โมเดอร์นฟอร์ม เปิดฉากลุยธุรกิจสุขภาพเต็มสูบ

0

SMmagonline – โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป ส่งบริษัทลูก โมเดอร์นฟอร์ม เฮลท์แอนด์แคร์ รุกธุรกิจสุขภาพและการให้บริการทางการแพทย์ ลงทุน 400 ล้านบาท เปิด โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา ตั้งเป้าได้ลูกค้าทั้งคนไทย และ สปป. ลาว และกัมพูชา

ทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการ  MODERN

เหตุผลที่เลือกลงทุนในธุรกิจสุขภาพ

ที่ผ่านมา โมเดอร์นฟอร์มมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจด้านต่างๆ ที่ มีการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง  นอกเหนือไปจากอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมานาน ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่อนาคตมากคือ  ธุรกิจด้านสุขภาพ ทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MODERN กล่าวพร้อมเผยว่าเมื่อเห็นโอกาสจึงลงทุนกว่า 150 ล้านบาท ตั้งบริษัทลูกอย่าง บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม เฮลท์แอนด์แคร์ จำกัด (มหาชน) “MHC”  ขึ้นมาดูแลในส่วนนี้โดยเฉพาะ ตั้งแต่ปี 2548

โดยในช่วงแรกเริ่มต้นทำธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า ผลิต จัดจำหน่ายครุภัณฑ์ทางการแพทย์ รวมไปจนถึงออกแบบรับเหมาก่อสร้างพื้นที่ทางทำหัตถการต่างๆ ภายในโรงพยาบาล อาทิ ห้องปรับอากาศแรงดันบวก/ลบ Co-Hort Ward ห้องผ่าตัดไฮบริด ห้องสวนหัวใจ หอผู้ป่วยวิกฤติ หอผู้ป่วยฉุกเฉิน เป็นต้น

จนถึงวันนี้ ท่ามกลางยุคที่คนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  ในมุมของธุรกิจสุขภาพโตขึ้นต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงตัดสินใจขยายธุรกิจเข้าสู่การให้บริการทางการแพทย์อย่างเต็มตัว

ล่าสุดบริษัทลูก อย่าง MHC  จึงได้เข้าไปร่วมลงทุนในโรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา จ.อุบลราชธานี ในสัดส่วน 40% คิดเป็นมูลค่า 60 ล้านบาท ร่วมกับทีม นายแพทย์ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็ง    โดยใช้งบประมาณการก่อสร้างและจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ร่วม 400 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยหนุนให้โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตราเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคมะเร็งเอกชนแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีมาตรฐานเทียบเท่าสถาบันการแพทย์นานาชาติปัจจุบัน

แนวคิดการลงทุนครั้งใหญ่

ที่เลือกตั้งโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ห่างไกลกรุงเทพ  และเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเรื่องโรคมะเร็งนั่น ทักษะ ให้เหตุผลว่า เพราะในบ้านเรายังมีจำนวนโรงพยาบาลหรือศูนย์รักษาโรคมะเร็งเฉพาะทางที่ดูแลรักษาแบบครบวงจรไม่มากนัก และกระจุกตัวในกรุงเทพมหานครเป็นส่วนใหญ่    โดยที่เลือกมาที่อุบลราชธานีเพราะเป็นจังหวัดมีพื้นที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 และมีจำนวนประชากรมากติด 1 ใน 3 ของประเทศ มีความเจริญด้านเศรษฐกิจ

รวมถึงอยู่ติดชายเขตแดนของ 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพที่จะเชื่อมต่อให้นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสามารถเดินทางเข้ามาใช้รับการบริการได้อย่างสะดวกและรวดเร็วนั่นเอง

โดยโรงพยาบาลแห่งนี้จะเน้นการให้คำปรึกษาแบบเจาะลึกกับคนไข้แบบรายบุคคล ตามประเภทของโรคและอาการ ด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการอย่างใกล้ชิด ร่วมวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน ทั้งในแบบการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน ที่สำคัญคือได้ผลในการรักษา มีผลข้างเคียงน้อยที่สุด รวมถึงมีแผนขยายบริการที่ครอบคลุมทั้งแต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการตรวจหามะเร็งด้วยวิธีการใหม่ ๆ รวมทั้งการให้บริการแพทย์ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งนี้ ในช่วงแรกมุ่งให้บริการผู้ป่วยในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง ทั้งยังพร้อมรับผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป. ลาว และกัมพูชา เมื่อสถานการณ์โควิด -19 คลี่คลาย

ซึ่งแผนในปี 2564 ตั้งเป้ามีรายได้เติบโต 70 %  และมีแผนขยายบริการที่ครอบคลุมทั้งแต่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ด้วยการตรวจหามะเร็งด้วยวิธีการใหม่ ๆ รวมทั้งการให้บริการแพทย์ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งนี้ ในช่วงแรกมุ่งให้บริการผู้ป่วยในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง ทั้งยังพร้อมรับผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป. ลาว และกัมพูชา เมื่อสถานการณ์โควิด -19 คลี่คลาย

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.