เดนทิสเต้ งัดกลยุทธ์ Premium Care สร้าง Best Moment เจาะกลุ่ม Gen Y

0

SMmagonline-สยามเฮลท์ กรุ๊ป ปรับกลยุทธ์ชุดใหญ่ฝ่าวิกฤติโควิด-19 พลิกคอนเซ็ปต์ Dentiste’ Premium Care ทุ่มงบจ้างทีมระดับโลกส่งหนังโฆษณาชุดใหม่ Best Moment ผ่านพรีเซนเตอร์คู่รัก ชมพู่น็อต เจาะกลุ่ม Gen Y

เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ สยามเฮลท์กรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียม เดนทิสเต้ (Dentiste’) กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้วต่อเนื่องมาถึงปีนี้ทำให้การแข่งขันในตลาดสินค้ารุนแรงมากขึ้น เนื่องจากมาตรการคุมเข้มของภาครัฐทำให้กลุ่มลูกค้าหายไปจากช่องทางการจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด

อีกทั้งตลาดยาสีฟันยังมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า จากเดิมมีคู่แข่งประมาณ 10 ราย ล่าสุดมีมากถึง 50-60 ราย ทำให้เดนทิสเต้ต้องเน้นกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ติดเชื้อที่สูงมากทำให้ผู้คนไม่สามารถไปพบทันตแพทย์และเลือกวิธีการดูแลตัวเองด้วยการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่ดี เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง

เดนทิสเต้

เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล

ทั้งนี้ เดนทิสเต้ตัดสินใจทุ่มงบประมาณจ้างทีมที่ปรึกษาระดับโลก ผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Best Moment” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เราปรับรูปแบบใหม่ จากเดิมเป็นยาสีฟันก่อนนอนในหนังโฆษณาชุดเก่า “Bed moment” พลิกคอนเซ็ปต์สื่อสารความเป็นผลิตภัณฑ์ Dentiste’ Premium Care เป็น “Best Moment” ช่วงเวลาดีๆ กับคนรอบข้าง แค่ได้อยู่ใกล้กันก็ทำให้ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดได้ เพื่อขยายฐานและเดินหน้าพาแบรนด์ Dentiste’ เข้าไปในหลายประเทศ มุ่งสู่ระดับโลก

สำหรับปัจจุบัน ภาพรวมผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลช่องปากมีมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 3% ต่อปีโดยกลุ่มยาสีฟัน 10,000 ล้านบาท เป็นเซ็กเมนต์ใหญ่ที่สุดและยาสีฟันพรีเมี่ยมยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งเดนทิสเต้ อยู่ในเซ็กเมนต์พรีเมียม เจาะกลุ่มคนที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ยินดีจ่ายสำหรับสินค้าที่ดี

“Best Moment”

ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เราจะได้เห็นพรีเซนเตอร์คู่รัก ชมพู่อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ น็อตวิศรุต รังสีสิงห์พิพัฒน์ ใน Moment ที่ไม่เคยได้เห็นที่ไหน เน้นความสนุกไม่น่าเบื่อ และตอกย้ำประสิทธิภาพการดูแลช่องปากของยาสีฟันเดนทิสเต้ที่เหนือกว่าแบรนด์ทั่วไป โดยเฉพาะการยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ

เราต้องการสื่อสารนวัตกรรมใหม่ คอนเซ็ปท์ใหม่ เจาะกลุ่มคน Gen Y ขยายฐานจากกลุ่ม Gen X ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่ใช้เดนทิสเต้เป็นประจำอยู่แล้ว โดยกระตุ้นความสนใจตัวแบรนด์ Dentiste’ Premium Care ยาสีฟันนวัตกรรมสูงและเป็น Complete Care แบบ All in one ใช้ครั้งแรกจะรู้สึกประทับใจ

ทั้งนี้ Premium Care จะเป็นตัวดึงดูดกลุ่มเป้าหมายและเป็นตัวชูโรงประเดิมแผนผลักดันยอดขายในปี 2564 ตามเป้าหมายการเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% หลังจากปี 2563 เจอสถานการณ์โควิดและกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวหายไปเป็นศูนย์โดยหลังจากนี้เตรียมอัดงบโฆษณาจำนวนมากและเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงหากลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้นและเน้นจำหน่ายสินค้าเป็นเซ็ต

เดนทิสเต้

นอกจากนี้ จะขยายช่องทางการขายรูปแบบออนไลน์และ TV Shopping ซึ่งประสบความสำเร็จมากในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพราะรูปแบบการขายน่าสนใจสามารถสร้าง Value สินค้าทำให้คนซื้อเห็นคุณค่าของสินค้าจริงๆสอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้ายุคโควิดที่คนอยู่บ้านกันมากขึ้น ดูโทรทัศน์ใช้อินเทอร์เน็ตและนิยมซื้อของออนไลน์มากขึ้น

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.