ธอส. วิสัยทัศน์ชัดเจน กระบวนการดี ปรับตัวไวไร้รอยต่อ

0

SMmagonline – ธนาคารไหนเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภคสามารถตัดสินง่ายมาก เพียงแค่ดูว่าเป็นธนาคารที่ผู้บริโภคนึกถึงเป็นรายแรกเมื่อต้องการบริการด้านการเงินด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่ สำหรับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นั้น คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เป็นธนาคารอันดับหนึ่งที่คนไทยส่วนใหญ่นึกถึงเมื่ออยากมีบ้าน

เป็นการนึกถึงที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งธนาคารมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 ตามพระราชบัญญัติที่กำหนดไว้เพื่อเป็นธนาคารที่ช่วยเหลือทางการเงินให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยตามสมควรแก่อัตภาพที่ต่อมาได้กำหนดเป็นพันธกิจของธนาคารคือ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” มาถึงทุกวันนี้

ธนาคารแห่งนี้จึงอยู่กับการพัฒนาการเรื่องสินเชื่อบ้านของคนไทยมาอย่างยาวนาน ถึงวันนี้นับเป็นปีที่ 67 แต่ ธอส. ยังคงปรับตัวได้ทันการแข่งขัน โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนสู่การเป็นธนาคารยุคดิจิทัลที่เกิดขึ้น ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นไม่ได้ดูได้จากภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปเท่านั้น หากยังมีตัวชี้วัดที่จับต้องได้อีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะช่วงปีที่ผ่านมา ที่แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดร้ายแรงอย่างโควิด-19

ในมุมผู้บริโภคตัวชี้วัดหนึ่งที่จับต้องได้ง่ายสมยุคดิจิทัล ต้องยกให้เป็นเรื่องพัฒนาการด้านการให้สินเชื่อ ที่ธนาคารนำระบบดิจิทัลที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถให้บริการอนุมัติสินเชื่อได้เร็วที่สุดภายใน 1 วันหลังทำเรื่องยื่นกู้และยื่นเอกสารครบถ้วน ซึ่งลูกค้าธนาคารหลายรายคงมีประสบการณ์กับตัวเองมาแล้ว

แต่ถ้าจะหาตัวชี้วัดในเชิงการบริหารจัดการองค์กร สิ่งที่อ้างอิงได้ดีที่สุดของปีนี้สำหรับ ธอส. คงหนีไม่พ้น การได้รับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ (Thailand Quality Award – TQA) ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นสถาบันการเงินแห่งแรกและยังเป็นสถาบันการเงินของรัฐเพียงแห่งเดียวที่ได้รับรางวัล ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2554 ไม่มีหน่วยงานใดในประเทศไทยได้รับรางวัลนี้เลย

chatchai-ceo-GHB-smmagonline

ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เองก็ยืนยันว่า ตัวชี้วัดทั้ง 2 ด้านที่ยกมานี้ มีความสัมพันธ์กัน เพราะการดำเนินงานหลายเรื่องเป็นผลมาจากการนำเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติมาปรับใช้เพื่อนำไปสู่การตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่พนักงานทุกคนกว่า 5,000 คน ในทุกส่วนขององค์กรมีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” มีส่วนร่วมในความสำเร็จ จนทำให้ผลิตภัณฑ์การบริการของธนาคารตอบโจทย์เดียวกัน ทั้งเรื่องการขออนุมัติสินเชื่อบ้านได้เร็วแบบ Over Night Approve หรือแม้แต่การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระนานขึ้นได้ถึง 40 ปี เพื่อแบ่งเบาภาระให้แก่ลูกค้า

ที่สำคัญ วิสัยทัศน์และรูปแบบการบริหารงานภายใต้การดำเนินงานของกรรมการผู้จัดการคนปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบปฏิบัติงานหลักขนาดใหญ่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เรียกว่า GHB System ขึ้นมาทดแทนระบบแมนนวลแบบเดิมๆ ที่ทำให้ทุกขั้นตอนการดำเนินงานแม่นย้ำและรวดเร็วขึ้น รวมทั้งช่วยให้ ธอส. ปรับตัวตอบรับ ยุค New Normal Business ด้วย New Normal Service ผ่านระบบดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ต้นปี 2562 พร้อมกับกำหนดให้ธนาคารก้าวไปสู่การเป็น Digital Banking ในอนาคต

GHB System ทำให้ ธอส. พัฒนาบริการใหม่ๆ ในการเป็นธนาคารดิจิทัลได้มากขึ้นและรวดเร็ว รวมไปถึงบริการธนาคารบนมือถือ หรือ Mobile Banking ของธนาคารผ่านแอปพลิเคชัน GHB ALL ที่ถือว่ามีบทบาทช่วยให้ธนาคารและลูกค้าติดต่อทำธุรกรรมกันได้อย่างราบรื่นในช่วงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าสามารถใช้เป็นช่องทางในการแจ้งความประสงค์เข้ามาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 รวมมากกว่า 4 แสนบัญชี รวมถึงยังสามารถใช้บริการในด้านที่จำเป็นสำหรับลูกค้า ธอส. อาทิ ตรวจสอบสถานะสินเชื่อ ชำระหนี้เงินกู้ โอนเงิน แจ้งเตือนชำระหนี้ ไปกระทั่งถึงการค้นหาทรัพย์ NPA เป็นต้น ขณะที่เจ้าหน้าที่ธนาคารมีการนำ Digital Dashboard มาปรับใช้ในการกำกับและติดตามทุกขั้นตอนของสินเชื่อให้แก่ลูกค้า ตั้งแต่วันยื่นกู้ไปจนถึงทำนิติกรรมอีกด้วย

ฉัตรชัย กล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ของปี 2564-2565 ธนาคารจะให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการลูกค้าขึ้นสู่ Digital Platform เพื่อรองรับการเป็น Digital Bank ในอนาคตซึ่งนอกจากช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ของธนาคารได้สะดวกแล้ว ธนาคารเองก็สามารถลดต้นทุนจากการดำเนินงาน และจะมีผลต่อการดึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลงได้

โดย ธอส. ตั้งเป้าหมายให้มี Digital Transaction ไม่ต่ำกว่า 80% ของจำนวน Transaction ทั้งหมดในปี 2565 ด้วยแผนงาน/โครงการสำคัญที่สนับสนุนการเป็น Digital Bank ที่จะขับเคลื่อนด้วยบริการแบบ New Normal ผ่านธนาคารบนมือถือผ่านแอปพลิเคชัน GHB ALL อย่างต่อเนื่อง ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้หลากหลายและครบวงจรยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ก็ไม่ทิ้งที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทั้งในส่วนของผู้บริหารและพนักงาน ให้สามารถทำงานภายใต้การเปลี่ยนแปลงไปสู่ Digital Bank อย่างสอดคล้อง ด้วยการสร้างสรรค์ทัศนคติด้านบวกและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียว และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน GHB 1 TEAM

ทั้งนี้เพราะความสำเร็จ ณ วันนี้ รวมถึงผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะต้องมาจากกระบวนการที่ดี ระบบที่มีประสิทธิภาพและคนที่มีศักยภาพ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า ธอส. จะก้าวไปสู่การเป็นอนาคตที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านนั่นเอง

ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 ธอส. ยังคงมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยปล่อยสินเชื่อใหม่ได้จำนวน 155,980 ล้านบาท 96,634 บัญชี เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.90% ทำให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 1,283,986 ล้านบาท สินทรัพย์รวม 1,350,514 ล้านบาท เงินฝากรวม 1,109,028 ล้านบาท หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 49,484 ล้านบาท คิดเป็น 3.85% ของยอดสินเชื่อรวม และอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งโดยอยู่ที่ 15.09% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดพร้อมกับตั้งเป้าหมายปี 2564 ไว้แล้วว่าจะปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 215,641 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 222,110 ล้านบาท ในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นปีละ 3% ตามลำดับ

เพิ่มค่านิยมองค์กร ปรับรับการเปลี่ยนแปลง

ธอส. เป็นองค์กรที่มีความชัดเจนในการกำหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ รวมถึงค่านิยมองค์กร ที่มีผลต่อการบริหารจัดการองค์กรโดยตรง ชนิดที่ไม่เน้นคำสวยหรูที่พนักงานไม่เข้าใจแตะไม่ถึง ฉะนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเมื่อโลกธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลงหาค่านิยมองค์กรที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอ ธนาคารฯ ก็พร้อมที่จะปรับให้เหมาะ นั่นคือที่มาที่ทำให้ค่านิยมองค์กรของ ธอส. จาก GIVE ได้รับการปรับเปลี่ยนเพิ่มเป็น GIVE+4 ในวันนี้

GIVE ย่อมาจาก Good Governance หรือการทำอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส Innovative Thought การมีความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ Value Teamwork การทำงานเป็นทีมและ Excellence Service การให้บริการเป็นเลิศแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ในวันที่โลกเปลี่ยน การทำงานต้องปรับให้เร็ว ชัด และเข้าถึงรวมทั้งกล้าคิดกล้าทำให้บรรลุเป้าหมายโดยไว สมยุคดิจิทัลที่เหมือนโลกจะหมุนเร็วและแรงขึ้น ค่านิยม +4 ที่เพิ่มเติมเข้ามาของ ธอส. จึงเป็นไปในแนวทางนี้เช่นกัน นั่นคือ

การกล้าเปลี่ยนแปลงหรือพร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงหรือ (En) Courage to Change ตามมาด้วย ความมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย Achievement Oriented พร้อมกับพ่วงด้วยค่านิยมอีก 2 เรื่องที่สนับสนุนการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ นั่นคือ มีความเป็นมืออาชีพ รู้จริงและเชี่ยวชาญในงานที่ทำ หรือ Professional จากนั้นที่ขาดไม่ได้คือเรื่องความไวในการทำให้สำเร็จหรือเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ หรือ Speed นั่นเอง

Did you know?

หากพูดถึงการคัดเลือกพนักงานองค์กรของเราไม่ได้ต้องการคัดเลือกพนักงานที่มีความสามารถระดับ A+ แต่เราต้องการพนักงานระดับ B+ หลายๆ คน กระจายอยู่ในทุกส่วนงานต่างหาก ที่สำคัญต้องเป็น B+ ที่พร้อมพัฒนาเพราะแม้ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เมื่อได้รับการพัฒนาเขาก็จะเติบโต มีวิสัยทัศน์ และพร้อมขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีผลิตภาพต่อไปในอนาคต

 

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.