GFC ชี้ Eeva เทคโนโลยีเลือกตัวอ่อน เพิ่มอัตราการท้องสูง 73%

0

SMmagonline-เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ ตั้งเป้ารายได้ปี 2564 เติบโต 15% เตรียมขยายสาขาสู่ภาคอีสาน มั่นใจนำเข้า Eeva เทคโนโลยีเลือกตัวอ่อนใหม่ล่าสุด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอัตราการตั้งครรภ์สูง 73%

แผนธุรกิจปี 2564

กรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (GFC) กล่าวว่า เราเปิดดำเนินการด้านศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยสู่ปีที่ 5 โดยปีที่ผ่านมาเรามีรายได้อยู่ที่ 220 ซึ่งลดลงจากปี 2563 ประมาณ 10% ซึ่งเป็นผลมาจากประกาศล็อคดาวน์พื้นที่ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ในภาพรวมของตลาด GFC ยังคงมีการเติบโตที่ดี ด้วยลูกค้าหลักของเรา 90% เป็นคนไทย และมีต่างชาติประมาณ 10% ดังนั้นผลจากโควิด-19 จึงไม่ได้กระทบกับเรามากนัก

ทั้งนี้ แผนธุรกิจในปี 2564 เราได้เตรียมขยายพื้นที่ให้บริการในส่วนสำนักงานใหญ่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาและช่เพิ่ทจำนวนทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งปัจจุบันมี 6 คน เป็น 8 คน โดยจะช่วยให้ลดระยะเวลาการรอคิวของลูกค้าได้ อีกทั้ง เราจะขยายสาขาที่ 2 ในพื้นที่จังหวัดของภาคอีสาน เนื่องจากเรามีลูกค้าจำนวนมากจากพื้นที่ดังกล่าวเดินทางเข้ามารับการปรึกษาที่สาขาสำนักงานใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้อย่างเป็นทางการในปี 2565

กรพัส อัจฉริยมานีกูล

กรพัส อัจฉริยมานีกูล

ส่วนเป้าหมายรายได้ปี 2564นี้ คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา ด้วยความมั่นใจว่าปีนี้เราจะสามารถสร้างความสำเร็จในการให้บริการให้กับลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการนำ Eeva ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเลือกตัวอ่อนใหม่ล่าสุดเข้ามาใช้ครั้งแรกในประเทศไทย

จุดแข็งที่เรามีคือการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นLINE@ ,Pinterest ,TikTok รวมถึง Facebook ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่ลูกค้าสามารถเข้ามาปรึกษาได้อย่างใกล้ชิดผ่านการไลฟ์ ซึ่งเรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและตอบคำถาม รวมถึงการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องการมีบุตรยาก

อีกทั้ง จากข้อมูลจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่าสถิติอัตราการเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate – TFR) ของประเทศไทยลดลงเหลือเพียง 1.5 ซึ่งเป็นอัตราเทียบเคียงกับญี่ปุ่น และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ในอนาคตประเทศไทยจะประสบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานและก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว จากการที่กลุ่มคนวัยทำงานตัดสินใจมีบุตรในช่วงอายุที่มากขึ้น ประกอบกับความเครียดจากการทำงาน ทำให้คู่สมรสหลายคู่ต้องหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ ซึ่งเรามองว่านี้เป็นโอกาสทางธุรกิจที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้คนไทยมากยิ่งขึ้น

Eeva เทคโนโลยีเลือกตัวอ่อนเพิ่มประสิทธิภาพ

รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศริริราช และประธานกรรมการบริหาร GFC กล่าวว่าปัจจุบันปัญหาการมีบุตรยากของคนไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยความต้องการมีบุตรอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 35 – 40 ปี  ซึ่ง 85% ของคู่สมรสจะสามารถมีบุตรได้ภายใน 1 ปี หลังการแต่งงานและ 95% ของคู่สมรสจะมีบุตรได้ภายใน 2 ปี หากเกินช่วงเวลาดังกล่าวจะถูกจัดในภาวะมีบุตรยาก

ทั้งนี้ การมีบุตรตอนอายุมากโดยเฉพาะผู้หญิงที่อายุ 35 ปีขึ้นไป ความสมบูรณ์ของไข่จะมีน้อยและคุณภาพไข่ไม่ดี ส่วนผู้หญิงที่อายุเกิน 48 ปี ไม่ควรท้องด้วยวิธีธรรมชาติ เนื่องจากเป็นช่วงที่สุขภาพและความพร้อมของร่างกายไม่สมบูรณ์เต็มที่เหมือนช่วงวัยหนุ่มสาว ส่งผลให้เด็กที่เกิดมีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมได้ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะวิธีทำเด็กหลอดแก้วและ NGS เพื่อตรวจความสมบูรณ์ของโครโมโซม

GFC

พญ.ปรวัน ตั้งธรรม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ของ GFC กล่าวว่า การนำ Eeva ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเลือกตัวอ่อนใหม่ล่าสุด มาใช้แห่งแรกในประเทศไทยนั้น ช่วยให้เราสามารถเลือกตัวอ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ เนื่องจากมีการนำระบบ AI มาใช้ในการตรวจจับการเติบโตของตัวอ่อน ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อคัดเลือกตัวอ่อนที่ดีที่สุดในการนำมาฝังตัว

โดยเมื่อทำเด็กหลอดแก้วร่วมกับการตรวจ NGS จะสามารถเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์สูงถึง 73% เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่อื่นซึ่งมีอัตราตั้งครรภ์อยู่ที่ประมาณ 30-50 % สำหรับจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นตู้เลี้ยงตัวอ่อนแยกของแต่ละเคส โดยตู้เลี้ยง 1 ตู้สำหรับ1 คนไข้ ไม่ใส่รวมปะปนกัน เพื่อลดการรบกวน พร้อมควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม เพราะเราให้ความสำคัญกับความสำเร็จของคนไข้เป็นอันดับแรก

GFC

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.