ข้อเท็จจริงเรื่องโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์

0

SMmagonline-ไทยคม ชี้แจงโครงการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) จากกรณีมีการเผยแพร่ในสังคมออนไลน์และสื่อบางส่วนเกี่ยวกับประเด็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ข้อเท็จจริงเรื่องโครงการดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์)

จากประเด็นการจัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ที่ซึ่งมีคุณสมบัติและรายละเอียดทางเทคนิคไม่เหมือนกันและใช้เทคโนโลยีที่แตกต่างกันกับดาวเทียมดวงก่อนขึ้นเป็นดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 ซึ่งมีประเด็นข้อสงสัยว่าดาวเทียมไทยคม 4 มีสถานะเป็นดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 หรือไม่ และทำให้รัฐเสียประโยชน์หรือไม่

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่า ดาวเทียมไทยคม 4 เป็นดาวเทียมบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงตวงแรกของโลกเนื่องจากเทคโนโลยีดาวเทียมได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวมถึงความต้องการใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตมีมากขึ้นเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี บริษัทฯ จึงเสนอรายละเอียดข้อกำหนด (Specifications) ของดาวเทียมไทยคม 4 เพื่อสนองตอบความต้องการใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงต่อกระทรวงฯ และได้นำเสนอแผนการจัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมไทยคม 4

ต่อมากระทรวงฯ ได้อนุมัติการจัดสร้างดาวเทียมไทยคม 4 ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของสัญญาสัมปทานฯ รวมทั้งการอนุมัติแผนการสำรองการให้บริการของดาวเทียมไทยคม 3 เพื่อให้มั่นใจว่าหากดาวเทียมไทยคม 3 ไม่สามารถให้บริการได้ลูกค้าที่ใช้บริการบนดาวเทียมไทยคม 3 จะไม่ได้รับผลกระทบซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคม 4 ที่

บริษัทฯ ได้รับอนุมัติให้จัดสร้างนี้เป็นดาวเทียมขนาดใหญ่และก่อให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่าของโครงการดาวเทียมของประเทศมากยิ่งขึ้นกล่าวคือดาวเทียมไทยคม 4 ที่ บริษัทฯ จัดสร้างตามสัญญาสัมปทานนั้น ใช้เงินลงทุนของบริษัทฯ ในการจัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมไทยคม 4 ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าการลงทุนในดาวเทียมทั่วไป และได้โอนกรรมสิทธิ์ดาวเทียมดังกล่าวให้แก่กระทรวงฯ ทั้งนี้ในการดำเนินโครงการบริษัทฯ เป็นผู้ลงทุนในโครงการดาวเทียมไทยคม 4 เองทั้งหมด

อีกทั้งมีการนำส่งส่วนแบ่งรายได้ให้ภาครัฐเฉพาะดาวเทียมไทยคม 4 เป็นจำนวนกว่า 4,000 ล้านบาท ตลอดจนโครงการดาวเทียมไทยคม 4 ได้สร้างประโยชน์แก่ประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมากยิ่งขึ้น โดยในการดำเนินโครงการนี้บริษัท ก็ได้รับอนุมัติจากกระทรวงฯ และ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาทุกประการกรณีเงินค่าสินไหมทดแทนกรณีการเสียหายของดาวเทียมไทยคม 3

ส่วนประเด็นเมื่อดาวเทียมไทยคม 3 เกิดการเสียหายและต้องปลดระวางและได้รับเงินสินไหมทดแทนจากการประกันภัยจำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่ง บริษัทฯ ได้นำเงินดังกล่าวส่วนหนึ่งไปจัดสร้างดาวเทียมไทยคม 5 ทดแทนและอีกส่วนหนึ่งจำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปเช่าช่องสัญญาณต่างประเทศมาให้บริการชั่วคราวระหว่างที่สร้างดาวเทียมไทยคม 5

ขณะที่ประเด็นการนำเงินประกันส่วนหนึ่งไปเช่าซ่องสัญญาณต่างประเทศมาให้บริการชั่วคราวนั้นขัดต่อสัญญาสัมปทานหรือไม่

ข้อชี้แจงว่า ตามสัญญาสัมปทานนั้น บริษัทฯ มีหน้าที่ให้บริการอย่างต่อเนื่องจนสิ้นสุดอายุสัมปทานขณะที่เกิดความเสียหายของดาวเทียมไทยคม 3 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2546 นั้นดาวเทียมไทยคม 4 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 ยังจัดสร้างไม่แล้วเสร็จเนื่องจากความเสียหายของดาวเทียมไทยคม 3 เป็นความเสียหายที่ไม่สามารถซ่อมแซมได้เนื่องจากดาวเทียมลอยอยู่ในอวกาศ

ดังนั้นกระทรวงฯ จึงกำหนดให้บริษัท จัดหาดาวเทียมดวงใหม่หรือจัดหาช่องสัญญาณดาวเทียมมาให้บริการทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ที่เสียหายเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการให้บริการ บริษัทฯ ได้มีหนังสือถึงกระทรวงฯขออนุมัติจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่โดยการนำเงินค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยดาวเทียมไทยคม 3 มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนในการจัดสร้างตาวเทียม แต่ทั้งนี้เนื่องจากการจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่จะต้องใช้เวลาหลายปี

บริษัทฯ จึงได้มีหนังสือถึงกระทรวงฯ เพื่อขออนุมัติจัดหาช่องสัญญาณดาวเทียมอื่นเพื่อทดแทนและสำรองในขั้นแรกระหว่างรอการจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ซึ่งการจัดหาช่องสัญญาณดาวเทียมอื่นมาเพื่อทดแทนและสำรองนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสำรอง (Back-up) ดาวเทียมไทยคม 3 ที่กระทรวงฯ ได้พิจารณาและได้ให้ความเห็นชอบแล้วต่อมากระทรวงฯ ได้พิจารณาแล้วอนุมัติเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้บริษัทฯ เพื่อดำเนินการตามสัญญาสัมปทาน

ส่วนเงินจำนวน 26 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อใช้สร้างดาวเทียมดวงใหม่ (ดาวเทียมไทยคม 5) และเงินจำนวน 6.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อจัดหาช่องสัญญาณดาวเทียมมาทดแทนช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 3 ที่เสียหาย บริษัทฯ ได้ทำการเบิกจ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวเพื่อไปจัดหาช่องสัญญาณดาวเทียมและจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่พร้อมทั้งจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมเองในการจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่ดังกล่าว และได้ส่งมอบกรรมสิทธิ์ของดาวเทียมดวงใหม่ (ดาวเทียมไทยคม 5) ให้แก่กระทรวงฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้วในปี 2549

ส่วนดาวเทียมไทยคม 5 ที่บริษัทฯ ส่งมอบให้เป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงฯ นั้นมีมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่ามูลค่าเงินค่าสินไหมทดแทนตามที่บริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากกระทรวงฯ เพื่อไปดำเนินการตามข้างต้นดังนั้นการดำเนินการเกี่ยวกับเงินสินไหมทดแทนนั้น บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์และข้อกำหนดของสัญญาสัมปทานแล้วทุกประการประเด็นข้อพิพาทที่อยู่ในกระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการกรณีดาวเทียมไทยคม 5

ส่วนประเด็นเมื่อดาวเทียมไทยคม 5 ขัดข้องและต้องปลดระวางก่อนสิ้นสัญญาสัมปทานฯ อันเนื่องมาจากมีการใช้งานจนสิ้นสุดอายุทางวิศวกรรมของดาวเทียมแล้ว บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเรียกร้องให้ดำเนินการสร้างและส่งมอบดาวเทียมทดแทนไทยคม 5 หรือชดใช้ค่าเสียหายเป็นราคาดาวเทียมซึ่งนำไปสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ

ทั้งนี้ดาวเทียมไทยคม 5 ใช้งานได้มากกว่าอายุดาวเทียมที่ออกแบบเกือบ 2 ปี (ครบอายุการในปี 2561) กรณีการขัดข้องของดาวเทียมไทยคม 5 เนื่องด้วยการใช้งานเกินอายุซึ่งเป็นเหตุให้ต้องปลดระวางในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 โดยเมื่อดาวเทียมไทยคม 5 ปลดระวาง บริษัทฯ ยังคงมีดาวเทียมไทยคม 4 และดาวเทียมไท 6 ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรองให้บริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุสัญญาสัมปทานซึ่ง บริษัท ได้ดำเนินการตามแผนการดำเนินงานของสัญญาสัมปทานในการจัดส่งดาวเทียมครบถ้วนแล้ว

แต่มีประเด็นว่า บริษัทฯ ต้องสร้างดาวเทียมดวงใหม่ทดแทนไทยคม 5 หรือชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่จึงต้องนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการกรณีดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8

ขณะที่ประเด็นเรื่องบริษัทฯ ดำเนินโครงการดาวเทียมไทยคม 7 และดาวเทียมไทยคม 8 โดยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามจากกสทช. และได้รับอนุญาตให้นำวงโคจรมาใช้กับดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 จากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน) และผ่านการพิจารณาเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีซึ่งการที่กสทช. ออกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่บริษัทฯ นั้น

โดยเป็นการปฏิบัติตาม ... การประกอบกิจการโทรคมนาคมที่กำหนดให้มีการเปลี่ยนแปลงจากระบบสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาตเทียบเคียงได้กับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ผู้ประกอบการมือถือทุกรายได้สิ้นสุดการให้บริการภายใต้สัญญาสัมปทานและดำเนินการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจากกสทช. เช่น ในการประมูลคลื่นความถี่ 3G 4G และ 5G ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดาวเทียมไทยคม 7 มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่ภาครัฐขอความร่วมมือให้ บริษัทฯ ช่วยรักษาวงโคจรตำแหน่ง 120 องศาตะวันออก ที่กำลังจะหมดอายุลงซึ่งหากดำเนินการไม่ทันประเทศไทยก็จะเสียสิทธิในวงโคจร120 องศาตะวันออกไปแล้ว

โดยบริษัทฯ ได้รับอนุมัติจากภาครัฐและเห็นชอบโดยมติครม. ให้ดำเนินการตามแผนการรักษาสิทธิวงโคจรโดยการสร้างดาวเทียมไทยคม 7 ร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศโดยมีกรรมสิทธิ์ในส่วนของไทยซึ่งเป็นแนวทางที่มีการปฏิบัติกันอยู่แล้วในอุตสาหกรรมดาวเทียม

ทั้งนี้ เวลาที่เริ่มดำเนินโครงการไทยคม 7 และไทยคม 6 นั้น เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในการประกอบกิจการดาวเทียมแล้ว และบริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการภายใต้ระบบใบอนุญาตตามกฎหมายใหม่ (...กสทช.) โดยได้รับอนุญาตจากภาครัฐครบถ้วน

แต่มีประเด็นว่า การทำโครงการดาวเทียมใหม่จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายใหม่ แต่กระทรวงโต้แย้งว่าต้องอยู่ภายใต้สัมปทานเพราะสัญญาสัมปทานยังไม่สิ้นสุดจึงนำไปสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.