เกรท วอลล์ มอเตอร์ จับประเด็นพีเอ็ม 2.5 เชื่อมโยงแบรนด์เข้าหาตลาดผู้บริโภคไทย

0

SMmagonline – เกรท วอลล์ มอเตอร์ จับมือนิด้าโพล ลงพื้นที่รับฟังความเห็นต่อแนวคิดรถยนต์ไฟฟ้า โดยจับประเด็นเรื่องวิกฤติการณ์ฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพมาใช้เป็นสื่อสร้างความตระหนักด้วยการเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคไทยทั่วประเทศ ดำเนินการภายใต้แคมเปญ Get to Know Thai Consumers

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (Great Wall Motor) หรือ GWM ผู้ผลิตรถ SUV และรถกระบะระดับโลก สัญชาติจีน มีเครือข่ายทั่วโลกกว่า 500 แห่ง รวมทั้งประเทศไทย ลงพื้นที่รับฟังความเห็น พร้อมจับมือนิด้าโพล เปิดผลสำรวจจากคนไทย พร้อมเตรียมผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนดัชนีคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองของโลกที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานความปลอดภัยมาโดยตลอด สะท้อนถึงปัญหาจากวิกฤติการณ์ฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ซึ่งยังคงมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างและระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น แม้ว่าผลกระทบจาก PM 2.5 พบว่า คนไทยเริ่มตระหนักปัญหาสุขภาพ พร้อมเปิดรับแนวคิดรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ร่วมแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

โดยผลสำรวจเกี่ยวกับค่าฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 พบว่า กว่า 35% ของปัญหาฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 เกิดจากควันจากท่อไอเสียรถที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายใน จากรถยนต์ทั้งหมดในกรุงเทพมหานครที่มีจำนวนกว่า 10.9 ล้านคัน

ส่วนหนึ่งในวิธีการแก้ปัญหา พีเอ็ม 2.5 ที่ประสบความสำเร็จในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก คือการออกนโยบายของภาครัฐและการให้การสนันสนุนการหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (xEV)

อาทิ รัฐบาลจีนที่มีการออกนโยบายทั้งระยะสั้นระยะยาว เช่น การตรวจสอบการปล่อยไอเสีย หรือการดึงดูดคนให้มาใช้ EV มากขึ้น ด้วยการลดภาษี หรือให้สิทธิพิเศษคนที่ใช้รถไฟฟ้า เป็นต้นส่งผลให้จีนเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการขับเคลื่อนใหม่ๆ ที่สามารถช่วยลดปัญหาพีเอ็ม 2.5 ได้สำเร็จอย่างยั่งยืน

โดยจากศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล”สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่ร่วมมือกับ  เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ อันเป็นกิจกรรมภายใต้แคมเปญ Get to Know Thai Consumers มีผลการสำรวจระบุว่า

GWM_Get To Know Thai Consumers (5)

ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสนใจเกี่ยวกับรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) สูงถึง 77.68%

  • โดยให้เหตุผลว่าเป็นการช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 28.97% มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย 26.88% และอีก 16.96% มองว่าจะช่วยประหยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว
  • นอกจากนี้ มีปัจจัยที่ทำให้คนไทยเปลี่ยนใจมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) แทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันคือเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 22.02% แสดงถึงความกังวลและความตระหนักถึงปัญหา พีเอ็ม 2.5 ซึ่งมีที่มาจากควันจากท่อไอเสียรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน
  • ในขณะที่ 19.05% มองว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่เป็นมิตรมากกว่าและมาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีกว่า
  • และอีก13.29% คิดว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป
นอกจากนี้ผลการสำรวจยังระบุประเด็นสำคัญอื่นๆ อาทิ

57.74% จะนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้ทดแทนทุกกิจกรรมที่เคยใช้งานรถยนต์พลังงานน้ำมัน โดยรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ที่คนไทยสนใจหรือต้องการซื้อ ได้แก่

  • รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) 38.69%
  • รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicle: HEV) 30.95% และ
  • รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (Plug-In Hybrid Electric Vehicle: PHEV) 30.36%

โดยระยะทางในการเดินทางที่คาดหวังต่อการชาร์จ 1 ครั้ง คือ 400 – 500 กิโลเมตรขึ้นไป ซึ่งเชียงใหม่ขึ้นแท่นจังหวัดที่คนอยากขับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ไปเที่ยวมากที่สุด

ด้าน ณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย เผยว่า

“แคมเปญ Get to know Thai Consumers” ช่วยตอกย้ำกลยุทธ์ consumer-centric -ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการวางแนวทางและวิธีการทำการตลาดและการให้บริการเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบความสำเร็จในหลากหลายประเทศ

ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าพูดคุย สอบถามความคิดเห็น และเก็บข้อมูลจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ปัญหาที่พบและสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการซื้อรถ การขับขี่ การขาย รวมไปถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งทุกเสียงทุกความเห็น และทุกข้อเสนอแนะที่ได้รับมานั้นเกรท วอลล์ มอเตอร์ จะนำไปใช้ในการสร้างสรรค์และออกแบบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และรูปแบบการให้บริการที่ตรงตามความต้องการ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย”

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

 

Share.