สร้างแรงงานไทยเข้มแข็ง ฝ่าวิกฤตโควิด-19

0

SMmagonline-Sea (ประเทศไทย) จับมือ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สร้างแรงงานไทยเข้มแข็งในโครงการ ปลูกทักษะชีวิต คิดทันโลกดิจิทัล เพื่อฝ่าวิกฤตโควิด-19 ด้วยการเสริมทักษะดิจิทัลสู่โลกอีคอมเมิร์ซ

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย ทั้งในแง่ชั่วโมงทำงานและรายได้ที่ลดลง โดยข้อมูลจากKResearch ในปี 2563 คาดการณ์ว่ามีแรงงานไทยราว 590,000 คน ที่กลายเป็นผู้ว่างงาน และมีผู้เสมือนว่างงาน (ผู้ที่ทำงานน้อยกว่าวันละ 4 ชั่วโมง) ราว 2.1 ล้านคน

นอกจากนี้ การพัฒนาทักษะที่หยุดชะงักไปยิ่งทำให้แรงงานเหล่านี้ห่างไกลจากการกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคตด้วยมีช่องว่างทางทักษะที่มากเกินไป โดยรายงาน The Future of Jobs Report 2020 โดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) พบว่าแรงงานไทยที่มีองค์ความรู้ด้านทักษะดิจิทัลมีเพียง 54.9% แสดงให้เห็นว่ายังมีแรงงานไทยที่ควรได้รับการพัฒนาทักษะดิจิทัลเพื่อต่อยอดโอกาสการประกอบอาชีพ

เสริมทักษะดิจิทัลสู่โลกอีคอมเมิร์ซ

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า รายงาน e-Conomy SEA 2020 จากGoogle, Temasek และ Bain & Company กล่าวถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอีคอมเมิร์ซไทยว่าในปี 2563 มีมูลค่าถึง 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 ดังนั้นทักษะด้านอีคอมเมิร์ซและการทำธุรกิจบนโลกดิจิทัล จึงเป็นทักษะสำคัญในการเปิดโอกาสทางด้านอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่กำลังเป็นที่ต้องการสูงในตลาดแรงงานไทยในปัจจุบัน

มณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ

ทั้งนี้ บทบาทของเทคโนโลยีโดดเด่นขึ้นอย่างกะทันหันอาจยากต่อการปรับตัว ผู้คนบางส่วนยังมองการพัฒนาทักษะดิจิทัลเป็นเรื่องไกลตัวไม่สัมพันธ์กับการหาเลี้ยงชีพ ดังนั้น Sea (ประเทศไทย) จึงเริ่มโครงการปลูกทักษะชีวิต คิดทันโลกดิจิทัล เพื่อช่วยยกระดับทักษะดิจิทัลให้กับนักศึกษาสายอาชีพที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย เปิดโอกาสการเข้าถึงช่องทางสร้างรายได้หลักและรายได้รองที่มีความเสี่ยงต่ำและใช้ต้นทุนต่ำ

ในขณะเดียวกันก็มุ่งให้ความรู้ที่ต่อยอดการเติบโตในอนาคตอย่างรอบด้าน เช่น การทำธุรกิจและการตลาดดิจิทัลการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้า การบริหารจัดการต้นทุน เป็นต้น ซึ่งเป็นการปลูกต้นกล้าผู้ประกอบการและทลายเพดานความสามารถให้ผู้ร่วมโครงการเป็นแรงงานแห่งอนาคตที่สามารถมีความเป็นอยู่และรายได้ที่มั่นคง ทั้งยังสามารถเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดีนางสาวมณีรัตน์กล่าวเสริม

นักเรียนอาชีวศึกษาเป็นแรงงานแห่งอนาคตที่สำคัญและควรได้รับการสนับสนุน จากงานวิจัยของ กสศ. พบว่าในอีก10 ปี ประเทศไทยต้องการแรงงานปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ (ทล..) ที่ต่อยอดมาจากการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มากถึง 1 ใน 3 ของแรงงานทั้งหมดอย่างไรก็ตามจำนวนนักศึกษาสายอาชีพจบใหม่กลับมีแนวโน้มลดลง และมีนักศึกษาสายอาชีพลาออกกลางคันกว่า80,000 คนต่อปีจากปัญหารายได้ครอบครัว

ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า เรามุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยได้ดำเนินการโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ส่งเสริมโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่มีความยากจน 20% ล่างสุดของประเทศได้เรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น

จากข้อมูลพบว่าในประเทศไทยมีเด็กเกิดปีละราว 700,000 คน และในจำนวนนี้ มีเพียง 5% หรือประมาณ 8,000 คน ที่มีโอกาสเรียนสูงกว่าระดับ .6 ดังนั้นโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง จึงมุ่งส่งเสริมการศึกษาต่อที่เน้นในสายอาชีพสำคัญของประเทศที่ต้องการกำลังคน ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตาม 10 อุตสาหกรรม S Curve และ New S Curve สาขา STEM (วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี) รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัล

ดร.ไกรยส ภัทราวาท

นอกจากนี้หากเด็กกลุ่มนี้จบการศึกษาและได้รับการจ้างงานก็จะสามารถช่วยให้ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าโอกาสทางการศึกษาทำให้ความเหลื่อมล้ำลดลง เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพและจะมีชีวิตที่ดี หลุดพ้นจากความยากจนได้ หากได้รับการศึกษา

โครงการปลูกทักษะชีวิต คิดทันโลกดิจิทัล เราได้สนับสนุนส่งเสริมให้นักศึกษาทุนอาชีวะในกลุ่มเปราะบางจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย สามารถมีรายได้ระหว่างเรียนและยังคงอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้ ทั้งยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ นำองค์ความรู้และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 มาสู่นักเรียนนักศึกษา ถือเป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ช่วยเสริมทักษะชีวิตเพิ่มเติม

ปลูกทักษะชีวิต คิดทันโลกดิจิทัล

ในระยะแรกของโครงการนี้จะนำร่องด้วยโครงการเสริมแกร่งอาชีวะสู่ผู้ประกอบการดิจิทัล ผู้ร่วมโครงการทุกคนจะได้ร่วมเรียนคอร์สออนไลน์จากผู้เชี่ยวชาญบน Shopee Bootcamp ซึ่งครอบคลุมความรู้พื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเปิดร้านค้าออนไลน์ รวมถึงการจัดการบริหารร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดสินค้าบนร้าน การจัดการคำสั่งซื้อและการขนส่งการทำโฆษณาและโปรโมชั่น เพิ่มยอดขายด้วยเครื่องมือการตลาดของช้อปปี้ที่หลากหลาย การวิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย รวมถึงการขายสินค้าผ่านไลฟ์สตรีม (Shopee Live) ที่ตอบโจทย์เมกะเทรนด์ Live Streaming Economy ที่แผ่ขยายไปทั่วโลก

หลังจากนั้น จะเปิดรับสมัครทีมนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ระดับ ปวช. ปวส. และอนุปริญญา โดยทีมที่ผ่านการคัดเลือกจะได้ร่วมอบรมอีคอมเมิร์ซมาสเตอร์คลาสที่จัดโดย Sea (ประเทศไทย) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ความสำเร็จในวงการอีคอมเมิร์ซไทย ต่อยอดความรู้ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

ทั้งการบริหารจัดการต้นทุน การทำการตลาดออนไลน์ การวางแผนกลยุทธ์การตลาด การวิเคราะห์ลูกค้าเป้าหมายและการวางแบรนด์ให้ตอบโจทย์ลูกค้า รวมถึงได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วยการเปิดร้านค้าบนช้อปปี้ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญระหว่างดำเนินกิจกรรม นอกจากนี้ ทุกทีมจะได้รับทุนสนับสนุนเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์จาก Sea (ประเทศไทย) เป็นมูลค่า 10,000 บาท และทีมที่ชนะการแข่งขันจะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 60,000 บาท เพื่อส่งเสริมการต่อยอดธุรกิจต่อไป

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.