อินไซท์ผู้บริโภคไทย หันมานิยมสินค้าไทยมากขึ้น

0

SMmagonline- Local Pride  หรือ ความภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง กำลังเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในประเทศไทยและขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ล่าสุด Mintel เผยทำการสำรวจผู้บริโภคชาวไทยจำนวน 2,000 คน อายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่าข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของแบรนด์และนักการตลาดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น  ผู้บริโภคชาวไทยกว่าครึ่ง เชื่อว่าการอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ โดยมีความรู้สึกภูมิใจที่ได้ใช้สินค้าไทย พร้อมเชื่อว่าการสนับสนุนแบรนด์ท้องถิ่นมีความสำคัญมากขึ้นนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19

โอกาสของแบรนด์ท้องถิ่น

ทั้งนี้ ปองสงวน จีระเดชากุล Senior Consumer Lifestyles Analyst, Mintel Thailand ได้เผยถึงผลสำรวจความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ท้องถิ่น พบว่า

  • 48% ต้องการอุดหนุนแบรนด์ท้องถิ่นที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย
  • 67% ของผู้บริโภคมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ
  • 43% ให้ความสำคัญกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาด
  • 43% คิดว่า แบรนด์ควรโปรโมทสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น

ถือเป็นโอกาสของแบรนด์สินค้าไทย เพราะผู้บริโภคได้หันมาให้ความสนใจกับการซื้อและอุดหนุนสินค้าท้องถิ่นกันมากขึ้น แบรนด์ควรใช้ช่วงเวลานี้ในการสื่อสารและให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับผลบวกที่มีต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในท้องถิ่นจากการสนับสนุนสินค้าในประเทศ

เช่น โอกาสในการจ้างงานที่สูงขึ้น และการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นหลังเผชิญกับโรคระบาด

นอกจากนี้ แบรนด์ยังสามารถใช้โอกาสนี้ชูประเด็น ‘ความภูมิใจในท้องถิ่น’ หรือ Local Pride เป็นลูกเล่นทางการตลาด ด้วยการอ้างอิงในผลิตภัณฑ์ว่าเป็น ‘สินค้าท้องถิ่น’ หรือ ‘มีส่วนประกอบจากท้องถิ่น’ ที่ผ่านมาการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยที่ผลักดันกรอบความคิดในเรื่อง “ความภูมิใจในท้องถิ่น” ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่งผลให้แบรนด์ต่าง ๆ กระตือรือร้นในการมีส่วนร่วมและสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น ด้วยการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชน ผ่านการผลิตสินค้าที่ชูประเด็นความภาคภูมิใจในท้องถิ่น

พร้อมให้ข้อมูลเสริมว่า ส่วนช่องทางการทำตลาดผ่านทางโซเชียลมีเดียและร้านค้าปลีกนั้นเป็นช่องทางหลักที่ผู้บริโภคคาดหวังที่จะเห็นตัวเลือกผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นต่าง ๆ แบรนด์ท้องถิ่นสามารถทำให้การเข้าถึงสินค้าง่ายขึ้นด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เหล่านั้นทางช่องทางซื้อขายสินค้าทางออนไลน์มาร์เก็ตเพลซ (e-marketplace) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หรือแม้แต่บัญชีรับและส่งข้อความที่สามารถโต้ตอบได้ทันที รวมทั้งการสตรีมสด (live-stream) เพื่อรับประกันในเรื่องคุณภาพสินค้า

โซเชียลมีเดียต่าง ๆ ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้รับข้อมูลในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทสินค้าอีกด้วย ดังนั้นแบรนด์ท้องถิ่นจึงสามารถใช้ช่องทางเหล่านี้เพื่อเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์สู่ฐานลูกค้าและการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ

การปรับตัวของแบรนด์ข้ามชาติ

ส่วนความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อแบรนด์ข้ามชาตินั้น จากผลสำรวจพบว่า

  • 27% พ้องต้องกันว่าแบรนด์ข้ามชาติควรจะใช้ความพยายามในการผนวกความเป็นท้องถิ่นลงไปในผลิตภัณฑ์
  • 24% สินค้าข้ามชาติที่ทำจากวัตถุดิบหรือส่วนประกอบจากท้องถิ่นจะดึงดูดผู้บริโภคชาวไทยได้
  • 35% มองว่าเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างแบรนด์ไทยกับแบรนด์ข้ามชาติ

 แบรนด์ข้ามชาติสามารถสร้างแรงดึงดูดสินค้าของแบรนด์ ในตลาดไทยได้ด้วยการปรับใช้องค์ประกอบในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการชูเรื่องรสชาติ วัสดุ หรือวัฒนธรรม และนำเสนอประเด็นเหล่านี้ในสินค้าที่ผู้บริโภคชาวไทยชื่นชอบและคุ้นเคย

ยกตัวอย่างเช่น การใช้ส่วนผสมที่คุ้นเคยและมีประสิทธิภาพดีอย่างสมุนไพรท้องถิ่นในผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคล หรือการวางขายสินค้าที่มีความเหมาะสมกับบริบทของพฤติกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เช่น สินค้าที่มีความเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพอากาศที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาคของไทย

ขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยบางส่วนมองว่าเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะความแตกต่างระหว่างสินค้าแบรนด์ท้องถิ่นและแบรนด์ข้ามชาติ พฤติกรรมดังกล่าวบ่งชี้ว่า แบรนด์ในประเทศควรจะพิจารณาและปรับปรุงจุดเด่นผลิตภัณฑ์ของตน โดยสามารถเน้นว่าผลิตภัณฑ์ของตนผลิตในท้องถิ่น

ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ข้ามชาติหรือแบรนด์ในท้องถิ่น จำเป็นต้องเน้นและให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทในเรื่องคุณภาพ เช่น ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่า รวมถึงกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผู้บริโภคชาวไทย

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.