 25 รุ่น ภายในปี 2023 โดยร่นระยะเวลาการผลิตจากเดิมที่กำหนดไว้ภายในปี 2025 ให้เป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืนอย่างแท้จริง

BMW Battery Sustainability 02

เมื่อปีที่แล้ว (2019) บริษัทจัดสรรพื้นที่ขนาด 130,000 ตารางฟุต ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ให้เป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่และรถไฟฟ้า ภายใต้ชื่อ The BMW Group Battery Cell Competence Center ซึ่งปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญปฏิบัติงานอยู่มากกว่า 200 คน รับผิดชอบตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการผลิตแบตเตอรี่

ไม่เพียงเท่านั้น บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญถึงที่มาของส่วนประกอบต่างๆ ของแบตเตอรี่ที่ต้องใช้วัตถุดิบมากมายจากส่วนประกอบของแร่หลายชนิด ได้แก่ ลิเธียม นิกเกิล แมงกานีส และโคบอลต์ ซึ่งล้วนมีผลต่อทั้งมนุษย์และสิ่งแวดล้อม บริษัทจึงเลือกใช้วัตถุดิบเฉพาะจากพาร์ทเนอร์ที่มีครบทั้งธรรมาภิบาลมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนเป็นอันดับแรก เพื่อลดปัญหาผลกระทบในทุกขั้นตอนและสร้างความโปร่งใสของแหล่งที่มาของวัตถุดิบ

นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ขยายประสิทธิภาพและอายุการใช้งานนานขึ้น โดยตัดสินใจขยายการรับประกันสำหรับแบตเตอรี่ของรถยนต์รุ่น BMW i3 ในสหภาพยุโรปออกไปจาก 60,000 ไมล์เป็น 100,000 ไมล์ หรือเทียบได้จาก 100,000 กิโลเมตรเป็น 160,000 กิโลเมตร

BMW Battery Sustainability 04

เมื่อแบตแตอรี่หมดอายุการใช้งาน (สำหรับรถยนต์) แบตเตอรี่พวกนี้จะยังสามารถเก็บพลังงานได้อีกราว 70 – 80% บีเอ็มดับเบิลยู จึงคิดให้เกิดการใช้ประโยชน์ต่อด้วย เช่น

ตัวอย่างหนึ่งคือ การนำแบตเตอรี่ 2,600 ตัว ไปติดตั้งในตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 85 x 20 ฟุต ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของท่าเรือ Hamburg ของเยอรมนี เพื่อใช้เป็นตัวเก็บพลังงานสำรอง ให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าเกิดความเสถียรมากขึ้น นั่นคือ หากพบว่ามีกระแสไฟฟ้ามากเกินไปในระบบ มันก็จะนำส่วนที่เกินไปเก็บไว้ แต่ถ้ากระแสไฟฟ้าในระบบไม่เพียงพอต่อความต้องการ เราก็สามารถดึงเอาพลังงานในแบตเตอรี่ออกมาจ่ายไปก่อนได้ และทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้น

BMW Battery Sustainability 03

แบตเตอรี่พวกนี้ทำหน้าที่ที่ 2 นี้ได้นานนับ 10 ปี กว่าจะหมดความสามารถในการกักเก็บพลังงานอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อวันนั้นมาถึง แบตเตอรี่ทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลต่อไป

Did you know?

เขา รีไซเคิลแบตเตอรี่ กันอย่างไร?

กระบวนการรีไซเคิลของ บีเอ็มดับเบิลยู เริ่มจากพนักงาน 3 คนใช้เครื่องตัดพิเศษเพื่อเปิดตัวโมดูลของแบตเตอรี่ออกมา จากนั้น วัตถุดิบเช่น อลูมิเนียม, ขั้วไฟฟ้า, ตัวกั้น จะถูกนำไปบดเป็นชิ้นเล็กๆ ด้วยเครื่องทำลายชนิดพิเศษ (ซึ่งกระแสไฟที่จ่ายให้กับเครื่องทำลายตัวนี้ก็มาจากแบตเตอรี่ที่ปลดระวางแล้วนั่นเอง เครื่องทำลายสามารถบดวัสดุต่างๆ ได้มากถึง 1,100 ปอนด์ หรือ 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง) ส่วนเซลล์แบตเตอรี่จะถูกนำไปหลอมในเตาและแยกโลหะออกมาเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ จากนี้จะมีบริษัทที่เข้ามารับหน้าที่รีไซเคิลแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของบีเอ็มดับเบิลยูได้จนเกือบจะสมบูรณ์แบบ

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.