DITP หนุนผู้ส่งออก ปรับแพคเกจจิ้ง รับเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน

0

SMmagonline- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สานนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ควบคู่ “เศรษฐกิจ BCG” เดินหน้า Circular Packaging towards BCG กระตุ้นผู้ประกอบรับมือกับเทรนด์การค้าโลกโดยเฉพาะเศรษฐกิจหมุนเวียน 

สมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ของ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ควบคู่ไปกับนโยบาย “เศรษฐกิจ BCG”* ในการส่งเสริมและยกระดับสินค้าและบริการไทยให้มีความเข้มแข็งและมีศักยภาพ สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก

เศรษฐกิจ BCG เป็นรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจบนความเข้มแข็งภายในประเทศที่มีอยู่เดิม คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ซึ่งนำเทคโนโลยีชีวภาพมาเพิ่มคุณค่าหรือประยุกต์ใช้งานในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเกษตรให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ภาคการผลิต เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)  โดยหมุนเวียนทรัพยากรธรรมชาติกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในห่วงโซ่คุณค่า เน้นการมุ่งสู่  Zero Waste และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่เน้นการกินดีอยู่ดี พัฒนาคุณภาพชีวิต ลดผลกระทบต่อโลกและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โดยที่ผ่านมาได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับหน่วยงานนวัตกรรมภายใต้กระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และร่วมงานกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อยกระดับมูลค่าในห่วงโซ่การผลิตสินค้าและบริการให้สูงขึ้น เปลี่ยนรูปแบบการผลิตจากการ “ผลิตมากแต่สร้างรายได้น้อย” (More for Less) ไปสู่การผลิตสินค้าพรีเมี่ยม “ผลิตน้อยแต่สร้างรายได้มาก” (Less for More )

กิจกรรมส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการจัดการระบบหีบห่อ และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Circular Packaging towards BCG ภายใต้แนวคิด The Future is Circular” เป็นหนึ่งในโครงการส่งเสริมสินค้านวัตกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์ภายใต้กรอบ BCG สู่สากล  โดยร่วมกับสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย ที่จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย ยกระดับและพัฒนาระบบหีบห่อให้มีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการส่งออกไทยได้ปรับตัวสู่การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะแนวคิด Circular Economy ที่ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการคำนึงถึงวงจรตั้งแต่ต้นถึงปลายทางกระบวนการบรรจุหีบห่อ ตลอดจนระบบการจัดการ การใช้งานบรรจุภัณฑ์   จนสินค้าไปถึงในมือผู้บริโภค ไม่สร้างภาระให้แก่ผู้บริโภคและประเทศปลายทางด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือนำไปเข้าสู่การผลิตใหม่ (Re-material)

ซึ่งจะสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถก้าวข้ามข้อกีดกันทางการค้าต่าง ๆ ทั้งกำแพงภาษีและที่ไม่ใช่ภาษี อาทิ มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ (Climate Change) ในเวทีการค้าโลก

เนื่องจากขณะนี้ตลาดโลกให้ความสนใจกับประเด็นการค้าสีเขียวโดยเฉพาะตลาดที่มีกำลังซื้อสูง อาทิ สหภาพยุโรป ซึ่งได้กำหนดแผนนโยบาย The European Green Deal ที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ด้านอุตสาหกรรมกับการลดการเกิดการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ครอบคลุมประเด็นผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน

สำหรับผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด ได้ถูกคัดเลือกให้เหลือเพียง 20 บริษัท เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการให้คำปรึกษาเชิงลึกรายบริษัททางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 24 สิงหาคม 2564 

โดยหลังจากที่แต่ละบริษัทผ่านการอบรมเชิงลึกแล้วจะเข้าสู่การจัดทำต้นแบบหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบเฉพาะ (Prototype Model) โดยเป็นต้นแบบที่คำนึงถึงทุกมิติ ทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่ต้นกระบวนการทางความคิด การออกแบบ การผลิต การขนส่ง การจัดวางจัดเรียงสินค้า การเลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายตามธรรมชาติและนำกลับมาใช้ใหม่ โดยในขั้นตอนนี้จะแสดงให้เห็นถึงการเปรียบเทียบก่อนและหลังการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ที่ส่งผลต่อการปรับลดต้นทุน อันจะส่งผลดีต่อการดำเนินธุรกิจได้ต่อไป

“กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ นอกจากจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของไทยแล้ว ยังช่วยเชื่อมโยงธุรกิจการค้าระหว่างผู้ประกอบการส่งออกสินค้าไทย ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ไทย และนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้เกิดอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ของอุตสาหกรรมหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ที่เข้มแข็ง ทั้งยังสร้างความตระหนักในภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้าของไทยให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับตัวสู่การคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีต่อธุรกิจส่งออกสินค้าไทยในสายตาผู้ซื้อผู้นำเข้าในเวทีสากล ช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยในภาพรวมให้แข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน” 

ติดตามข่าวการตลาดและข่าวธุรกิจเพิ่มเติม คลิก

Share.