The mall 01

เดอะมอลล์ กรุ๊ป พลิกมุมมองครั้งใหญ่ ก้าวใหม่สู่ “THE MALL LIFESTORE”

SMmagonline – เดอะมอลล์ กรุ๊ป รีแบรนดิ้งครั้งสำคัญสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ ฉลองก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ทุ่มงบกว่า 20,000 ล้านบาท จาก เดอะมอลล์ อาณาจักรแห่งความสุขทุกครอบครัว สู่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ (THE MALL LIFESTORE) เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกเจเนอเรชัน THE MALL LIFESTORE รีเทลโมเดลใหม่ ศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การรีแบรนดิ้งภาพลักษณ์ใหม่ครั้งนี้ จาก เดอะมอลล์ อาณาจักรแห่งความสุขทุกครอบครัว สู่ THE MALL LIFESTORE ในคอนเซ็ปต์ “A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE :  ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว”ซึ่งเป็นการสร้าง รีเทลโมเดลใหม่  ที่ถือว่าเป็นการปรับโฉมใหม่ครั้งสำคัญที่สุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจรีเทลมา โดยได้เริ่มปรับที่สาขางามวงศ์วานเป็นสาขาแรก ทั้งนี้ ยังได้ปรับเปลี่ยน CORPORATE IDENTITY รวมทั้งโลโก้ใหม่ จาก M ริบบิ้นม้วนสีแดง พลิกโฉมสู่อักษร M แบบเรียบง่าย ดูแข็งแรง และแฝงความร่วมสมัยเป็นสากลมากยิ่งขึ้น และคำว่า LIFESTORE สื่อถึงความมีชีวิตชีวา เข้าถึงง่ายด้วยตัวอักษรตัวเขียน จับคู่กับ M ทำให้เกิดเป็นความสมดุล แต่ยังคงเอกลักษณ์สีแดงไว้เป็นตัวแทนของความสุขที่ไม่เคยเปลี่ยน โดยโลโก้ใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ที่เดอะมอลล์ทุกสาขาที่จะเปลี่ยนโฉม การปรับภาพลักษณ์ใหม่ครั้งนี้เป็นตามแผนโรดแมพ 5 ปี ที่วางไว้ (ปี 2562-2566) และหลังจากปรับเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์งามวงศ์วาน…

Watchai-Wilailak-Samart-Corporation-smmagonline

“สามารถ” รับปันผล พร้อมขายหุ้นบริษัทย่อย “วันทูวัน” รวมมูลค่า 620 ล้านบาท

SMmagonline – บมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น ระบุว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ได้มีมติอนุมัติให้จำหน่ายหุ้นสามัญของ บมจ. วันทูวัน คอนแทคส์ (บริษัทย่อย) ให้กับ บุญเอื้อ จิตรถนอมนายสุทธิพจน์ อริยสุทธิวงศ์ และ ณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ รวมจำนวนทั้งสิ้น 193,700,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 69.18 ของทุนจดทะเบียน มูลค่าหุ้นละ 2.40 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 464.88 ล้านบาท โดยจะทำการซื้อขายกันในวันที่ 9 ธันวาคม 2563 พร้อมทั้งบริษัทฯ จะได้รับเงินปันผลระหว่างกาลจาก บมจ. วันทูวัน คอนแทคส์ หุ้นละ 0.80 บาทต่อหุ้น คิดเป็นจำนวนเงิน 154.96 ล้านบาท โดยกำหนดสิทธิ์ในการรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 8 ธันวาคม 2563 ซึ่งจะทำให้ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น รับเงินรวมมูลค่า 619.84 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2563 นี้ วัฒน์ชัย  วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงที่มาในการขายหุ้นบริษัทย่อยครั้งนี้ว่า กลุ่มบริษัทสามารถมีเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจบนพื้นฐานของความชำนาญและโอกาสการเติบโตในระยะยาว โดยธุรกิจที่มุ่งเน้น (Core Business) ประกอบด้วยธุรกิจด้าน Digital ICT Solutions & Services และธุรกิจด้าน…

interlink 01

SBAC คว้าแชมป์ Cabling Contest 2020

SMmaognline – โครงการแข่งขัน “สุดยอดฝีมือสายสัญญาณ ปี 8 (Cabling Contest 2020)” จัดโดย บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้แชมป์คนใหม่จาก SABC เพื่อยกระดับการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานด้านสายสัญญาณ (Networks Cabling) ของเยาวชนไทยและเป็นการต่อยอดทักษะและความรู้ในเวทีระดับโลก พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักศึกษา ทั้งในระดับปริญญาตรี และระดับอาชีวะศึกษาทั่วประเทศได้เรียนรู้เทคโนโลยีสายสัญญาณที่ดีที่สุดในยุคปัจจุบัน ผ่านกิจกรรมการอบรมและแข่งขัน โดยคัดเลือกตัวแทนจากทุกภาค เพื่อเข้าไปแข่งขันรอบสุดท้าย ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน พร้อมเงินรางวัล และมีโอกาสเป็นตัวแทนของประเทศไทยในเวทีทักษะฝีมือแรงงานระดับโลก World Skills ASEAN โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก อำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สุรัตน์ ปาละนันทน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนามาตรฐานและทดสอบฝีมือ สมบัติ  อนันตรัมพรประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดี เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ณ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท จังหวัดนครนายก สำหรับผลการแข่งขันผู้ชนะเลิศได้แก่ เจนจิรา แก้วงาม นักศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท พร้อมเป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขัน Asean Skills และ World Skills รางวัลรางชนะเลิศอันดับ 1…

Khun Pairote

กรุงศรี มุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ทรงพลังในอาเซียน

SMmagonline– กรุงศรี มุ่งสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ทรงพลังในอาเซียนยกระดับบริการโอนเงินระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง และนวัตกรรมในการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ารายย่อย และเสริมความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจให้กับลูกค้าธุรกิจ ไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกลยุทธ์และวางแผนธุรกิจองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริการโอนเงินระหว่างประเทศนับเป็นบริการที่มีความสำคัญมากในโลกการเงินยุคปัจจุบัน กรุงศรีมุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินชั้นนำที่ลูกค้านึกถึงและเลือกใช้ทุกครั้งเมื่อต้องการทำธุรกรรมระหว่างประเทศและเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการผลักดันให้กรุงศรีก้าวสู่การเป็นสถาบันการเงินที่ทรงพลังในอาเซียนซึ่งที่ผ่านมา กรุงศรีได้พัฒนาแพลตฟอร์มและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายในการให้บริการที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มลูกค้ารายย่อยและลูกค้าธุรกิจ โดยมี Krungsri Mobile App (KMA) และ Krungsri Biz Online (KBOL) เป็นสองแพลตฟอร์มหลักในการให้บริการ” สำหรับลูกค้ารายย่อยแอปพลิเคชัน KMA จะเป็นแพลตฟอร์มหลักในการให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ โดยในเดือนธันวาคมนี้ กรุงศรีจะเปิดให้บริการด้วยจุดเด่นที่สำคัญคือ สามารถโอนเงินได้มากกว่า 220 ปลายทางทั่วโลก รองรับ 15 สกุลเงินหลัก ด้วยค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า และอัตราแลกเปลี่ยนที่พิเศษกว่า เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบการสั่งซื้อสินค้าและบริการออนไลน์จากต่างประเทศ การโอนเงินให้กับสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ หรือผู้ที่มาทำงานและต้องการโอนเงินกลับประเทศ ส่วนลูกค้ารายย่อยที่ถือบัตร Krungsri Boarding Card ซึ่งเป็นบัตรเติมเงิน (Pre-paid) สามารถแลกเงินตราต่างประเทศเก็บไว้ในบัตรได้ถึง 16 สกุลเงินต่างประเทศในอัตราแลกเปลี่ยนพิเศษที่ธนาคารเสนอให้กับบัตรนี้โดยเฉพาะ  โดยลูกค้าสามารถขอสมัครใช้บริการบัตรและทำการแลกเงินต่างประเทศในอัตราแลกเปลี่ยนที่พอใจได้ด้วยตัวเองผ่าน KMA พร้อมกันนี้กรุงศรีได้เตรียมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับผู้ใช้บัตร Krungsri Boarding Card ตอบรับความต้องการในการซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนี้ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง “สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ แอปพลิเคชัน KBOLจะเป็นแพลตฟอร์มหลักในการให้บริการลูกค้าองค์กร และผู้ประกอบการ SME ซึ่งรองรับ 15 สกุลเงินหลักได้เช่นกัน โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนธุรกรรมผ่านบริการดังกล่าวเติบโตเฉลี่ยถึง 100% ยิ่งไปกว่านั้นยังมีบริการโอนเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์ระหว่างประเทศไทย และสปป.ลาว ด้วยเทคโนโลยี Krungsri Blockchain Interledger และด้วยบริการ…

TMB PR ALL FREE-01

ทีเอ็มบี อัปเกรดบัญชี ออลล์ฟรี ปลดล็อกข้อจำกัดบัญชีเงินฝาก

SMmagonline – ทีเอ็มบี ยืนหยัดแนวทางการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ผ่านการพัฒนาบัญชีออลล์ฟรี (ALL FREE) อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ใช้ชีวิต ฟรี  รอบด้าน” เผยหลังเปิดตัวสิทธิประโยชน์ฟรีประกันอุบัติเหตุ เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ไม่จำกัดครั้ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าในทุกๆ ด้าน คาดว่ามีลูกค้าเปิดบัญชีใหม่กว่า 500,000 บัญชี หนุนให้เงินฝากออลล์ฟรีเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า พร้อมยกระดับบัญชีออลล์ฟรีสู่สุดยอดแห่งบัญชีที่ให้คนไทยได้ใช้ชีวิตฟรีรอบด้านอย่างแท้จริง ด้วยบัตรเดบิตออลล์ฟรี ดิจิทัล ไม่มีค่าธรรมเนียมทั้ง แรกเข้าและรายปี ไม่ต้องพกบัตร เพิ่มทางเลือกให้คนไทยเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของบัญชีออลล์ฟรีได้อย่างไร้ข้อจำกัด นันทพร ตั้งเจริญศิริ หัวหน้าบริหารการตลาดลูกค้าบุคคลและประสบการณ์ลูกค้า ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความสำเร็จของบัญชีออลล์ฟรี ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านบัญชีเงินฝากที่ริเริ่มคิดค้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อมอบประโยชน์ให้กับคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มเติมจากเรื่องของสิทธิประโยชน์ด้านการทำธุรกรรมฟรี โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้เปิดตัวสิทธิประโยชน์ประกันอุบัติเหตุฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพียงคงเงินไว้ในบัญชี 5,000 บาทขึ้นไปทุกวันสามารถเบิกค่ารักษาได้ไม่จำกัดครั้ง ไม่ต้องสำรองจ่าย ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดฝันได้ สะท้อนถึงแนวคิดการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทั้งประเทศ ให้สามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันอุบัติเหตุฟรี อันเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานที่คนไทยควรได้รับรวมถึงช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลเพิ่มความมั่นคงและสร้างความอุ่นใจขึ้นได้” นอกจากนี้ ทีเอ็มบีได้ร่วมกับธนชาตประกันภัย ออกบัตร e-Care Card บัตรประกันออนไลน์ ที่ช่วยพัฒนาประสบการณ์ให้ลูกค้าที่ต้องการใช้สิทธิ์ฟรีประกันอุบัติเหตุสามารถแสดงบัตรให้กับโรงพยาบาลได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลซึ่งลูกค้าจะเริ่มใช้บัตร e-Care Card ได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป “ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์เรื่องประกันอุบัติเหตุฟรี สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี และเป็นปัจจัยผลักดันให้จำนวนการเปิดบัญชีออลล์ฟรีเพิ่มขึ้น ซึ่งเราคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 บัญชี และมีฐานเงินฝากออลล์ฟรีเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้านี้โดยจะมีลูกค้าที่ได้รับความคุ้มครองรวมกว่า 1.5 ล้านราย และให้วงเงินคุ้มครองกว่า 750,000 ล้านบาทในสิ้นปี 2563 นี้” นันทพร กล่าวเพิ่มเติม…

Alibaba-GMV-1111-2020-smagonline

กว่า 500 แบรนด์ทำยอดขายเกิน 100 ล้านหยวนในมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 ของ อาลีบาบา

SMmagonline – อาลีบาบา ทำสถิติยอดขายรวมจากทุกช่องทาง 498,200 ล้านหยวน ในมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 ปี 2563 มีมากกว่า 470 แบรนด์ที่ทำยอดขายได้เกิน 100 ล้านหยวน ในช่วง 11 วันของการจัดงาน อาลีบาบา กรุ๊ป ประกาศสถิติยอดขายจากมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลก 11.11 ปี 2563 รวมทั้งสิ้น 498,200 ล้านหยวน (ราว 2,278,000 ล้านบาท) ซึ่งรวบรวมจากยอดขายทุกช่องทาง (GMV) ในช่วงการจัดงาน 11 วัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเป็นยอดขายที่เติบโตขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 เจียง ฟาน ประธานบริหารของเถาเป่าและทีมอลล์ กล่าวว่า “ตลอดเวลา 12 ปีที่ผ่านมา นวัตกรรมถือเป็นหัวใจสำคัญของงาน 11.11 จนทำให้งานนี้กลายเป็นมหกรรมช้อปปิ้งระดับโลกในปัจจุบัน มหกรรม 11.11 เกิดขึ้นได้ก็เพราะผู้บริโภค ร้านค้า และพันธมิตรในอีโคซิสเท็มของเรา และที่ขาดไม่ได้คือการสนับสนุนจากสังคม อาลีบาบาจะเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อนำเสนอบริการต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนร้านค้าและแบรนด์ทุกระดับ ในการเดินทางไปสู่ความสำเร็จในเศรษฐกิจดิจิทัลนี้” ในปีนี้ มีแบรนด์มากกว่า 470 แบรนด์ที่ทำยอดขายจากทุกช่องทางได้เกิน 100 ล้านหยวน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเข้าร่วมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของอาลีบาบา สามารถสร้างคุณค่าให้ธุรกิจได้จริง ส่วนสถิติจำนวนคำสั่งซื้อสูงสุดต่อวินาที อยู่ที่ 583,000 คำสั่งซื้อต่อ 1 วินาที ที่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลต้องดำเนินการ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีของอาลีบาบามีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง จนสามารถรองรับปริมาณคำสั่งซื้อมหาศาลได้อย่างไม่มีปัญหา เครือข่ายขนส่งของไช่เหนียว ได้ขนส่งพัสดุมากกว่า…

PEOPLE
PS-gem-studio-smmagonline

จากความชอบสู่การสร้างจุดแข็งและจุดขาย ของ ภาณุวัฒน์ ทรัพย์มณีอนันต์ – พีเอส เจมสตูดิโอ

SMmagonline – คนเราถ้ารักชอบอะไรมานาน ก็จะเกิดการเรียนรู้จนเชี่ยวชาญ สร้างความเชื่อมั่นให้ตนเองและสามารถส่งความเชื่อมั่นผ่านความน่าเชื่อถือไปสู่กลุ่มลูกค้าในที่สุด นี่คือกระบวนการคิดที่ทำให้ ภาณุวัฒน์ เกิดไอเดียขยายธุรกิจเดิมจากการค้าเพชรค้าพลอยแบบบีทูบี มาอุดช่องว่างตลาดที่มีอยู่จากความชอบสู่การสร้างจุดแข็งและจุดขายขยายสู่ตลาดบีทูซี โดยใช้ความชอบและเชี่ยวชาญเป็นฐานในการลุยธุรกิจใหม่ เพื่อชดเชยผลกระทบจากโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ภาณุวัฒน์ ทรัพย์มณีอนันต์ กรรมการบริหาร บริษัท พีเอส เจมสตูดิโอ จำกัด เริ่มจากครอบครัวมีธุรกิจค้าเพชร และเป็นคนชอบพลอย เมื่อนำทั้ง 2 ส่วนมารวมกัน ทำให้เขาเป็นผู้ค้าอัญมณีที่มีความเชี่ยวชาญทั้งตลาดเพชรและพลอย โดยหากจะใช้ SWOT มาวิเคราะห์ ก็จะยิ่งเห็นข้อได้เปรียบที่เขามีในตลาด และคิดว่าตัวเองไม่ควรทำธุรกิจแบบเดิม แต่ควรจะนำสิ่งที่มีมาขยายธุรกิจเมื่อเห็นโอกาส โดยไม่ต้องเกี่ยงว่าเป็นช่วงที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่อย่างไร เพราะโควิด-19 นี่เอง ทำให้เขาเห็นโอกาสของธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นอีกทั้งเชื่อว่าจะเป็นโอกาสของการเติบโตใหม่จากการเข้าไปลุยในช่องว่างตลาดนี้อย่างจริงจัง “ธุรกิจเดิมที่ผมทำอยู่คือค้าส่งเพชรพลอย ในรูปวัตถุดิบไม่ได้ขึ้นรูป กลุ่มลูกค้าเป็นดีลเลอร์ขายส่งแบบบีทูบี ที่ไปขายร้านเครื่องประดับอีกที ปกติต้องเดินทางไปต่างประเทศ แต่ตอนนี้ทุกอย่างต้องหยุด สิ่งที่ทำได้คือดูเรื่องตลาดในประเทศ เลยเป็นจังหวะที่ผมมองว่าเราน่าจะหันมาโฟกัสตลาดในประเทศเพราะถ้ารอให้ตลาดต่างประเทศกลับมาอาจจะต้องใช้เวลาอีกนาน” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลับมาพิจารณาตลาดไทยจริงจัง แล้วเริ่มต้นขยายธุรกิจค้าเพชรพลอยในเซกเมนต์ของบีทูซี เขามีจุดแข็งถึง 2 ด้าน ในตลาดเพชรเป็นผู้ค้าหลักรายหนึ่ง ที่เขารู้ดีอยู่แล้วว่าการซื้อขายเพชรในตลาดไม่ซับซ้อน คุณภาพ ขนาด น้ำหนัก ราคา ถูกกำหนดโดยใบรับประกัน ขณะที่ในตลาดพลอย เป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงและมีตัวตนที่เป็นที่ยอมรับในแวดวง “ส่วนตัวผมเป็นคนชอบพลอย เป็นนักสะสมเพราะมองว่าเป็นงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติมายาวนาน คุณภาพ ราคา ขึ้นอยู่กับความชอบ และมีความหลากหลาย อาทิ ทับทิม ไพลิน มรกต บุศราคัม หรือทุกอย่างที่ไม่ใช่เพชรซึ่งถ้าเป็นกลุ่มผู้ค้ามรกต ผมว่าผมเป็นผู้ค้าส่งสัญชาติไทยรายเดียว เพราะส่วนใหญ่จะเน้นตลาดทับทิม ไพลิน หยก ซึ่งมีแหล่งอยู่ใกล้บ้านอย่างในประเทศเมียนมา” ที่ว่าเป็นรายหลักไม่ได้คิดไปเอง แต่ชื่อของ ภาณุวัฒน์ อยู่ในลิสต์ที่เหมืองมรกตของโลกรู้จักและพร้อมเสนอขายสินค้าให้ เหมือนล่าสุดเขาก็เพิ่งได้มรกตรวมกว่า…

LIFESTYLE
moo-asava-smmagonline0

จากแพสชันสู่จังหวะแห่งความพอดี ของ พลพัฒน์ อัศวะประภา

SMmagonline – พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู – อาซาว่า เจ้าของแบรนด์ ผู้ก่อตั้ง Asava Group เป็นทั้งนักธุรกิจ ดีไซเนอร์ ที่ไม่จำกัดตัวเองแค่วงการแฟชั่นแม้จะมีชื่อเสียง โดดเด่น และเกิดจากวงการนี้ เพราะความเป็นดีไซเนอร์ที่เขาชื่นชอบและค้นพบตัวเองมาตั้งแต่เป็นนักเรียน ทำให้เขาพาตัวเองก้าวไปสู่ธุรกิจอื่นๆ ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เคยประสบความสำเร็จแบบเกิดคาดคิด ได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่ ณ วันนี้เลือกที่พาธุรกิจให้เดินหน้าไปด้วยความพอดี  ธุรกิจแฟชั่นมักจะถูกมองว่าหวือหวาไม่ต่างจากแฟชั่น มาเร็ว มาแรง และอาจจะไปไว หากขาดบาลานซ์ที่ดี โชคดีก็อาจจะมีโอกาสได้สร้างตำนานไว้ให้วงการก่อนจากไป แต่จะทำให้ธุรกิจยั่งยืนและรักษาความสนุกไปจนถึงรักษาจิตวิญญาณของแบรนด์ไว้ได้นอกจากบาลานซ์ ยังต้องมีแพสชันเป็นตัวหล่อเลี้ยงอยู่เสมอ พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู – อาซาว่า เจ้าของแบรนด์ ผู้ก่อตั้ง Asava Group เล่าว่า เดินมาถึงจุดนี้ได้เพราะแพสชัน ซึ่ง แพสชัน ในนิยามของเขาคือ สิ่งต่างๆ รอบตัวที่ฟูมฟัก หล่อหลอมบวกกับการสั่งสมประสบการณ์ในแต่ละช่วง จนทำให้ตกผลึกและตระหนักได้ว่า อะไรคือสิ่งที่หลงใหล รักชอบ จนกลายเป็นคุณค่าในชีวิต ซึ่งรวมแล้วก็คือจิตวิญญาณของความเป็นตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม แม้คุณค่าและตัวตนที่เกิดขึ้นจะได้มาจากการตกผลึกจากช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่คงที่ และไม่ควรยึดติด “วันนี้สังคมเปลี่ยนเร็ว เราเองก็ต้องปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็คือความเป็นมนุษย์ที่ในชีวิตมันไม่มีอะไรซ้ำเดิม แพสชันของเราก็เคลื่อนไหวถูกปรับถูกเปลี่ยน ถูกเขย่าเพื่อให้ลงล็อกกับสังคมที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป แต่สำหรับผมนับตั้งแต่ก้าวแรกที่เริ่มธุรกิจมันเกิดด้วยแพสชัน รวมทั้งจุดเปลี่ยนในชีวิตที่ตอนแรกคิดว่าเป็นการดื้อรั้นกบฏ แต่ก็มาค้นพบทีหลังว่ามันคือแพสชัน” ปรากฏการณ์กบฏในชีวิตของพลพัฒน์ เป็นสิ่งที่เขามาสรุปทีหลังว่า มันคือความโชคดีที่ทำให้เขามีความแตกต่าง เพราะการชอบหรืออยู่ในจุดที่ไม่เหมือนคนส่วนใหญ่ในสังคมในทุกๆ ช่วงชีวิตและทุกๆ สถานที่ที่เขาโตมา กลายเป็นชีวิตนอกเบ้าหลอมที่สร้างความแตกต่างที่โดดเด่นให้กับเขาในหลายๆ ด้าน “ตั้งแต่เด็กเหมือนอยู่นอกเบ้าตลอด เรียนโรงเรียนชายล้วนก็ไม่ใช่บุคลิกเรา เขาเตะฟุตบอลกันก็ไม่ทำวิชาที่ชอบและทำให้รู้ตัวว่าทำได้ดีก็กลายเป็นวิชาตัดเย็บสมัยเรียน…

ASEAN+
Thailand’s Top Corporate Brands

จุฬาฯ มอบรางวัล ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands 2020

SMmagonline – หลักสูตรปริญญาโทด้านแบรนด์และการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน “ASEAN and Thailand’s Top Corporate Brands 2020” ประกาศผลงานวิจัยและมอบรางวัลให้แก่ องค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุดของประเทศไทยและในอาเซียน ประจำปี 2563  เป็นปีที่ 11 โดย ไมเนอร์ อินเตอร์ฯ คว้า Hall of Fame โดยศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในงานประกาศผลและมอบรางวัล ณ ห้อง 111 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563  โดยมีผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กรเข้ารับมอบโล่รางวัลเกียรติยศอย่างพร้อมหน้า โดยมี  ศ.ดร.กุณฑลี รื่นรมย์ และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้สร้างเครื่องมือวัดมูลค่าแบรนด์องค์กร CBS Valuation (Corporate Brand Success Valuation) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554  และได้ทำงานวิจัยนี้มาอย่างต่อเนื่องเข้าปีที่ 11  เปิดเผยว่า “ปี พ.ศ. 2563 แม้จะมีสถานการณ์ไม่ปกติจากการระบาดของโควิด-19 แต่คณะผู้วิจัยยังคงทำงานวิจัยวัดมูลค่าแบรนด์องค์กรของบริษัทจดทะเบียนทั้งในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารระดับสูงของภาคธุรกิจให้ความสำคัญต่อการสร้างและพัฒนาแบรนด์องค์กร (Corporate Brand) เพื่อความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว  โดยเครื่องมือวัดมูลค่าแบรนด์องค์กรได้นำตัวเลขจากงบการเงินในรายงานประจำปี  ซึ่งเป็นข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เปิดเผยต่อสาธารณชนมาคำนวณโดยใช้สูตร CBS Valuation ใช้ค่าเฉลี่ยระยะเวลา 3 ปี ปัจจุบันใน…

CSR
SD Symposium 01

เอสซีจีจับมือ 180 พันธมิตร แก้วิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

SMmagonline – เอสซีจี จับมือ180 พันธมิตร ผนึกกำลังผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ร่วมระดมสมอง ชงแก้ 4 ปัญหาเร่งด่วน ภัยแล้ง ฝุ่น การจัดการขยะ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง   1. แก้ภัยแล้ง ด้วยระบบน้ำหมุนเวียน 2. แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วยการส่งเสริมเกษตร “ปลอดการเผา 100%” และการเข้าถึงเครื่องจักรการเกษตร สร้างรายได้ที่มั่นคง 3. การจัดการขยะพลาสติกเป็นวาระแห่งชาติ 4. เสนอภาครัฐสนับสนุนวงการก่อสร้างเป็น Green and Clean Construction พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี และ ธนวงษ์ อารีรัชชกุล ประธานคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี จับมือ 180 พันธมิตร จากทุกภาคส่วนที่มีจุดยืนเดียวกันในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าร่วมแถลงความคืบหน้าการขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ในงาน SD Symposium 2020 “Circular Economy: Actions for Sustainable Future เพื่อระดมความเห็นแก้ปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ความเสี่ยงขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหาขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้น จากโควิด-19 นับเป็นกลุ่มพันธมิตรเข้มแข็ง ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจาก 45 รายในปีที่ผ่านมา เป็น 180 ราย ซึ่งปีนี้ได้ร่วมกันนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาเป็นทางออกแก้ปัญหาพื้นฐาน 4 ด้านที่เป็นพื้นฐานความเป็นอยู่และเศรษฐกิจของประเทศและของโลกคือ สร้างระบบน้ำหมุนเวียน ให้พร้อมรับวิกฤตแล้งรุนแรงในปีหน้าโดยสนับสนุนให้คนไทยพึ่งพาตนเองเรียนรู้การจัดรูปที่ดินและใช้เทคโนโลยีควบคู่กับการให้ความรู้การเกษตรแก่เกษตรกรและคนกลับคืนถิ่นจากพิษเศรษฐกิจโควิด-19…