ดูแผนวางตลาด Xiaomi ให้โตทั้งในจีนและต่างประเทศ

0

SMmagonline- แม้จะเกิดการระบาดโควิด -19 อย่างหนัก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่กระทบต่อธุรกิจสมาร์ทโฟน และ IOT ของ  เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน  เพราะเมื่อปลายปีที่แล้ว สมาร์ทโฟน เสียวหมี่ สามารถขึ้นแท่นอันดับ 3 ของโลกในแง่ของการส่งออกสมาร์ทโฟน ส่วนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ ก็สามารถสร้างรายได้มากถึง 67.4 พันล้านหยวน

เบื้องหลังการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน ที่เดินหน้าด้วย ‘สมาร์ทโฟน× AIoT’ (AI + IoT) กลยุทธ์ที่ว่านั้นจะมีโมเดลในการขยายตลาด สร้างโอกาสใหม่  อย่างไรไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน

แผนธุรกิจสมาร์ทโฟน

เริ่มต้นกันที่ สมาร์ทโฟน กลุ่มสินค้าหลักที่ทำรายได้ให้แก่องค์กร ในปีที่แล้วมากถึง 152.2 พันล้านหยวน/ปี โดยปีทีแล้วยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกจำนวน 146.4 ล้านเครื่อง

ตามรายงานของ Canalys ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 เสียวหมี่ ยังคงครองอันดับ 3 ของโลกในแง่ของการส่งออกสมาร์ทโฟนโดยมีส่วนแบ่งการตลาด 12.1% ซึ่งทำให้เสียวหมี่เป็นบริษัทสมาร์ทโฟนในบรรดาบริษัทชั้นนำระดับท็อป 5 ของโลกที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับการโตในจีนพบว่าในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 การจัดส่งสมาร์ทโฟนในตลาดประเทศจีนเพิ่มขึ้น 51.9%  ส่วนแบ่งประเทศจีนของเสียวหมี่ เพิ่มขึ้นเป็น 14.6% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 จาก 9.2% ในไตรมาสที่สี่ของปี 2562

หนึ่งในกลยุทธ์ที่ เสี่ยวหมี่ ใช้จนส้างความสำเร็จคือ Dual Brand  อย่าง สมาร์ทโฟน เรดหมี่   ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกย่อยของ เสี่ยวหมี่ ก็ทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง อย่างตอนที่เปิดตัว Redmi Note 9 Series ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากตลาด โดยขายได้มากกว่า 30 ล้านเครื่องทั่วโลก  รวมถึงการขายสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมี่ยมที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนของเสียวหมี่เพิ่มขึ้น ในขณะที่พัฒนาสินค้าแบรนด์เสี่ยวหมี่ให้มีความพรีเมี่ยม และให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น

อีกด้านก็เดินหน้าพัฒนาช่องทางการขาย โดยเฉพาะในส่วนของออนไลน์ อย่างในช่วงวันคนโสด (11.11) และเทศกาลช้อปปิ้ง 12.12 ปีทีแล้วสมาร์ทโฟนจากเสียวหมี่และเรดหมี่ครองอันดับ 1 ของยอดขายในบรรดาสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ บน Tmall.com, JD.com และ Suning.com

แผนธุรกิจ AIoT (AI + IoT)

เสียวหมี่เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีสมาร์ทโฟนและสมาร์ทฮาร์ดแวร์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อด้วยแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) เป็นแกนหลัก ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรนี้เชื่อว่านวัตกรรมเทคโนโลยีเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน กลุ่มบริษัทนี้จึงลุยพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงมาตลอด  ล่าสุดเมื่อต้นปีเสียวหมี่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน 100 ผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลก

การพัฒนาและสร้างแพลตฟอร์ม สร้างแพลตฟอร์ม AIoT (AI+IoT)  ทำให้ธุรกิจไปได้เร็วมาก โดยในปี 2563 เสียวหมี่จัดส่งสมาร์ททีวีทั่วโลกถึง 12.0 ล้านเครื่อง ล่าสุดบริษัทวิจัย All View Cloud (“AVC”) ระบุว่าในไตรมาสที่สี่ของปี 2563 เสียวหมี่ (Xiaomi) และ เรดหมี่ ทีวี (Redmi TV) ครองอันดับ 1 จากยอดค้าปลีกในตลาดทีวีขนาด 70 นิ้วในประเทศจีนโดยมีส่วนแบ่งการตลาด 27.7%

ส่วนในต่างประเทศ หลังจากการเปิดตัวสมาร์ททีวีที่ประสบความสำเร็จในอินเดีย อินโดนีเซียและรัสเซีย ก็ได้เปิดตัวสมาร์ททีวีไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส โปแลนด์ และตลาดสำคัญอื่นๆ ในปี 2563 เนื่องจากเสียวหมี่ได้เล็งเห็นโอกาสทางการตลาดในต่างประเทศมากขึ้น

สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT ที่จะช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างกันในบ้านอัจฉริยะก็โตขึ้นมาก  อย่างปีทีแล้วพบว่ามีการส่งลำโพง AI ทั่วโลกเกิน 10 ล้านชิ้น และจัดส่งไวไฟเราเตอร์มากกว่า 15 ล้านชิ้น ในขณะที่จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อ (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป)บนแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่เพิ่มขึ้นเป็น 324.8 ล้านหน่วย จำนวนผู้ใช้ที่มีอุปกรณ์ 5 เครื่องขึ้นไปที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ของบริษัท (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแล็ปท็อป) ยังมีจำนวนถึง 6.2 ล้านราย  ส่วนผู้ช่วย AI ของเสียวหมี่มีจำนวนผู้ใช้งาน 86.7 ล้านคนต่อ ส่วนแอปพลิเคชัน Mi Home App มีผู้ใช้งานถึง 45 ล้านคนต่อเดือน

ในอนาคตกลุ่มบริษัทเสียวหมี่มีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างตำแหน่งในตลาดต่างประเทศและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมต่างๆให้กับผู้ใช้ทั่วโลก ตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันการขายผลิตภัณฑ์ IoT และสมาร์ทโฟน อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประโยชน์จากแบรนด์และช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ เพื่อครองส่วนแบ่งตลาด IoT ขนาดใหญ่ในต่างประเทศ

การเจาะตลาดต่างประเทศ

  • ในปี 2563 รายได้ของเสียวหมี่จากตลาดต่างประเทศมีมูลค่ามากถึง 4 พันล้านหยวน หรือ 49.8% ของรายได้ทั้งหมด
  • ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม บริษัทได้วางจำหน่ายในกว่า 100 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก
  • ได้เพิ่มขีดความสามารถของช่องทางจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศ โดยกลุ่มบริษัทขายสมาร์ทโฟนมากกว่า 16 ล้านเครื่องผ่านช่องทางออนไลน์ในตลาดต่างประเทศ ยกเว้นตลาดอินเดีย เพิ่มขึ้นกว่า 90%
  • กลุ่มบริษัท จัดส่งสมาร์ทโฟนมากกว่า 9 ล้านเครื่องผ่านช่องทางของผู้ให้บริการในตลาดต่างประเทศ ยกเว้นอินเดียซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 380%

ทางด้าน เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน ได้ให้ข้อมูลการทำธุรกิจว่า นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เสียวหมี่ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทางธุรกิจตั้งแต่ต้นทางและปลายทางเพื่อเร่งการกลับมาทำงานและการผลิตใหม่ในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์และบริการได้ช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นและติดต่อกันได้ ทำให้การดำเนินงานทางธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งบริษัท ยังคงดำเนินกลยุทธ์ ‘สมาร์ทโฟน× AIoT’ (AI + IoT) ผลการดำเนินงานที่มั่นคงในปีนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขัน

ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ปี 2563
  • รายรับรวมอยู่ที่ประมาณ 9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 19.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • กำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 8 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 28.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • กำไรสุทธิที่ยังไม่ได้ปรับปรุงตามIFRS  อยู่ที่ 13 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีก่อนสูงกว่าประมาณการส่วนใหญ่
  • กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 849 หยวน
ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ไตรมาสที่ 4 ปี 2563
  • รายรับรวมอยู่ที่ระดับสูงสุดของไตรมาสก่อนประมาณ 5 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 24.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • กำไรขั้นต้นประมาณ 3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 44.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • กำไรสุทธิที่ยังไม่ได้ปรับปรุงตามIFRS  อยู่ที่ 2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 36.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.