LPN กางโรดแมป 3 ปี สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

0

SMmagonline-แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ วางกลยุทธ์ 3 ปี ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตยั่งยืน ทั้งรายได้ กำไร การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เน้นพัฒนาคุณภาพที่อยู่อาศัยและบริการตอบโจทย์ทุกมิติของผู้บริโภค

โอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ LPN กล่าวว่า แผนการดำเนินงานของบริษัทใน 3 ปีต่อจากนี้ (2564-2567) เป็นการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นองค์กรที่มีอัตราการเติบโตในด้านของรายได้ และความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน ผ่านการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ

โดยการใช้ Big Data มาวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า (Customer Insight) เพื่อการพัฒนาทั้งบ้านพักอาศัย และอาคารชุดพักอาศัย ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกมิติในระดับราคาที่เหมาะสม สำหรับผู้ซื้อในทุกกลุ่มภายใต้แนวคิด ความพอดีที่ดีกว่า : The Better Balance”  

โอภาส ศรีพยัคฆ์

โอภาส ศรีพยัคฆ์

กลยุทธ์ LPN ปี 2564

ทั้งนี้ปี 2564 เราปรับโครงสร้างองค์กรจากทำงานตามหน้าที่ (Functional Organization) เป็นการบริหารงานในรูปแบบของหน่วยธุรกิจ (Business Unit) รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Digital Transform) เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวในการตัดสินใจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการดำเนินงาน

อีกทั้งยังเป็นการยกระดับการบริหารประสบการณ์ลูกค้า ผ่านแพลตฟอร์มที่สร้างเครือข่ายงานบริหารทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นปีของการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะเราจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2565-2567 โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างรายได้ปี 2567 ไม่น้อยกว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับรายได้ที่เราเคยทำได้ในปี 2558

หลังจากที่เราสามารถก้าวข้ามผ่านความเสี่ยงทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในปี 2563 สามารถรักษาความสามารถในการสร้างรายได้และกำไร ไว้ได้ในอัตราที่เหมาะสมถึงแม้จะเผชิญกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ทุกภาคธุรกิจต้องปรับตัวรวมทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

นอกจากปรับโครงสร้างขององค์กรแล้ว เราได้กำหนดแผนในการทำธุรกิจโดยมุ่งให้ทุกหน่วยธุรกิจ เพิ่มรายได้และบริหารต้นทุน โดยกำหนด 4 ยุทธศาสตร์หลัก ประกอบด้วย

  • การรุกตลาดบ้านพักอาศัยเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อในปัจจุบัน
  • ขยายฐานรายได้จากภาคธุรกิจบริการ
  • บริหารจัดการสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรองรับกับความเสี่ยงทางธุรกิจ
  • การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินที่มีอยู่

การรุกตลาดบ้านพักอาศัย

ปี 2564 บริษัทเน้นการเปิดตัวโครงการบ้านพักอาศัยเพิ่มขึ้นเพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อในตลาดที่ให้ความสนใจซื้อบ้านพักอาศัยทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยมีแผนเปิดตัวบ้านพักอาศัย 6 โครงการ มูลค่า 5,500 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยว สำหรับตลาดพรีเมี่ยมในระดับราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แบรนด์ บ้าน 365” 1-2

โครงการ มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยเน้นการเปิดตัวโครงการในย่านใจกลางเมืองในพื้นที่ขนาดเล็ก แต่มีความเป็นส่วนตัวสูงภายใต้แนวคิด “Private Resident” เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ซื้อในกลุ่มนี้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองและมีความเป็นส่วนตัว

โครงการบ้านพักอาศัยภายใต้แบรนด์ บ้านลุมพินี ทาวน์เพลส และ บ้านลุมพินี ทาวน์วิลล์ ที่ระดับราคาไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อหน่วย ประมาณ 3-5 โครงการ มูลค่าประมาณ  2,500 ล้านบาท โดยออกแบบฟังก์ชั่นการใช้งานทาวน์เฮ้าส์หน้ากว้างที่สามารถจอดรถได้ 3 คัน เพื่อสมาชิกทุกคนในครอบครัว 

บริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้บ้านพักอาศัยจาก 20% ในปี 2563 เป็น 30% ในปีนี้และมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้ของบ้านพักอาศัยขึ้นมาอยู่ที่ 50% ภายในปี 2567 และเรายังคงรักษารายได้จากโครงการอาคารชุดพักอาศัยในปี 2564 ให้มีสัดส่วนไม่ต่ำกว่าปี 2563 โดยปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณ 2-3 โครงการ มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดตัวโครงการแรกในไตรมาส 2/2564

 ขยายฐานรายได้จากงานบริการ

บริษัทรุกขยายฐานรายได้จากงานบริการเพิ่มขึ้นจากฐานธุรกิจเดิมที่มีอยู่ไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่นอกเหนือจากของ LPN โดยมีการนำ Business Platform สร้างเครือข่ายกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับกลุ่มธุรกิจบริการภายใต้การบริหารของบริษัทในเครือ

ทั้ง บริษัท ลุมพินี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด (LPP) บริษัท แอล พี ซี วิสาหกิจ เพื่อสังคม จำกัด (LPC) บริษัทลุมพินี วิสดอม แอนด์ โซลูชั่น จำกัด (LPN Wisdom) และบริษัท รักษาความปลอดภัย แอลเอสเอส โซลูชั่นส์ จำกัด(LSS) โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้จากงานบริการและธุรกิจให้เช่าเติบโตไม่น้อยกว่า 20% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ที่ 1,361 ล้านบาท

การบริหารสภาพคล่องทางการเงิน

ปีนี้บริษัทมีนโยบายบริหารสภาพคล่องทางการเงิน โดยชะลอแผนการซื้อที่ดินใหม่เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัย เนื่องจากบริษัทมีที่ดินที่ซื้อเก็บไว้ในปี 2563 ทั้งสิ้น 6-8 แปลง สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาโครงการอาคารชุดพักอาศัยในปีนี้ได้ตามแผนที่วางไว้

โดยปัจจุบันเรามีโครงการอาคารชุดพักอาศัยที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและที่สร้างเสร็จพร้อมขายรองรับกับการเติบโตของธุรกิจได้ต่อเนื่องในปี 2564-2567 บริษัทจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อที่ดินใหม่เพื่อการพัฒนาอาคารชุดพักอาศัย ทำให้เราสามารถรักษากระแสเงินสดให้สามารถที่จะรองรับกับแผนการลงทุนในด้านอื่นๆ หรือสามารถที่จะรองรับกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากความไม่แน่นอนของการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19

ในขณะเดียวเรามีแผนที่จะออกหุ้นกู้ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระคืนในปี 2564 จำนวน 2,000 ล้านบาท และเพื่อลงทุนซื้อที่ดินสำหรับการพัฒนาโครงการบ้านพักอาศัยที่บริษัทมีแผนใช้งบลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาทในปี 2564 โดยที่บริษัทยังคงสามารถรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น(Debt to Equity Ratio) ในสัดส่วนไม่เกิน 1:1 เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับบริษัท

LPN

การสร้างรายได้-Backlog จากทรัพย์สินที่มีอยู่

เรามีแผนที่จะนำเอาทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น อาคารชุดพักอาศัยที่สร้างเสร็จรอขายแล้วนั้นมาปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้และรวมถึงการสร้าง Backlog เพื่อขายในอนาคต โดยปีนี้มีแผนนำที่ดินที่รอการพัฒนาบางส่วนมาพัฒนาในรูปแบบที่แตกต่างออกไป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดินที่บริษัทถือครองอยู่ เพิ่มเติมจากที่ดำเนินการไปแล้วในปีที่ผ่านมาซึ่งสามารถทำรายได้เติบโตถึง 30%

เราตั้งเป้ารักษาการเติบโตของรายได้ไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว โดยแบ่งสัดส่วนรายได้เป็น

  • บ้านพักอาศัยประมาณ 30% ของรายได้รวม
  • รายได้จากอาคารชุดพักอาศัยประมาณ 70% ของรายได้รวม
  • รายได้ที่มาจากธุรกิจบริการและการเช่าเติบโตประมาณ 20%

LPN

ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายมีรายได้จาก Presale ประมาณ 10,000 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาเรามีรายได้7,362 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 734 ล้านบาท โดยสิ้นปี 2563 บริษัทมี Backlog ประมาณ 2,200 ล้านบาท ที่จะรับรู้รายได้ในปี 2564 และมีสินค้าคงเหลือที่พร้อมขายประมาณ 11,000 ล้านบาท

เรามั่นใจว่าหลังจากที่ผ่านวิกฤต COVID-19 ในปี 2563 มาแล้ว เราได้เรียนรู้จากทุกวิกฤตที่ผ่านมาตลอดเวลา 32 ปีทำให้เรามีความแข็งแกร่งและความพร้อมที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่เราได้วางไว้

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.