จับเทรนด์การช้อปปิ้งอนาคต เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ตรงจุด ขายของต่อได้

0

SMmagonline-ความต้องการของผู้บริโภคบนออนไลน์ นับวันยิ่งมีความซ้ำซ้อน เพื่อให้ธุรกิจเท่าทันการเปลี่ยนแปลง จึงได้มีการทำสำรวจถึงแนวโน้มที่เกิดในออนไลน์ ที่เชื่อว่าจะเป็นข้อมูลสำคัญที่ทำให้เจ้าของธุรกิจทั้งรายเล็กรายใหญ่ สามารถนำไปวิเคราะห์ ปรับใช้ในการวางแผนธุรกิจ สร้างการเติบโตได้ในระยะยาว

5  เมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ทั้งนี้ล่าสุด ล่าสุด  Facebook ได้ร่วมกับ Ipsos ทำการสำรวจถึงเทรนด์การช้อปปิ้งแห่งอนาคต  ‘Emerging Trends: The Forces Shaping the Future Today’  จากผู้บริโภคจำนวน 12,500 คน ช่วงอายุ 18 ถึง 64 ปี จาก 14 ประเทศ ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2563 (ผู้ตอบคนไทย 1,000 คน) พบว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นผู้นำเทรนด์ในภูมิภาคอื่นๆ โดย แพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director ของ Facebook ประเทศไทย  เผย มี 5 เมกะเทรนด์ที่น่าสนใจ ดังนี้

  • Commerce ทักแชทออนไลน์
  • Community การร่วมตัวของคนบนสังคมออนไลน์มากขึ้น
  • Connectivity การใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมประสบการร์ออนไลน์ อย่าง AR/VR
  • Curation นำเสนอเนื้อหาแบบเจาะจงเฉพาะบุคคล
  • Culture การผสมสานระหว่างการทำงาน และใช้ชีวิตประจำวัน

3 เทรนด์สะท้อนมุมผู้บริโภคออนไลน์

จาก 5 ปรากฏการณ์นี้  สามารถสรุปออกมากได้ 3 เทรนด์ใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่าวันนี้ผู้บริโภคบนโลกออนไลน์ต้องการอะไร ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะขับเคลื่อนการทำออนไลน์ในอนาคต

เทรนด์ แรกคือ The Convenience Gap  : ผู้บริโภคมองหาสิ่งที่จะช่วยให้เขาประหยัดเวลา มีความสะดวกสบายมากที่สุด

ทั้งนี้ แพร ขยายความเทรนด์นี้ว่า จากโควิด -19 ทำให้ทุกคนรู้สึกกดดันในเรื่องของเวลา การใช้ชีวิต ทุกคนเริ่มมองหาแนวทางต่างๆ ที่จะช่วยให้ประหยัดเวลา เพื่อนำเวลาไปใช้กับคนที่เขารัก, ไปทำให้สุขภาพดีขึ้น, เพิ่มทักษะใหม่, เดินทางไปที่ใหม่ และที่น่าสนใจคือ ใช้เวลาไปทำความดีให้กับสังคม

93% ของคนไทยเชื่อว่า โซเชียลจะตอบโจทย์ เหล่านี้ได้ และมีถึง 89% ที่พร้อมยอมจ่ายมากขึ้น ถ้าช่วยให้พวกเขา ประหยัดเวลา เมื่อเกิดพฤติกรรมเช่นนี้แล้ว ธุรกิจก็ต้องหันกลับมาทบทวนว่า จะให้บริการอย่างไรได้บ้างที่ทำให้ชีวิตของลูกค้าง่ายขึ้น สะดวกสบาย ใช้เวลาที่น้อยลง

เทรนด์ที่สอง คือ The Participation Paradigm  : ผู้บริโภคค้นหาความสุขในการช้อปปิ้งออนไลน์ และอยากมีส่วนร่วม มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์

Live Shopping ในไทยยังได้รับความนิยมอย่างมาก 65% มีการได้ลองช้อปปิ้งผ่านการขายไลฟ์สดมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา และ28% ซื้อของผ่านการไลฟ์สดในช่วงปีที่ผ่านมา   84% ของคนกลุ่มนี้ก็ยังคงซื้อของผ่านช่องทางดังกล่าวทุกเดือน โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 9 ใน 10 คน คาดว่าจะเพิ่มการซื้อของผ่านการไลฟ์สดในปีนี้

แพร  ย้ำว่าวันนี้คนไทยชอบดูคลิป ดูวีดีโอ ดู Live โดยจากสถิติของ FB พบว่าคนไทย 37 ล้านคนรับชม Facebook Watch อย่างน้อยหนึ่งนาทีในแต่ละเดือน โดนรายงานจาก Kantar ระบุว่า 97% ของผู้ที่รับชมวิดีโอของผู้เผยแพร่นั้น มีการใช้ Facebook Watch เป็นประจำ

นอกจากการ Live จะช่วยเพิ่มประสบการณืใหม่ในการช้อปปิ้งแล้ว ตอนนี้เริ่มมีการนำ AR หรือ Augment Reality เข้ามาใช้ด้วย โดย  88 %ของคนไทยกล่าวว่า AR ได้เสริมประสบการณ์รูปแบบดิจิทัลให้พวกเขา หนึ่งในตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้ AR คือ ลอรีอัล ที่นำมาใช้กับสินค้าลิปสติก

ทุกวันนี้ผู้คนอยากเชื่อมต่อกับแบรนด์มากขึ้น ธุรกิจ ต้องค้นหาวิธีใหม่ในการสร้างการมีส่วนร่วม โดยใช้เทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วย อย่าง AR ตอนนี้ทั้งแบรนด์ไทย และแบรนด์นอก หันมาสนใจเรื่อง AR กันมาก เพราะเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้น

เทรนด์ที่สาม คือ The Digital Gathering : วันนี้ในโลกออนไลน์มีการรวมตัว มีการสร้างกลุ่ม สร้างชุมชนกันมากขึ้น

จากข้อมูลของ FB พบว่าตอนนี้ผู้คนกว่า 800 ล้านคนในเอเชียแปซิฟิกได้เป็นสมาชิกของกลุ่มกว่า 35 ล้านกลุ่มบน Facebook โดยผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยเกือบทั้งหมด หรือราว 91% ล้วนเป็นสมาชิกของชุมชนออนไลน์ และ 81% ก็ยินดีเปิดรับแบรนด์ที่พร้อมที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้กับพวกเขา

ชุมชนออนไลน์ สามารถนำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ธุรกิจได้อย่างไร แพร แนะว่า ในชุมชนนั้นๆ คือการร่วมกลุ่มของคนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ในมุมของเจ้าของแบรนด์ เจ้าของสินค้า อาจเข้าไปเป็นส่วนร่วมเพื่อที่จะได้ทราบปัญหา และความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.