VMware แนะภาครัฐต้องเล่นบท ผู้สร้างประสบการณ์ดิจิทัล

0

SMmagonline-วีเอ็มแวร์ เปิดเผยผลการศึกษา VMware Digital Frontiers 3.0 ที่ชี้ให้เห็นช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างประชาชนและรัฐบาล โดย 36% ชี้รัฐบาลได้มอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มีเพียง 30% พอใจที่จะติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลในช่องทางดิจิทัล

บริษัท วีเอ็มแวร์ จำกัด (NYSE: VMW) ได้รายงาน VMware Digital Frontiers 3.0 Study ช่วงเดือนพฤศจิกายนธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยมีการสำรวจพฤติกรรม รสนิยม และทัศนคติที่มีต่อบริการและประสบการณ์ดิจิทัลของผู้บริโภค 1,000 คนในแต่ละประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักรเยอรมนี และฝรั่งเศส

โดยพบว่า 36% ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยเห็นตรงกันว่า รัฐบาลมอบประสบการณ์ดิจิทัลโดยรวมดีขึ้น แม้จะตามหลังประเทศกลุ่มอาเซียนซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 38% และ 30% เท่านั้นที่พอใจที่จะติดต่อสื่อสารกับรัฐบาลในช่องทางดิจิทัล

ทั้งนี้ ผู้บริโภคไว้วางใจกับการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า 74% ซึ่ง AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์อยู่ที่ 70% และ 5G ที่ 81% และเชื่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่รัฐบาลจะนำไปพัฒนาประเทศ โดย 50% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า รัฐบาลมีหน้าที่เพิ่มระดับความรู้ด้านดิจิทัลให้กับประชาชน  เพื่อให้ทัดเทียมกับประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์

อีกทั้ง 86 % ของผู้บริโภคชาวไทยระบุว่าตนเองมีความใส่ใจในเรื่องดิจิทัล หรือเป็นนักสำรวจดิจิทัลโดย 50 % ระบุว่าพวกเขาไว้วางใจรัฐบาลในการใช้อัลกอริทึมเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมและความต้องการส่วนบุคคล นอกจากนี้รายงานยังระบุข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้บริโภคชาวไทยคาดหวังจะได้รับประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีขึ้นจากรัฐบาลซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชนมากขึ้น

อีกหนึ่งหัวข้อที่น่าสนใจคือ ความเชื่อมั่น พบว่า 31% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความมั่นใจว่าภาครัฐสามารถดูแลข้อมูลและสารสนเทศของพวกเขาให้ปลอดภัย ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ต่ำกว่าบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่สิงคโปร์มีความเชื่อมั่นที่ 56% มาเลเซีย 42% ฟิลิปปินส์ 41% และอินโดนีเซีย 33%

ดังนั้นเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการดิจิทัลของรัฐบาลมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐจะต้องเสริมสร้างรากฐานดิจิทัลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและปรับปรุงประสบการณ์ดิจิทัลที่ราบรื่นและปลอดภัยให้กับประชาชนของตนมากขึ้น

ภาครัฐต้องเล่นบทผู้สร้างประสบการณ์ดิจิทัล

เอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำวีเอ็มแวร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยอยู่บนเส้นทางสู่ความสำเร็จของการสร้างแผนฟื้นเศรษฐกิจและการเติบโตอย่างยั่งยืนโดยใช้ประโยชน์จากความต้องการใช้บริการดิจิทัลของประชาชนอย่างไรก็ตามเพื่อเร่งการเติบโตและปลดล็อกโอกาสใหม่ๆ ภาครัฐจำเป็นที่ต้องเล่นบทบาทที่สำคัญในการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ดียิ่งขึ้นแก่คนไทยไปพร้อมกับการผลักดันนวัตกรรมสำหรับอีโคซิสเต็มส์ในท้องถิ่น

เอกภาวิน สุขอนันต์

ในขณะที่เราก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจำต้องให้ความสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต่อภาคธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นในบริการดิจิทัลของรัฐบาลในภาคประชาชนเป็นลำดับแรก เพื่อลดช่องว่างภายในประเทศ ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เช่น การจดจำใบหน้าและปัญญาประดิษฐ์, ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศก้าวไปสู่ตำแหน่งที่ดีขึ้นในการส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลให้กับประชาชน จนนำไปสู่ยุค digital first

แม้จะมีการใช้บริการดิจิทัลอย่างแพร่หลายในประเทศไทยเมื่อเทียบกับทั่วโลก แต่ 50% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เชื่อว่าการยกระดับความรู้ดิจิทัลแก่ประชาชนเป็นหน้าที่ของรัฐ 48% เชื่อว่าต้องผลักดันให้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในแถบเอเชียตะวันเฉียงใต้ และทัดเทียมกับประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์

มีผู้ตอบแบบสำรวจเพียง 37 % เท่านั้น ที่เชื่อมั่นในการยกระดับความรู้ดิจิทัลในระดับบุคคลของรัฐ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของทุกภาคส่วนในการเสริมสร้างความรู้ดิจิทัลให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดีเราได้เห็นหน่วยงานท้องถิ่นได้ตอบสนองต่อความคิดริเริ่มแบบองค์รวม ซึ่งรวมถึงแผนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อเพิ่มความรู้ดิจิทัล, สร้างจุดแข็ง และการต่อเชื่อมภายในประเทศ เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องและสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือชั้นให้กับประชาชน

เทคโนโลยีช่วยให้ภูมิภาคเอเชียมีความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 พิสูจน์ได้จากการเติบโตและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเป็นตัวขับเคลื่อน

ในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรัฐบาลต่างๆ ในภูมิภาคได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถเชื่อมต่อถึงกัน และนวัตกรรมร่วมกับอีโคซิสเต็มส์

ปี 2563 ที่ผ่านมาองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการตอบสนองและปรับตัวเพื่อให้แน่ใจว่ากับธุรกิจจะดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางการแพร่ระบาด แต่ในปี 2564 นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่นวัตกรรมกลายเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกสำหรับองค์กรที่เตรียมพร้อม เพื่อมองหาโอกาสการเติบโตในอนาคต

โดยวิธีการจัดการแบบองค์รวมที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่เหนือชั้นบนทุกระบบคลาวด์ ทุกแอปพลิเคชัน และทุกอุปกรณ์ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย จะกลายเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จที่สำคัญในสภาพแวดล้อมดิจิทัลของธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเอเชีย

3 แนวคิดขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2564 วีเอ็มแวร์จึงได้จัดลำดับปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีความยืดหยุ่น เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และเน้นใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

เสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่รัฐบาล

เพื่อสร้างมัลติคลาวด์และแอปพลิเคชันที่พร้อมรองรับการใช้งานในอนาคต: ปลดล็อกมัลติคลาวด์สำหรับอนาคตด้วยนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยแอป เพิ่มความคล่องตัวและปลอดภัยให้สภาพแวดล้อมสามารถสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง

ใช้นวัตกรรมและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบุคลากรที่ทำงานแบบรีโมท

โซลูชั่นที่รองรับรูปแบบการทำงานของพนักงานในอนาคตจะช่วยให้พนักงานดิจิทัลได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและปลอดภัยยิ่งขึ้น และเร่งให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ดียิ่งขึ้น

มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแท้จริง

ที่พร้อมรับมือนวัตกรรมที่เกิดใหม่อยู่เสมอ: แนวทางการรักษาความปลอดภัยที่แท้จริงสำหรับองค์กร ที่จะเป็นเกราะอีกชั้นช่วยป้องกันระบบปฏิบัติการที่สำคัญ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับนวัตกรรมทางธุรกิจและความยืดหยุ่นที่รวดเร็ว

เรายังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้รัฐบาลและภาคธุรกิจเสริมสร้างรากฐานดิจิทัล ตอบสนอง และเร่งปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายในยุคดิจิทัลในปัจจุบันและอนาคตได้ดีขึ้น เราจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับนวัตกรรมบนอีโคซิสเต็มส์ เพื่อเร่งเส้นทางนวัตกรรมของไทยและเปลี่ยนเป็นประเทศดิจิทัลสำหรับประชาชน

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.