ซีพีแรม ส่งแบรนด์ VG for Love ลงตลาด จับกลุ่มลูกค้าเน้นบริโภคพืช

0

SMmagonline – จากแนวโน้มของผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ที่หันมาบริโภคอาหารที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ พร้อมกับร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดความสมดุลตลอดห่วงโซ่อาหาร ล่าสุด ซีพีแรม จึง เดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่อย่าง “ VG for Love ” อาหารสำหรับผู้บริโภคที่มีการบริโภคพืชเป็นหลัก (Plant Based Diet)  ครบ 5 ประเภทรายแรกของไทย

แนวคิดของการลงทุนพัฒนาสินค้าใหม่ขึ้นมานี้ ทางด้าน วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด เผยว่า เพราะเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้น โดยซีพีแรม ก็จะเดินหน้าส่งมอบอาหารปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

สำหรับอาหารพร้อมรับประทานภายใต้ตราสินค้า “ VG for Love ” อาหารกลุ่มใหม่สำหรับผู้บริโภคที่มีการบริโภคพืชเป็นหลัก “ Plant Based Diet ” ซึ่งมีไลฟ์สไตล์สอดคล้องทั้ง 4 ความรัก คือ  รักสุขภาพ รักชีวิตสัตว์  รักสิ่งแวดล้อม และรักโลก มุ่งหวังให้เกิดความสมดุลตลอดห่วงโซ่อาหาร

ทั้งนี้ “ VG for Love ” แบ่งประเภทอาหารเป็น 5 ประเภท ได้แก่ หมายเลข 1 อาหารเจ , หมายเลข 2 อาหารวีแกน , หมายเลข 3 อาหารมังสวิรัติกับนม, หมายเลข 4 อาหารมังสวิรัติกับไข่  และ หมายเลข 5 อาหารมังสวิรัติกับนม และ ไข่  ซึ่งบรรจุในบรรจุภัณฑ์ “สีฟ้า” ปิดผนึกมิดชิด เพื่อคงสภาพความสด ใหม่ สะอาด และความปลอดภัยทางอาหารสูงสุด

บรรจุภัณฑ์ “สีฟ้า” นี้ ได้รับการออกแบบจากแนวคิด  “ The Blue Planet ” คือ โลกเราเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในสุริยจักรวาลที่เป็นสีฟ้า เวลามองดูจาก นอกโลก

“ VG for Love” ได้วางจำหน่ายแล้วผ่านช่องทางแม็คโคร , 7-Eleven(online) ร้านค้าชั้นนำ   ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกทั้งพร้อมจะขยายจุดจำหน่ายคลอบคลุมทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้

กางแผนธุรกิจปี 64

แนวทางการทำธุรกิจในปีนี้  ก่อนอื่นทางบริษัทฯ คาดการณ์ว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกอันเนื่องมาจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังคงมีต่อเนื่อง แต่จะคลี่คลายลงบ้างตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 เป็นต้นไป ซึ่งโครงการเมนู “อิ่มคุ้ม”  (โครงการที่ซีพีแรมร่วมกับร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นขึ้นมา ซึ่งเป็นเมนูอาหารพร้อมรับประทานในราคาปกติทั่วไป แต่อร่อยและมีปริมาณมากจนกินอิ่มในกล่องเดียวหรือชิ้นเดียว) ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักของซีพีแรม โดยเพิ่มขึ้นอีก 50% และยังคงมุ่งเน้นเป้าหมายทางสังคมมากกว่าเป้าหมายทางเศรษฐกิจ โดยทาง ซีพีแรมกำหนดเป้าหมายการขยายตลาดเพิ่มขึ้น 10% จากปีที่แล้ว เป็นมูลค่า 21,310 ล้านบาทในปี 2564

มีการสร้างโรงงานเบเกอรี่แห่งใหม่ที่จังหวัดชลบุรี ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท มีกำลังผลิต 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน ซึ่งโรงงานใหม่แห่งนี้จะสร้างแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการในกลางปี 2565 นับเป็นโรงงานเบเกอรี่แห่งที่ 6 หรือโรงงานแห่งที่ 16 ของซีพีแรม

นอกจากนี้ซีพีแรมยังกำหนดเป้าหมายการพัฒนาสู่ความยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมาย การพัฒนาสู่ความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ(UNSDG) และเครือเจริญโภคภัณฑ์ในทุกด้าน เช่น

  • โครงการเกษตรกรคู่ชีวิต เป็นโครงการที่ให้ความสำคัญของเกษตรกรเสมือนคู่ชีวิต และดำเนินการตามแนวทาง Food3S โดยซีพีแรมได้แนะนำและส่งเสริมการปลูกสู่เกษตรกรคู่ชีวิต พร้อมกับถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูก และการเก็บเกี่ยวกะเพราให้ได้ผลดี มีผลผลิตต่อไร่สูง เมื่อผลผลิตออกแล้ว ซีพีแรมยังรับซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดทั่วไป สำหรับเป้าหมายโครงการปี 2564 ซีพีแรมจะขยายผลไปสู่เกษตรกรพืชผักชนิดอื่นๆ เช่น ผักคะน้า เกษตรกรได้รับการส่งเสริมอาชีพเพิ่มขึ้น 30% รวมถึงมูลค่าการรับซื้อผลิตผลทางการเกษตรเพิ่มขึ้น 10%
  • โครงการเรียนฟรีมีรายได้ (ปัญญาภิวัฒน์ – ซีพีแรม) เป็นโครงการที่ซีพีแรมได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาสำหรับเยาวชน จึงได้จัดตั้งศูนย์การเรียนปัญญาภิวัฒน์-ซีพีแรม โดยจัดการศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพประเภทวิชาพาณิชยกรรม และประเภทวิชาอุตสาหกรรม ใช้หลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และจัดการศึกษาในระบบ “ทวิภาคี” เรียนรู้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติควบคู่กันไป มุ่งเน้นการใช้ประสบการณ์ตรง สนองตอบความต้องการของสถานประกอบการเป็นสำคัญ สำหรับเป้าหมายปี 2564  คือ การมอบทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรจำนวน 60 ทุน มีรายได้ระหว่างเรียน 100% และนักเรียนที่สำเร็จการศึกษามีอาชีพรองรับหลังจบการศึกษา 100%

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.