“brother” ปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ สู่กลุ่มตลาดใหม่

0

SMmagonline-บราเดอร์ ประเทศไทย ปรับกลยุทธ์องค์กรครั้งสำคัญ เพิ่มการทำงานในรูปแบบ Speed และ Resilience ที่รวดเร็วตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ความเปลี่ยยนแปลง พร้อมคงความยืดหยุ่นที่สร้างศักยภาพให้องค์กรและเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่มมากขึ้น

เปลี่ยนสู่ customize style

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันนี้บราเดอร์ไม่ได้ขายแค่สินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เราเปลี่ยนวิธีคิดในการทำธุรกิจโดยหันมานำเสนออาชีพใหม่ที่สามารถสร้างรายได้และเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่อาชีพเดิมของลูกค้า ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เรายังเติบโตได้แม้ต้องเจอกับวิกฤต

สำหรับปีนี้นอกจากการใช้กลยุทธ์ 3C ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับ Customer, Channel และ Companyแล้ว เราได้ปรับรูปแบบการทำงานที่เน้นเรื่อง Speed และ Resilience เพราะภาพรวมตลาดในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการทำงานจึงต้องเปลี่ยนรูปแบบสู่ customize style มากยิ่งขึ้น

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ

ธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ

Speed เราจะปรับใน 2 ส่วน คือ ภายในองค์กรจะมีการวางแผนกลยุทธ์การตลาดในทุกๆ 3 เดือน และมีการติดตามผลเพื่อการปรับเปลี่ยนแผนที่รวดเร็วให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด และในส่วนการบริการลูกค้านั้น มีการพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ามากที่สุด โดยการสนับสนุนผ่านทางคู่ค้าทางธุรกิจที่เรามี

Resilience ในส่วนของภายในองค์กรเรามีการปรับโครงสร้างของวิธีการทำงานร่วมกัน บุคลากรในบริษัทจะถูกเลือกให้ทำงานที่เหมาะสมกับความถนัดและพัฒนาศักยภาพให้ทำงานแบบ Cross function ในรูปแบบ Agile team ได้ โดยจะส่งผลให้การทำงานมีความยืดหยุ่น และในงานบริการลูกค้า เราใช้วิธีการออกแบบแผนธุรกิจที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

ขยายโอกาสทางธุรกิจ

ณเอก สงศิริ รักษาการผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า เราเห็นแนวโน้มของสินค้าบางกลุ่มที่ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพริ้นเตอร์ขนาดเล็กและขนาดกลางที่ขายดีขึ้นในกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เลือกซื้อสินค้ากลุ่มนี้ไว้ในแต่ละแผนก จากเดิมที่จะซื้อเครื่องใหญ่ไว้ใช้งานร่วมกัน เนื่องจากที่ผ่านมามีการ Work from home ทำให้พนักงานต้องมีพริ้นเตอร์ที่บ้าน

อีกทั้งสินค้าในกลุ่มที่สร้างโอกาสทางธุรกิจซึ่งเป็นอาชีพเสริมให้กับหลายคน คือ เครื่องพิมพ์ผ้าระบบดิจิทัล GTX ที่เติบโตถึง 30% และกลุ่มจักรเย็บผ้า จักรปัก ที่มีการเติบโตชัดเจน 35% ส่วนสินค้าที่น่าจับตาอีกชนิดคือ กลุ่มเครื่องเสียง BMB ที่เติบโต 28% ซึ่งสามารถใช้กับธุรกิจคาราโอเกะได้

แผนกลยุทธ์ 2564

กลยุทธ์ Expansion

ที่มุ่งขยายใน 3 แนวทาง คือ 1.ขยายไปยังกลุ่มธุรกิจ B2B แบบเจาะลึกยิ่งขึ้น ต่อยอดความสำเร็จที่บราเดอร์ทำได้ดีอยู่แล้วให้พัฒนามากยิ่งขึ้นไปอีก โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มธุรกิจ Healthcare, Retail, Logistic และ Finance

2.การขยายสู่ตลาดใหม่ ด้วยการนำเสนอให้เห็นถึงประโยชน์ของสินค้าบราเดอร์ที่จะช่วยต่อยอดธุรกิจของลูกค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น อาทิ ธุรกิจด้านการศึกษาที่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบจากอดีตสู่การเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ทำให้ความต้องการอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นกลุ่มตลาดใหม่ที่น่าจับตา

3. การนำเสนอ Tailor made solution ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือก business model ที่ตอบโจทย์ได้สูงสุด

ณเอก สงศิริ

ณเอก สงศิริ

กลยุทธ์ Develop

ที่จะพัฒนาใน 3 ส่วน คือ 1.การเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยการขยายช่องทางการขายใหม่ๆ โดยจะเน้นให้ความรู้ในการพัฒนาธุรกิจด้าน e-commerce เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารช่องทางการขายระหว่างออฟไลน์และออนไลน์อย่างเหมาะสมกับแต่ละสภาพตลาด

2.การนำศักยภาพของผลิตภัณฑ์มาพัฒนาเป็น Solution ใหม่ๆ นำเสนอสู่ตลาด เช่น Trackmo ซอฟต์แวร์ที่บราเดอร์พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการตรวจสอบทรัพย์สินโดยเพิ่มประสิทธิภาพของ P-Touch ให้เป็นได้มากกว่าเครื่องพิมพ์สติ๊กเกอร์

3.การพัฒนา Customized service model ปัจจุบันบราเดอร์ได้นำแนวคิด Brother one เข้ามาใช้เพื่อประสานความร่วมมือในการเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าและส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์ เพื่อความพึงพอใจสูงสุด

กลยุทธ์ Communication

บราเดอร์ต้องการจะพัฒนาศักยภาพในการสื่อสารให้ดียิ่งขึ้นเริ่มจาก 1.สื่อสารให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายโดยได้พัฒนา content ที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายเพื่อประสิทธิภาพในการสื่อสาร

2.สื่อสารให้กลุ่มเป้าหมายเห็นถึงความพร้อมของบราเดอร์ ที่สามารถส่งมอบบริการได้ตรงตามความต้องการ

3.การให้ความสำคัญกับ Customer voice อย่างต่อเนื่อง โดยยึดปรัชญาการดำเนินธุรกิจ ‘at your side’ เพื่อนำเอาสิ่งที่ได้รับรู้จากตลาดในภาพรวม มาปรับปรุงในทุกส่วนทั้งด้านบริการ ด้านการนำเสนอ Solution ต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการมากยิ่งขึ้น

Upgrade คุณภาพงานบริการ

รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์ รักษาการผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง Work from home เราเพิ่มบริการผ่าน Live Chat ที่สามารถตอบแชทได้อย่างรวดเร็วและสร้างความสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเสริมจากบริการพื้นฐานของ Brother Contact Center

รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์

รัสสิญากร ตัณฑวณิชย์

ทั้งนี้จากเดิม Chatbot ของบราเดอร์ถูกพัฒนาให้สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างแม่นยำเพื่อใช้เป็นส่วนบริการแรกที่ติดต่อกับลูกค้า หากกรณีที่ลูกค้าขอคำปรึกษามีความซับซ้อน ระบบจะทำการโอนการสื่อสารไปยังพนักงาน Brother Contact Center ทันที

โดยปีนี้เราได้เดินหน้าพัฒนา Chatbot ให้บริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง โดยเราพัฒนาให้ใช้ได้ทั้งสองภาษา คือ ไทยอังกฤษ ทั้งยังสามารถ interface ร่วมกับ Social Media ได้ เพราะบราเดอร์รองรับการติดต่อจากลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน จึงทำออกมาเพื่อครอบคลุมในทุกช่องทาง เช่น การตอบโทรศัพท์ การตอบอีเมล์ การตอบแชท

นอกจากนี้ เราได้เพิ่มเติมส่วนงานบริการหลังการขายที่จะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าและกลุ่มลูกค้า เช่น บริการ Manage Print Service (MPS) บริการจดมิเตอร์การใช้งานหรือการจัดส่งและเปลี่ยนวัสดุการพิมพ์ ,Toner บริการหลังการขายยังเพิ่มไปที่ไลน์สินค้าอื่นๆ  เช่น  BMB และ GTX

รวมถึงการทำโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพแก่เยาวชนในโครงการ The Academic Cooperation Program อย่างต่อเนื่องโดยในปี 2564 ถือเป็นปีที่ 4 ของการจัดทำโครงการดังกล่าว ซึ่งบราเดอร์จะเดินหน้าพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ เช่น ด้านการซ่อมเครื่องให้แก่เยาวชนให้ได้เกิดประสบการณ์จริงโดยเน้นไปที่กลุ่มอาชีวะเป็นหลัก

วรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล

วรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล

วรศักดิ์ ประดิษฐ์กุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่างานบริการในปัจจุบันยังรองรับการขยายตัวทางธุรกิจได้อย่างดีด้วยปริมาณศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า141 แห่งประกอบกับการทุ่มงบประมาณในการวางระบบเทคโนโลยีอันทันสมัย รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านงานบริการของทีมเป็นประจำทุกเดือน ทำให้บราเดอร์พร้อมรองรับการเติบโตขององค์กรได้อย่างมีศักยภาพ

โดยล่าสุด บราเดอร์ ได้ผ่านการรับรองคุณภาพการให้บริการ SQI ระดับ Gold จากสถาบัน Service Quality Institution และความสำเร็จดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดไปสู่ศูนย์บริการแต่งตั้งของบราเดอร์ต่อไป พร้อมพัฒนาศูนย์บริการให้ดียิ่งขึ้นในทุกๆ ด้านเพื่อก้าวสู่ระดับ Platinum

ก้าวสู่การเป็น Green Office

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและธุรการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ผลการดำเนินงานของโครงการใน 7 ปีที่ผ่านมา ในกิจกรรมวิ่งเพื่อระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษามอบแก่มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเพื่อทุนมะเร็งโลหิตวิทยาผู้ใหญ่ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ทั้งนี้เงินสนับสนุนดังกล่าวสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้ถึง 428 ราย ปัจจุบันได้ขยายผลไปถึงการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกให้แก่ผู้ป่วย 3 ราย ทำให้รู้ว่าวันนี้เราเดินมาถูกทาง สามารถสร้างให้คนตระหนักอย่างลึกซึ้งที่จะเป็นหนึ่งในผู้ให้เพื่อมอบโอกาสในการมีชีวิตให้แก่อีกหลายคน

นอกจากนี้ บราเดอร์ประเทศไทยได้คว้ารางวัล Environment Award 2020 จากโครงการบราเดอร์อาสาอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติป่าชายเลนต่อเนื่องตลอด 11 ปี จากสำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่น และพร้อมเดินหน้าสู่ Green Office หรือสำนักงานสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร

โดยในปี 2563 สามารถคว้ารางวัล Silver Award มาครองได้สำเร็จ พร้อมกำหนดเป้าหมายในปี 2564 ด้วยการคว้ารางวัล Gold Award ซึ่งสิ่งแรกที่เราทำมาตลอดคือการปลูกจิตสำนึกของคนในองค์กรให้เห็นถึงความสำคัญของสังคมและสิ่งแวดล้อม และเดินหน้าเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่การเป็น Green Office สร้างให้เกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมในสำนักงาน เช่น ลดปริมาณขยะโดยการลดการใช้ การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ การลดและเลิกใช้สารเคมีอันตราย รองรับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Procurement)

ทั้งนี้ส่งผลให้เกิดการลดการปล่อย Green House Gases (GHG) ในทุกภาคส่วน และตลอดห่วงโซ่การผลิตและการบริโภค นำไปสู่การผลิตและบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.