ซัมซุง ปูพรมปั้นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ เพื่อเจาะกลุ่มมิลเลนเนียล

0

SMmagonline- หนึ่งในเป้าหมายใหญ่ของ “ซัมซุง” คือ การพัฒนาแบรนด์ให้ก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งหนึ่งในแผนของการปั้นแบรนด์ให้เป็นไลฟ์สไตล์ คือ พัฒนาสินค้าโดยชูเรื่องของนวัตกรรมและดีไซน์ มาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าหลักของแบรนด์ ที่เน้นกลุ่ม “มิลเลนเนียล” ที่มีกำลังซื้อค่อนข้างดี

ซึ่งนิยามของ “มิลเลนเนียล” ของซัมซุงไม่ได้คนรุ่นใหม่ แต่อยู่ในช่วงวัย 25-40 ปี ที่มีไลฟ์สไตล์ และความต้องการใช้สินค้าที่ต้องทั้งดี และสามารถสะท้อนตัวตนของเขาออกมาได้ไปพร้อมกัน

ภารกิจปั้นของซัมซุงให้กลายเป็นแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ เริ่มและทำให้เห็นอย่างจรังจังเมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยเริ่มต้นจากกลุ่มสินค้าทีวี ซึ่งตอนนั้นซัมซุงพยายามพัฒนาทีวีให้เป็นมากกว่าแค่ที่ดูหนัง แต่นำเทคโนโลยี และการดีไซน์แบบใหม่ๆ ที่ทำให้สามารถเปลี่ยนกรอบได้ทำให้ ทีวีเสมือนเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยให้บ้านดูมีไลฟ์มากขึ้น

มาในปีนี้เอง ซัมซุงก็ยังคงตั้งเป้าเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ ที่คนไทยโดยเฉพาะกลุ่ม มิลเลนเนียล นึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ โดยล่าสุดได้ใช้กลุ่มสินค้าตู้เย็น เป็นตัวเดินเกม ด้วยการสร้างซับแบรนด์อย่าง “BESPOKE” ขึ้นมาใหม่ สำหรับเจาะตลาดมิลเลนเนียล โดยเฉพาะ พร้อมกับมั่นใจว่า ภายในปีนี้ ซับแบรนด์ใหม่นี้จะมียอดขายได้ไม่น้อยกว่า 10% ของยอดขายตู้เย็นของซัมซุง

เจนนิเฟอร์ ซอง ประธานธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า

บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

ทั้งนี้ก่อนเจาะลึกถึงซับแบรนด์ใหม่นี้  เจนนิเฟอร์ ซอง ประธานธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เผยถึงเทรนด์ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ามกลางวิกฤตโควิดนี้ได้อย่างน่าสนใจว่า 

“โควิด -19 ทำให้ความต้องการในการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีมากขึ้น เพราะผุ้คนอยู่บ้านมากขึ้น ถ้าย้อนไปดูตลาดจะพบว่า กลุ่มสินค้าไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น ทีวี เครื่องซักผ้า ทุกอย่างโตขึ้นหมด ยกตัวอย่างกลุ่มของตู้เย็น ปกติตลาดรวมต้องโตที่ราว 5-8%/ปี แต่ในช่วงโควิดระบาดตลาดโต 30%/เดือน ปีที่แล้วมูลค่าตลาดมีสูงถึง 16,340 ล้านบาทเลยทีเดียว”

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ จากผลสำรวจของ TCDC พบว่าหลังจากเกิดสถานการณ์โรคระบาดพบว่า กลุ่มมิลเลนเนียนที่มีอยู่เกือบ 1 ใน 3 ของประชากรไทย มักจะใช้เวลาถึง 70% ในการใช้ชีวิตไปกับพื้นที่ภายในบ้าน นับว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเจเนเรชันอื่นๆ ทำให้ตลาดสินค้าของใช้ในบ้านมีมูลค่าสูงถึง 649 พันล้านดอลลาห์สหรัฐ โดยคาดว่าในปี 2021 จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก 5.5%  ที่น่าสนใจคือคนกลุ่มนี้ยังให้ความสำคัญกับการแสดงความเป็นตัวตนที่ชัดเจนพร้อมมองหาสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของพวกเขา

ดังนั้นกลุ่มมิลเลนเนียน จึงถือเป็นตลาดใหญ่ที่สำคัญ และผลจากการสำรวจเทรนด์ของพฤติกรรมของกลุ่มมิลเลนเนียน พบว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจ คือ คนกลุ่มนี้ต้องการสิ่งใหม่ๆ เช่นเมื่อก่อน ผู้บริโภคจะซื้อก็มักจะขอคำแนะนำ จากคนขาย และสินค้าที่ซื้อต้องช่วยเสริมภาพลักษณ์ของเขาให้ดีขึ้น แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว เขาไม่ได้ต้องการคำแนะนำสินค้า แต่ต้องการทราบว่สสินค้านั้นเป็นประโยชน์ต่อเขามากแค่ไหน และต้องการของที่มาช่วยสะท้อนตัวตนเขาให้ชัดเจนมากขึ้น  หรือ   อย่างบ้านในฝันของคนตอนนี้ เมื่อก่อนมองเรื่อง Functional เป็นหลัก แต่ตอนนี้หันมาให้ความสำคัญกับ  Emotional บ้านที่สะท้อนตัวตนของเขาได้ บ้านที่เขาสามารถช่วยเพื่อนๆ มาเที่ยว มีมุมที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ได้เป็นต้น

 ฉะนั้นตอนนี้ไม่ว่ากลุ่มสินค้า ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตอนนี้มาที่ Emotional  ในขณะเดียวกันก็ต้อง ตอบโจทย์พวกเขาแบบ Personalize ด้วย นี่คือที่มาของการพัฒนาสินค้าที่วันนี้ต้องมีทั้ง Functional, Emotional  และ Personalize ด้วย จึงจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลได้ดี

แผนธุรกิจสร้างซับแบรนด์

ในกลุ่มสินค้าตู้เย็น

จากข้างต้นจะเห็นว่ากลุ่มมิลเลนเนียล ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ความสำคัญต่อตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้ปีนี้ซัมซุงเน้นไปที่กลุ่มดังกล่าว โดยซับแบรนด์ “BESPOKE” นี้จะเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ทำขึ้นมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่ลูกค้า

ซึ่ง ตู้เย็น BESPOKE นี้เป็นการฉีกกฎความเชื่อแบบเดิมทิ้งๆไป คือ ตู้เย็นไม่จำเป็นต้องอยุ่ในครัวอีกต่อไป  แต่เป็นเหมือนเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถวางในห้องนั่งเล่น หรือที่ไหนก็ได้

 คอนเซ็ปท์ของ BESPOKE มีอยู่ 3 เรื่องคือ
  • Modular Concept คือ ตู้เย็นนี้จะเป็นเหมือนจิ๊กซอ ที่สามารถนำมาต่อขยายได้
  • Customized Color คือ ด้านหน้าเป็นกระจก สามารถถอดเปลี่ยนสีได้ ในไทยมีให้เลือก 5 สี
  • Fit to your Lifestle คือ สามารถนำไปวางที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องครัว

ไทยถือเป็นประเทศที่สองที่ ซัมซุงนำ ตู้เย็น “BESPOKE”  มาทำตลาด เพราะความสำเร็จของการการขาย  ตู้เย็น “BESPOKE”  ในประเทศเกาหลี ทำให้ซัมซุงนำมาทำตลาดในไทย เนื่องจากศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มคนมิลเลนเนียลไทย และเกาหลีมีความคล้ายคลึงกันมาก ทั้งเรื่องของดีไซน์ และไลฟ์สไตล์ จึงเชื่อว่าผู้บริโภคไทยจะตอบรับ ตู้เย็น “BESPOKE”  ดีเหมือนที่เกาหลี  โดยปัจจุบันยอดขาย ตู้เย็น  “BESPOKE”   ในเกาหลี อยู่ที่ราว 2ใน 3 ของยอดขายตู้เย็นซัมซุงทั้งหมด

สำหรับภาพรวมของตลาดตู้เย็นเชื่อว่าปีนี้จะโตไม่น้อยกว่า 7% ความต้องการตู้เย็นยังมีมาก อยากในปีที่ผ่านมาพบว่าผู้บริโภคต้องการตู้เย็นที่มีขนาดความจุที่ใหญ่ขึ้น ซื้อเปลี่ยนกันเยอะ

 ย้ำแบรนด์ไลฟ์สไตล์

ผ่านกลยุทธ์ใช้พรีเซ็นเตอร์

ปีนี้ ซัมซุง ใช้ดาราแฟชั่นนิสต้า อย่าง ชมพู่ อารยา  มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ช่วยสะท้อนแบรนด์ซัมซุงในมิติของแบรนด์แห่งไลฟ์สไตล์ โดยที่เลือกชมพู่ เพราะเป็นแฟชั่นนิสต้า ที่ทุกคนยอมรับ และแม้วันนี้จะรับบทเป็นคุณแม่ มีไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นนิสต้าอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงช่วยสะท้อนซัมซุง แบรนดำไลฟ์สไตล์ได้ดีที่สุด

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.